ไตวายเฉียบพลัน อาการ ความเสี่ยง วิธีป้องกันโรคไตวายเฉียบพลัน
สุขภาพไตที่ดี จะทำหน้าที่ในการกรองเลือดเพื่อกำจัดของเสียหรือสารเคมีและน้ำส่วนเกินเพื่อผลิตปัสสาวะในการขับของเสียออกจากร่างกาย ถ้าหากไตของเราไม่สามารถทำงานนี้ได้อย่างเต็มที่ ก็อาจเกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จนอาจเสี่ยงถึงชีวิตได้ ภาวะหนึ่งที่ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคไตต้องระวังและป้องกันเป็นอย่างดีคือภาวะไตวายเฉียบพลัน แล้วภาวะไตวายเฉียบพลัน อาการเป็นอย่างไร ใครบ้างที่มีความเสี่ยง มีสาเหตุมาจากอะไร แล้วจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรได้บ้าง?

ไตวายเฉียบพลัน คืออะไร?
ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury : AKI) คือภาวะไตวายหรือเกิดความเสียหายต่อไตอย่างกะทันหันภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือประมาณ 2-3 วัน ทำให้ไตไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ ทำให้ของเสียเกิดการสะสมเพิ่มมากขึ้นจนอาจทำให้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรง
ไตวายเฉียบพลัน อาการเป็นอย่างไร?
ไตวายเฉียบพลัน อาการและสัญญาณเตือนอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องของสาเหตุ ความรุนแรง และสุขภาพโดยรวม อาการที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับภาวะไตวายเฉียบพลัน จะมีดังนี้
- ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ
- เท้า ข้อเท้า ขาบวม เนื่องจากการกักเก็บของเหลวในร่างกายที่มากเกินไป
- หายใจไม่อิ่ม หายใจถี่ เนื่องจากของเหลวสะสมอยู่ที่ปอด
- รู้สึกเหนื่อยล้า ร่างกายอ่อนแรง เกิดจากการสะสมของเสียในเลือด
- รู้สึกสับสน
- คลื่นไส้อาเจียน เป็นผลจากการสะสมของเสีย
- มีอาการเจ็บหน้าอก
- มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- เกิดอาการชักหรือโคม่า ในเคสไตวายเฉียบพลัน อาการรุนแรง
ไตวายเฉียบพลัน ใครบ้างที่มีความเสี่ยง
ไตวายเฉียบพลัน อาการสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้มากขึ้น ซึ่งผู้ที่มีความเสี่ยง จะมีดังนี้
- ผู้สูงอายุ หรืออายุ 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากการทำงานของไตเสื่อมลง
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันมากขึ้น
- โรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ และโรคความดันโลหิตสูง
- ภาวะติดเชื้อรุนแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด
- ผู้ที่มีภาวะร่างกายขาดน้ำ
- นิ่วในไต ต่อมลูกหมากโต หรือโรคมะเร็งบางชนิด
- ผู้ที่ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านอักเสบ NSAIDs ยารักษาความดันโลหิต ยารักษาคีโม เป็นต้น
ไตวายเฉียบพลัน สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง?
ไตวายเฉียบพลัน อาการต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุที่พบได้บ่อย จะมีดังนี้
- การไหลเวียนของเลือดไปยังไตลดน้อยลง เนื่องจากการสูญเสียเลือด หัวใจล้มเหลว การใช้ยาบางชนิด รวมถึงการที่ร่างกายขาดน้ำ
- ความเสียหายต่อไตโดยตรง เช่น การมีสารพิษในตับมากเกินไป ภาวะไตอักเสบ หรือภาวะกล้ามเนื้อไตอ่อนแอ อักเสบ เป็นต้น
- การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต ท่อปัสสาวะตีบตีน เนื้องอกท่อปัสสาวะ ภาวะต่อมลูกหมากโต
ไตวายเรื้อรังกับไตวายเฉียบพลัน ต่างกันตรงไหน?
ไตวายเฉียบพลัน อาการจะเกิดขึ้นแบบกะทันหันภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน สามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่วนไตวายเรื้อรัง คือการทำงานของไตที่ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปช่วงหลายเดือนหรือหลายปี รักษาด้วยการชะลอการลุกลามของโรคและรักษาอาการผ่านการใช้ยาและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

วิธีป้องกันโรคไตวายเฉียบพลัน กันไว้ก่อนดีกว่าแก้ทีหลัง
การป้องกันภาวะไตวายเฉียบพลัน คือการดูแลปัจจัยเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อภาวะไตวายเฉียบพลันได้ ซึ่งจะมีวิธีการป้องกัน ดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงการออกกำลังกายหรือสภาพอากาศที่ร้อนจัด
- ดูแลโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคถึงโรคไตวายเรื้อรังอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้ยาอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะยาที่ส่งผลต่อเลือดและไตโดยตรง
- ป้องกันและรักษาภาวะที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไตหรือต่อมลูกหมากโต เป็นต้น
- เลี่ยงการติดเชื้อด้วยการรักษาความสะอาด
- เปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลี่ยงสูบบุหรี่ ลดดื่มแอลกอฮอล์
ไตวายเฉียบพลัน อาการมีหลายอย่าง รวมถึงปัจจัยเสี่ยง ผู้ที่มีความเสี่ยง และสาเหตุ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องดูแลรักษาให้ดี เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันที่อาจส่งผลกระทบในทางลบกับร่างกายจนอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้

