ไตวายเรื้อรัง อาการเป็นอย่างไร รู้สาเหตุและวิธีป้องกันความเสี่ยง
ปัญหาไตเสื่อม ยิ่งมีอายุ ก็ยิ่งเสี่ยง
ปัญหาต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น โรคร้าย อาการบาดเจ็บ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายก็มีการเสื่อมถอย รวมถึงโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่มีมากกว่า 1 โรค เพราะโรคเรื้อรังเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังชนิดอื่นตามมาด้วยด้วย เช่นโรคไตวายเรื้อรังหรือโรคไตเสื่อม ไตวายเรื้อรัง อาการเป็นอย่างไร สาเหตุและปัจจัยความเสี่ยงมาจากอะไรบ้าง รู้ไว้ก่อนเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ความสำคัญของ”ไต”
ไต คืออวัยวะส่วนหนึ่งที่ขนาดเท่ากับเมาส์ มีหน้าที่กรองเลือดทั้งหมดในร่างกายทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ช่วยกำจัดของเสีย สารพิษและของเหลวส่วนเกินออกทางปัสสาวะ นอกจากนั้นก็ช่วยในเรื่องของการควบคุมความดันโลหิต กระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและช่วยควบคุมสารเคมีในเลือดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต ไตที่ทำงานได้ปกติ จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ไตเริ่มเสื่อมตัวลง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เพราะโรคไตวายเรื้อรังหรือไตเสื่อมนั่นเอง
โรคไตวายเรื้อรัง คืออะไร?
โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease : CKD) เป็นภาวะที่ไตได้รับความเสียหายหรือเสื่อมสภาพลง และไม่สามารถกรองเลือดได้ดีเท่าที่ควร ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ของเสีย ของเหลวส่วนเกินตกค้างอยู่ในเลือด ทำให้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคและปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
ปัญหาทางสุขภาพที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากโรคไตวายเรื้อรัง เช่น โรคโลหิตจาง เกิดการติดใช้เพิ่มขึ้น แคลเซียมต่ำ โพแทสเซียมสูงและฟอสฟอรัสสูงในเลือดสูง เบื่ออาหารหรือรับประทานอาหารได้น้อยลง เกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ หรือคุณภาพการใช้ชีวิตแย่ลง โรคไตวายเรื้อรัง ส่วนใหญ่แล้วอากรจะแย่ลงเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
กว่า 10% ของประชากรโลก ได้รับผลกระทบจากโรคไตเรื้อรัง และหลายล้านคนเสียชีวิตจากโรคนี้ในแต่ละปี
อาการของโรคไตวายเรื้อรัง
อาการโรคไตวายเรื้อรังอาจขึ้นอยู่กับระยะ ในระยะแรกมักจะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา เพราะร่างกายสามารถปรับตัวการทำงานของไตที่ลดลงได้ การรับรู้โรคไตสายเรื้อรังระยะแรก ต้องเข้ารับการตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจว่าเป็นโรคไตวายหรือไม่
หากมีอาการเหล่านี้ ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวายเรื้อรังได้ เช่น
- เหนื่อยล้า รู้สึกเหนื่อยผิดปกติหรือขาดพลังงาน
- อาการบวม เท้าบวมหรือข้อเท้าบวมจากการกักเก็บของเหลว
- ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะเวลากลางคืน
- ปัสสาวะสีเข้มหรือมีฟอง อาจบ่งบอกถึงปัญหาความผิดปกติของไตได้
- ปัญหาการหลับนอน การหลับนอนยาก มีอาการขาอยู่ไม่สุข หรือผู้สูงอายุนอนทั้งวัน
- ตะคริวบริเวณกล้ามเนื้อและการกระตุกของกล้ามเนื้อ ซึ่งโรคไตวาย ก็อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ได้
- มีอาการคัน โดยเฉพาะบริเวณผิวหนัง เนื่องจากมีของเสียในเลือดมากเกินไป
- ความอยากอาหารลดน้อยลง ทำให้น้ำหนักลดลงด้วยเช่นกัน
- ไม่มีสมาธิ ซึ่งโรคไตเรื้อรัง อาจส่งผลต่อการรับรู้ นำไปสู่ความลำบากในการใช้สมาธิ มีอาการเฉื่อยชา
- อาการความดันโลหิตสูงกับโรคไตวายเรื้อรัง เป็นวงจรที่เลวร้าย เพราะสามารถส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ ในทางกลับกัน ความดันโลหิตสูงก็สามารถทำลายไตได้ด้วยเช่นกัน
อาการเหล่านี้ อาจไม่ใช่อาการของโรคไตเรื้อรังอย่างเดียว อาจมีความเกี่ยวข้องกันโรคอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้น การเข้ารับการตรวจเลือดหรือปัสสาวะ และเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะสามารถรับรู้สาเหตุของอาการและวิธีการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุและปัจจัยความเสี่ยงของการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง
สาเหตุและปัจจัยอาจเกิดขึ้นได้จากหลายทาง สาเหตุที่และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังที่พบได้บ่อย ดังนี้
โรคเบาหวาน
เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคไตสายเรื้อรัง เพราะโรคเบาหวานสามารถทำลายหลอดเลือดในไตได้จากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตแย่ลง
ความดันโลหิตสูง
เมื่อเกิดความดันโลหิตสูง ก็จะเข้าไปทำลายหลอดเลือดในไต และจะกลายเป็นวงจรเลวร้ายที่ทำลายทั้งหลอดเลือดและไตในเวลาเดียวกันตามที่ได้อธิบายข้างต้น การเลือกรับประทานนัตโตะแคปซูล จะมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิตสูงประกอบกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อไตและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ไตอักเสบ (Glomerulonephritis)
เมื่อเกิดแผลในไต ทำให้การทำงานของไตแย่ลง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันแย่ลง และแผลส่วนอื่น ๆ ของไต
โรคถุงน้ำในไต (Polycystic Kidney Disease)
เกิดจากการที่ภายในใตมีซีสต์อยู่จำนวนมาก ทำให้ไตใหญ่ขึ้น เบียดกับเนื้อไตที่เป็นปกติจนทำให้ไตได้รับการเสียหาย กลายเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง
การใช้ยาบางชนิดที่ผลต่อไต
ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาที่ใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้ไตได้รับความเสียหายจนเกิดอาการไตวายได้
อายุที่มากขึ้น
เมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายจะเสื่อมลงตามธรรมชาติ การเสื่อมประสิทธิภาพของไตก็เช่นกัน
กรดยูริกในร่างกายสูง
การรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ น้ำหวานหรืออาหารที่มีฟรุกโตส (Fructose) สูง ทำให้ร่างกายผลิตกรดยูริกสูง ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ไตเสื่อมได้
การป้องกันเพื่อชะลอการเกิดปัญหาโรคไตเรื้อรัง
โรคไตเรื้อรัง สามารถป้องกันและชะลอการเกิดโรคได้ เช่น การควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพที่มีความเค็มไม่มากจนเกินไป ทานอาหารที่ดีต่อไต ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือลดการดื่มแอลกอฮอล์ หมั่นตรวจสุขภาพ ทานยาให้ถูกต้อง ตรงเวลา ควบคุมน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์สุขภาพแข็งแรง