7 ผักลดกรดยูริก เหมาะกับผู้ป่วยโรคเกาต์ ลดเสี่ยงอาการกำเริบ
ผักลดกรดยูริก จะมีตั้งแต่บรอกโคลี ผักเคล แตงกวา มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย พริกหวานและแครอท เป็นผักที่มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไปในเรื่องของสารประกอบ ซึ่งผักแต่ละชนิดจะมีสารประกอบหลายอย่างที่มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ เช่น วิตามินซี ไลโคปีน เบต้าแคโรทีน และไฟเบอร์ นอกจากการเลี่ยงผักที่มีพิวรีนสูงแล้ว การทานผักเหล่านี้จะมีส่วนช่วยดูแลป้องกันอาการโรคเกาต์
โดยในบทความนี้ เราจะมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 7 ผักลดกรดยูริก และอธิบายผักที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรเลี่ยงเพิ่มเติม

7 ผักลดกรดยูริก หรือผักสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ มีส่วนช่วยลดเสี่ยงอาการกำเริบ มีอะไรบ้าง
งานวิจัยทางการแพทย์หลายชิ้นได้ชี้ให้เห็นว่า จริงๆ แล้ว ผักหลายชนิดรวมถึงผักที่มีพิวรีนสูงจะไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคเกาต์เหมือนกับอาหารที่มีพิวรีนสูงอย่างเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล ทำให้การทานผักโดยเฉพาะผักลดกรดยูริกจะเป็นมิตรสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์
โดยเฉพาะผัก 7 ชนิดที่โดดเด่น ดังนี้
1. บรอกโคลี
เป็นผักที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งวิตามินซีจะมีส่วนช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือด โดยจะช่วยยับยั้งการดูดซึมกรดยูริกกลับที่ท่อไตส่วนต้น ทำให้กรดยูริกถูกขับทิ้งทางปัสสาวะมากขึ้น และบรอกโคลียังมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยล์ที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบในข้อต่อที่เกิดจากผลิตยูเรต
2. ผักเคล
ผักเคล เป็นผักใบเขียวที่มีอัลคาไลน์สูงหรือมีความเป็นด่างสูง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ เพราะกรดยูริกจะละลายได้ดีในสภาวะที่เป็นด่าง การทานผักเคลเป็นประจำจะช่วยปรับค่า pH ของปัสสาวะให้สูงขึ้น และขับออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
3. ขึ้นฉ่าย
มีสารสำคัญกลุ่มฟลาโวนอยล์ อย่าง Luteolin และ Apigenin ซึ่งมีคุณสมบัติในการยั้บยั้งเอนไซม์ที่เปลี่ยนพิวรีนให้กลายเป็นกรดยูริก
4. แตงกวา
แตงกวามีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงถึง 95% และมีฤทธิ์ขับปัสสาวะตามธรรมชาติ การรับประทานแตงกวาช่วยเพิ่มปริมาณปัสสาวะ ซึ่งเป็นการเจือจางความเข้มข้นของกรดยูริกในเลือดและช่วยชะล้างของเสียออกจากไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีพิวรีนต่ำมาก จึงปลอดภัยสำหรับการบริโภคในปริมาณมาก
5. มะเขือเทศ
มะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีน และวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยลดภาวะ Oxidative Stress และการอักเสบในร่างกาย แม้จะมีรายงานว่ามะเขือเทศอาจเป็นตัวกระตุ้น ในผู้ป่วยบางราย แต่ในภาพรวมสารอาหารในมะเขือเทศช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของการอักเสบได้
6. พริกหวาน
พริกหวาน (โดยเฉพาะสีแดงและเหลือง) มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 2-3 เท่า ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับกรดยูริกทางไต นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ช่วยลดการผลิตสารก่อการอักเสบ ทำให้ช่วยบรรเทาอาการปวดบวมในช่วงที่โรคเกาต์กำเริบได้
7. แครอท
แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนและใยอาหารสูง งานวิจัยบางชิ้นพบว่าสารสกัดจากแครอทมีส่วนช่วยในการลดระดับกรดยูริกในเลือดได้ และใยอาหารในแครอทยังช่วยดักจับพิวรีนในระบบทางเดินอาหาร ลดการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนี้แครอทยังช่วยบำรุงการทำงานของไตซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการกำจัดกรดยูริก

ผักที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรเลี่ยง
แม้ว่าผักส่วนใหญ่จะมีความปลอดภัยกับผู้ป่วยโรคเกาต์ แต่ผักบางชนิดก็ต้องระวังเพราะอาจส่งผลต่อการสะสมของกรดยูริกหรือสารที่ขัดขวางการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย เช่น หน่อไม้ ยอดผัก ถั่วงอก ต้นอ่อน หรือเห็ดบางชนิด
ทำไมยอดผักบางชนิดถึงเพิ่มกรดยูริก?
ในทางชีววิทยา ยอดผักเป็นส่วน Meristematic tissue หรือเนื้อเยื่อเจริญที่มีการแบ่งเซลล์อย่างรวดเร็ว เพื่อการเติบโตของพืช กระบวนการนี้ต้องใช้ DNA และ RNA จำนวนมาก ซึ่งมีพิวรีนเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อเราบริโภคเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนพิวรีนเหล่านี้เป็นกรดยูริก
อาหารหมักอย่าง “นัตโตะ” ดีกับผู้ป่วยโรคเกาต์หรือไม่?
นัตโตะ จะเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเกาต์ เพราะนัตโตะเป็นอาหารหมักอย่างหนึ่งที่มีเอนไซม์ Nattokinase ที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการละลายลิ่มเลือดที่ทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้ดีขึ้น และยังมีส่วนช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงอาการกำเริบได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

