0623หน้าปกWebsite(www)-09

การผลิตนัตโตะให้ได้คุณภาพ มีคุณค่ากับสุขภาพ จำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการหมักนัตโตะอย่างแท้จริง เพื่อให้นัตโตะได้เอนไซม์ Nattokinase และวิตามิน K2 รวมถึงสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย การเข้าใจอย่างลึกซึ้งละเอียดทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกถั่วเหลืองคุณภาพ การแช่น้ำในอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม การนึ่งถั่วเหลืองให้นุ่ม การเติมเชื้อ Bacillus subtilis การหมักถั่วเหลืองให้ได้เอนไซม์ Nattokinase การบ่มนัตโตะ ไปจนถึงการแปรรูปให้อยู่ในรูปแบบของแคปซูลมังสวิรัติ การเข้าใจกระบวนการเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เรา คินน์ โภชนเภสัชนัตโตะใส่ใจอย่างมากเพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการส่งผลต่อคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ

0623หน้าปกWebsite(www)-09

ขั้นตอนกระบวนการหมักนัตโตะ 7 ขั้นตอน

เพื่อให้ประสิทธิภาพของนัตโตะออกมาได้ดีที่สุด จำเป็นต้องใส่ใจทุกกระบวนการผลิตนัตโตะ ตั้งแต่การคัดเลือกถั่วเหลืองจากเมืองที่ขึ้นชื่อ การแช่น้ำและเวลาในการแช่ที่เหมาะสม การนึ่งถั่วเหลือง การเติมเชื้อ Bacillus subtilis การหมักถั่วเหลืองให้ได้เอนไซม์ Nattokinase การพักบ่มนัตโตะ และการแปรรูปให้อยู่ในรูปแบบของแคปซูลมังสวิรัติ

1. การคัดเลือกถั่วเหลืองคุณภาพจากเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ

ถั่วเหลืองที่เป็นสายพันธุ์เมล็ดเล็ก เปลือกบาง ให้โปรตีนสูง ให้สารอาหารสูง จะเป็นสายพันธุ์ถั่วเหลืองที่เหมาะอย่างมากสำหรับการหมักนัตโตะ ซึ่งถั่วเหลืองคุณภาพจากเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ที่เป็นต้นกำเนิดของนัตโตะและมีชื่อเสียงอย่างมากในด้านของวัฒนธรรมการทานนัตโตะและคุณภาพของนัตโตะ เพราะเมืองนี้จะมีสภาพภูมอากาศและดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกถั่วเหลือง ทำให้ขนาดของถั่วเหลือง รสชาติ และความนุ่มของมันสามารถเข้ากับได้กับเชื้อหมัก Bacillus subtilis ซึ่งจะทำให้ นัตโตะมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม มีความเหนียวที่เหมาะสม เกิดเส้นใยเมือกเหนียว (Polyglutamic acid) ที่สมบูรณ์ ทำให้เกิดการสร้างเอนไซม์ Nattokinase ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

2. แช่น้ำในอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม

หลังจากที่ผ่านการคัดเลือกถั่วเหลืองเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการแช่น้ำสะอาดเพื่อให้อิ่มตัว ซึ่งจะต้องแช่ในน้ำที่มีอุณหภูมิเหมาะสม ขึ้นอยู่กับฤดูกาลในช่วงการแช่น้ำด้วย

ในฤดูหนาว อุณหภูมิของน้ำควรจะอยู่ที่ประมาณ 15°C แช่ประมาณ 17-18 ชั่วโมง

ในฤดูร้อน อุณหภูมิของน้ำควรจะอยู่ที่ประมาณ 25°C แช่ประมาณ 7-8 ชั่วโมง

ปริมาณของน้ำควรจะเยอะกว่าถั่วเหลืองประมาณ 3 เท่า

เวลาที่เหมาะสมนั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณของถั่วเหลืองด้วย

กระบวนการนี้จะทำให้ถั่วเหลืองดูดซึมน้ำ ทำให้ถั่วเหลืองสามารถนำไปนึ่งได้ง่ายขึ้น และถั่วเหลืองจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 2-2.3 เท่า

3. นึ่งถั่วเหลืองให้นุ่ม 

เมื่อการแช่น้ำเสร็จสมบูรณ์ ก็จะเข้าสู่กระบวนการนึ่งถั่วเหลืองโดยจะใช้หม้อแรงดัน หรือทำการต้มแบบปกติหลายชั่วโมงจนถั่วสุกทั่วและนิ่มพอ โดยในวิธีดั้งเดิมนั้นจะทำการต้มจนน้ำระเหยหมดเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการให้ได้สูงสุด  ซึ่งการนึ่งถั่วเหลืองจะทำให้เกิดการฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวของถั่วเหลือง รักษาคุณค่าทางโภชนาการ  ทำให้เนื้อถั่วเหลืองมีความนุ่ม ไม่เละ ทำให้เกิดโครงสร้างทางโปรตีนที่เหมาะสมกับการหมัก สามารถบดได้ด้วยนิ้วมือ

