นัตโตะจากเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ สุดยอดนัตโตะคุณภาพ

เมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ แหล่งกำเนิดนัตโตะ และแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
เมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์หยั่งรากลึกหลายร้อยปี ผสมผสานระหว่างภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของประชาชน กลายเป็นจังหวัดที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงของนัตโตะ” ทำไมจังหวัดนี้ถึงกลายเป็นเมืองหลวงหรือดินแดนแห่งนัตโตะ? ไม่ใช่แค่ว่าจังหวัดนี้เป็นแหล่งผลิตนัตโตะที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น
ตำนานซามูไรแห่งเมืองมิโตะกับความบังเอิญที่ทำให้เกิด “นัตโตะ”
ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของนัตโตะที่เกิดจากความบังเอิญ ในช่วงสมัยเฮอัน แม่ทัพซามูไรคนหนึ่งนามว่า “มินาโมโตะ โนะ โยชิอิเอะ” ได้นำทัพมายังภูมิภาคนี้ ทหารของแม่ทัพได้นำถั่วเหลืองที่ต้มสุกใส่ไว้ในฟางข้าวเพื่อเป็นเสบียงและอาหารม้า ระหว่างเดินทาง ความร้อนจากตัวม้าและเชื้อจุลินทรีย์ในฟางข้าวทำให้ถั่วเกิดการหมักตามธรรมชาติ ถั่วเหลืองต้มสุกกลายเป็นถั่วที่มีความเหนียวยืด เมื่อทหารบริวารของแม่ทัพได้ลองชิม พบว่ารสชาติมีความอร่อย เป็นที่มาของถั่วนัตโตะและได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในเมืองมิโตะ
ภูมิศาสตร์และการเกษตรที่เหมาะสม
ในอดีต เกษตรกรจำนวนมากในภูมิภาคนี้นิยมปลูกถั่วเหลืองพันธุ์เมล็ดเล็ก ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำนัตโตะ และแถบเมืองมีโตะมักจะประสบปัญหาน้ำท่วมในอดีตบริเวณแม่น้ำนากะ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกถั่วเหลืองแทนข้าว เพราะว่าถั่วเหลืองมีระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวที่สั้นกว่าข้าวและมักจะเก็บเกี่ยวก่อนฤดูน้ำหลาก และอีกปัจจัยหนึ่งคือในภูมิภาคนี้มีแหล่งน้ำสะอาด ดินร่วน ภูมิอากาศเหมาะสมอย่างมากสำหรับการปลูกถั่วเหลืองเมล็ดเล็ก
สถานีรถไฟมิโตะ จุดเปลี่ยนที่สร้างชื่อเสียงให้นัตโตะ
ในยุคเมจิ อุตสาหกรรมและการปฏิรูปประเทศญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว เมืองต่างๆ มีสถานีรถไฟเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับสถานีรถไฟมิโตะ เมื่อมีการเปิดสถานีขึ้นมา พ่อค้าเริ่มนำนัตโตะแบบดั้งเดิม นั่นก็คือนัตโตะห่อฟางมาค้าขาย ซึ่งนัตโตะที่ว่านี้เป็นทั้งของฝากและวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกของชาวมิโตะ จังหวัดอิบารากิ การเติบโตทางคมนาคมและอุตสาหกรรมทำให้นัตโตะมีชื่อเสียงแพร่กระจาย ผู้คนเดินทางมายังเมืองมิโตะมากขึ้น เริ่มมีความต้องการจากทั่วประเทศญี่ปุ่น ทำให้จังหวัดอิบารากิเป็นจังหวัดที่ผลิตนัตโตะมากที่สุดในญี่ปุ่น
นัตโตะ วิถีชีวิตของชาวอิบารากิ
หลายคนอาจคุ้นเคยว่านัตโตะคืออาหารเช้าอย่างหนึ่ง แต่สำหรับชาวอิบารากิ นัตโตะจะไม่ใช่แค่อาหารเช้า แต่จะเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวอิบารากิ โดยเฉพาะนัตโตะห่อฟางแบบดั้งเดิมที่ต้องไปทานที่อิบารากิ รวมถึงเมนู “โซโบโระ นัตโตะ” ที่เป็นเมนูท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่หาทานที่ไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่ที่จังหวัดอิบารากิ โดยจะเป็นเมนูที่นำนัตโตะมาผสมกับหัวไชเท้าดองหั่นเป็นเต๋า ปรุงด้วยโชยุ เป็นเมนูเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัด นอกจากนี้ชาวอิบารากิยังมีเมนูนัตโตะหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทานกับข้าวญี่ปุ่น ไข่ดิบ ซุปมิโสะ ราดบนโซบะ และอีกหลากหลายเมนู มาสคอตของเมืองมิโตะ ชื่อว่า “มิโตะจัง” มีจุดเด่นคือทรงผมจะได้รับแรงบันดาลใจจากฟางข้าวห่อนัตโตะ
10 กรกฎาคม วันนัตโตะ
วันที่ 10 กรกฎาคมของทุกปี จะเป็นวันที่คนญี่ปุ่นเฉลิมฉลองนัตโตะกัน ซึ่งที่มาของวันที่ จะเป็นการอ่านพ้องเสียงกัน
เลข 7 จะอ่านว่า “นานะ” หรือ “นะ”
เลข 10 จะอ่านว่า “โท” หรือ “โตะ”
ทั้งสองอย่างรวมกันกลายเป็น “นัตโตะ” และในวันนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นจะจัดโปรโมชันลดราคานัตโตะ และเป็นวันหนึ่งที่ทำให้ตระหนักถึงประโยชน์ของนัตโตะ แม้จะไม่ได้เป็นวันหยุด แต่วันที่คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะคนจังหวัดอิบารากิเฉลิมฉลองกันอย่างภาคภูมิใจ
กรรมวิธีการหมักที่ใช้ความเชี่ยวชาญสูง ได้จุลินทรีย์ที่เข้มข้นมากที่สุด
เทคนิคกระบวนการหมักนัตโตะ เมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ สร้างขึ้นจากความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาหลายศตวรรษ และได้ปรับปรุงวิธีการให้ทันสมัยมากขึ้นและยังได้จุลินทรีย์และสารอาหารต่างๆ อย่างเข้มข้น เพราะอะไรที่ทำให้นัตโตะจากเมืองนี้มีคุณภาพสูงที่สุด?
การคัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่เข้มข้น
โรงงานผลิตนัตโตะในเมืองมิโตะหลายแห่งจะพัฒนาจุลินทรีย์เฉพาะเป็นของตนเอง ซึ่งจะเพาะเลี้ยงจากฟางข้าวกว่า 100 ชนิดทั่วประเทศญี่ปุ่น และผ่านการทดสอบความเข้ากันได้กับถั่วเหลืองเมล็ดเล็กอย่างละเอียดเพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุดในการหมักเป็นนัตโตะ ซึ่งจุลินทรีย์ที่ผ่านการคัดเลือกนี้จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าแบคทีเรียที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อถึง 3 เท่า ทำให้ความก้าวหน้าด้านการผลิตนัตโตะในเมืองมิโตะนั้นมีประสิทธิภาพมาก และยังคงรักษาสารอาหาร รักษาคุณภาพไว้ได้อย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน
การหมักที่มีความแม่นยำสูง การควบคุมออกซิเจนที่ทำให้จุลินทรีย์เข้มข้น
ในกระบวนการหมักนัตโตะ จะต้องมีความแม่นยำเพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด ซึ่งการควบคุมที่ว่านี้จะเป็นการควบคุมอุณหภูมิระหว่าง 40 ถึง 50 องศา และการควบคุมความชื้นก็ต้องควบคุมอย่างละเอียด ภายในห้องควบคุมก็ต้องมีการควบคุมทุกอย่างโดยละเอียด เพื่อให้การขยายของจุลินทรีย์มีความคล่องตัว ซึ่งโรงงานผลิตนัตโตะในเมืองมิโตะจะมีความเชี่ยวชาญอย่างมาก และที่สำคัญสำหรับการหมักนัตโตะอย่างมากคือเรื่องของการจัดการออกซิเจน เพื่อให้การหมักเป็นไปอย่างสมบูรณ์และทำให้ความเข้มข้นของจุลินทรีย์สูงที่สุด
การคัดถั่วเหลืองชั้นเยี่ยมเพื่อนำมาหมักเป็นนัตโตะ
ประวัติศาสตร์ของเมืองมิโตะได้ส่งต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งเมืองมิโตะเป็นแหล่งปลูกถั่วเหลืองเมล็ดเล็กสำหรับนัตโตะ เมืองมิโตะส่งเสริมการทำไร่ถั่วเหลืองที่สุกเร็วเพื่อเก็บเกี่ยวก่อนพายุไต้ฝุ่น แต่ถั่วเหลืองเล็กเหล่านี้เล็กเกินไปสำหรับซอสถั่วเหลืองหรือมิโซะ จึงให้ความสำคัญกับนัตโตะเป็นอาหารแปรรูปที่อร่อยโดยใช้ถั่วเหลืองขนาดเล็กกว่า ถั่วเหลืองชนิดเล็กกลมมักได้รับความนิยมเพราะถั่วเล็กมีความสามารถในการดูดซับน้ำสูงกว่า ซึ่งให้เนื้อสัมผัสที่พึงประสงค์มากขึ้นกับนัตโตะ หลังจากนั้นจะผ่านกระบวนการนึ่งอย่างพิถีพิถันต่อไป
จากมิโตะ ถึง คินน์ นัตโตะ
ความพิถีพิถันและประวัติศาสตร์ที่แน่นแฟ้นของเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิกับนัตโตะ ทำให้เรา คินน์ เวิลด์ไวด์ ได้เห็นคุณค่าอย่างมาก ไม่เพียงแค่คุณภาพของนัตโตะเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงความเข้าใจ ประวัติความเป็น และวัฒนธรรมของชาวอิบารากิที่อยู่คู่กับนัตโตะมาอย่างยาวนาน และทำให้เราได้เข้าใจว่า อาหารที่เกิดจากความบังเอิญอย่างนัตโตะนี้ เป็นอาหารที่ทรงคุณค่ามากในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ทำให้เกิดโภชนเภสัชอย่างคินน์ นัตโตะขึ้นมา ส่งตรงคุณภาพระดับพรีเมียมจากเมืองมิโตะ แหล่งกำเนิดนัตโตะที่ดีที่สุด สู่รูปแบบที่ทานง่ายและได้คุณค่าครบถ้วนใน นัตโตะแคปซูล