4. เติมเชื้อ Bacillus subtilis 

เมื่อนึ่งจนเสร็จ จะปล่อยให้ถั่วเย็นลงจนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม จากนั้นจะเติมเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์เฉพาะอย่าง Bacillus subtilis ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการกระบวนการหมักนัตโตะ กระบวนการนี้จะทำให้เกิดการสร้างสารสำคัญหลายอย่าง และเป็นการป้องกันการปนเปื้อนจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เช่น เอนไซม์ Nattokinase วิตามิน K2 กรดโพลี กลูตามิกหรือกรดที่ทำให้เกิดเส้นใยเหนียวของนัตโตะ

5. หมักถั่วเหลืองให้ได้เอนไซม์ Nattokinase

หลังจากที่เติมเชื้อ จะทำการบรรจุในภาชนะปลอดเชื้อหรือบางที่อาจห่อด้วยฟางข้าวแบบดั้งเดิม จะทำการหมักในอุณหภูมิห้องโดยจะควบคุมอุณหภูมิให้ได้ราวๆ 40°C และมีความชื้นสูงเป็นเวลาประมาณ 20-24 ชั่วโมง โดยในกระบวนการ เชื้อ Bacillus subtilis จะย่อยโปรตีนถั่วเหลือง สร้างเอนไซม์ Nattokinase ทำให้ถั่วเหลืองมีความเหนียว มีกลิ่นหอม และเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่ง Nattokinase นี้เองก็มีการศึกษาว่าอาจช่วยละลายลิ่มเลือด เป็นมิตรกับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

6. พักบ่มนัตโตะ

หลังหมักเสร็จ จะนำนัตโตะไปพักบ่มที่อุณหภูมิต่ำ (เช่น ในตู้เย็น) เพื่อบ่มต่ออีก 1-3 วัน ซึ่งช่วยพัฒนารสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นและหยุดกระบวนการหมัก ซึ่งการพักบ่มนัตโตะนี้จะเป็นกระบวนการที่เป็นเคล็ดลับสำคัญของผู้ผลิตนัตโตะคุณภาพสูง

การพักบ่ม จะช่วยให้รสชาติกลมกล่อม ควบคุมความคงตัวของเอนไซม์ ลดกลิ่นฉุน

7. แปรรูปให้อยู่ในรูปแบบของแคปซูลมังสวิรัติ

สำหรับการแปรรูปเป็นนัตโตะแคปซูล ของคินน์ จะผ่านกระบวนการต่างๆ ที่ทำให้เป็นโภชนเภสัชที่มีประสิทธิภาพ คงคุณค่าทางสารอาหารไว้ได้ในปริมาณสูง และเพื่อให้สามารถทานนัตโตะได้ง่ายและไม่ต้องทนกับกลิ่นฉุนที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย ทำให้แห้งด้วยเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิต่ำ บดเป็นผงมาตรฐาน ตรวจวัดปริมาณเอนไซม์ Nattokinase โดยจะวัดเป็นค่า FU (Fibrinolytic Unit) หรือหน่วยวัดความสามารถในการละลายลิ่มเลือดของเอนไซม์ Nattokinase บรรจุในแคปซูลมังสวิรัติ โดยจะทำจากเปลือกข้าวโพด ช่วยลดออกซิเจนภายนอกได้สูงกว่า ทำให้สามารถปกป้องเอนไซม์ Nattokinase เมื่อสัมผัสอากาศได้ดีกว่าแคปซูลเจลาตินทั่วไป และเป็นประเภทแคปซูลที่เหมาะกับทุกคนด้วยเช่นกัน  

นัตโตะแคปซูลที่ผ่านกระบวนการหมัก จะเป็นนัตโตะแคปซูลที่คงคุณค่าทางอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สร้างเอนไซม์หลักๆ ที่สำคัญอย่าง Nattokinase รวมถึงวิตามิน K2 และสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย ซึ่งเรา คินน์ นัตโตะ ให้ความสำคัญกับกระบวนการหมักนัตโตะอย่างมาก เพื่อให้โภชนเภสัชของเรามีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือในกระบวนการ และแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญที่เราศึกษาและมีงานวิจัยมาอย่างยาวนาน ว่านัตโตะแคปซูลที่ผ่านการหมักนั้นดีและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวมของตัวเอง