0623หน้าปกWebsite(www)-17

ยิ่งอายุมาก โรคภัยไข้เจ็บก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะคนอายุ 40+ ที่มีความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค Non-Communicable Diseases (NCDs) ซึ่งกลุ่มโรค NCDs 4 โรคหลักคือโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองกับหัวใจ และโรคมะเร็ง

เราจะมาอธิบายว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนี้คืออะไร มีโรคอะไรบ้าง เกิดจากอะไร พฤติกรรมใดเป็นพฤติกรรมเสี่ยง ทำไมคนอายุ 40+ ถึงต้องให้ความสำคัญ การป้องกันทำได้อย่างไรบ้าง แล้ว นัตโตะ ส่งผลอย่างไรกับโรค NCDs

0623หน้าปกWebsite(www)-17

โรค NCDs คืออะไร? 

โรค NCDs (Non-Communicable Diseases) คือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่แพร่กระจายสู่คน แต่จะเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่สะสมมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตและสภาพสิ่งแวดล้อมในระยะยาว สะสมและก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ภายในร่างกายเป็นเวลานาน โดยจะไม่แสดงอาการในระยะแรก หลายคนไม่รู้ตัวว่าป่วยจนเข้าสู่ระยะที่รุนแรงแล้ว และเมื่อแสดงอาการแล้วมักจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว และต้องได้รับการรักษาดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ องค์กรอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า โรคกลุ่มนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลกในปัจจุบัน

โรค NCDs มีโรคอะไรบ้าง? 

โรค NCDs จะครอบคลุมด้วยกันหลายโรค ซึ่งโรคต่างๆ จะมีด้วยกัน ดังนี้

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • โรคมะเร็ง หลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม ที่มีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต

  • โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคหืด

  • โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดสมองในภายหลัง

  • โรคอ้วน และภาวะ Metabolic Syndrome ที่เป็นรากฐานของโรค NCDs หลายชนิด

โรค NCDs เกิดจากอะไร?

จริงๆ แล้ว โรค NCDs ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่จะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • พฤติกรรม เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เช่น การทานอาหารที่ไขมันสูงหรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์เป็นประจำ การไม่ออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม รวมถึงการสูบบุหรี่

  • ปัจจัยทางอายุ เมื่ออายุมากขึ้นก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ สารเคมีจากอาหาร รวมถึงความเครียดจากสภาพสังคมด้วยเช่นกัน

  • ภาวะเรื้อรังที่ไม่ได้รับการดูแล เช่น ระดับคอเลสเตอรอลสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูงที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา

พฤติกรรมเสี่ยงโรค NCDs 

ร่วมกับปัจจัยทางอายุ พฤติกรรมหลายอย่างจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDs ได้ เช่น

  • การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารแปรรูป อาหารที่มีน้ำตาลสูงไขมันทรานส์ และโซเดียมสูงในปริมาณมากและสม่ำเสมอ

  • การไม่ออกกำลังกาย การนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงพอ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี

  • การสูบบุหรี่ สารพิษในบุหรี่ทำลายหลอดเลือด ปอด และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิดโดยตรง

  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ส่งผลเสียต่อตับ หัวใจ และระบบประสาทในระยะยาว

  • ความเครียดสะสมและการนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระดับฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกัน และการควบคุมน้ำหนัก

  • การตรวจสุขภาพไม่สม่ำเสมอ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงหรือเริ่มป่วยจนกว่าโรคจะรุนแรงแล้ว

ทำไมคนอายุ 40+ ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค NCDs

เมื่อเข้าสู่วัย 40 ร่างกายของเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของระบบเผาผลาญ (Metabolism) ที่จะทำงานช้าลงอย่างมาก รวมถึงมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง ฮอร์โมนเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง และร่างกายจะเริ่มฟื้นตัวได้ช้าลง พฤติกรรมที่เคยทำมา 10 ปีก่อนจากช่วงวัยรุ่นและช่วงวัยทำงานจะเริ่มแสดงผลให้เห็น

นอกจากนั้น เซลล์ของคนวัย 40+ จะมีความเปราะบางต่อโรค NCDs อย่างโรคเบาหวาน ความดัน และภาวะไขมันในเลือดสูงมากกว่าวัยอื่น ซึ่งความเสี่ยงต่อโรค NCDs เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงอายุนี้ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ มักถูกตรวจพบครั้งแรกในช่วงอายุ 40–60 ปี

การป้องกันโรค NCDs 

การป้องกันโรค NCDs คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เช่น

  • ปรับการกินอาหาร เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนที่ดี ลดอาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันไม่ดี

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ในระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ก็เพียงพอในการลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • เลิกสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากที่สุดในระยะยาว

  • จัดการความเครียดและนอนหลับให้เพียงพอ ควรนอนหลับ 7–8 ชั่วโมงต่อคืน และหาวิธีผ่อนคลายความเครียดที่เหมาะกับตัวเอง

  • ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อติดตามระดับน้ำตาล คอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และค่าสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีอาการ

นัตโตะ กับ โรค NCDs

การทานนัตโตะหรือนัตโตะแคปซูล จะเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ทำจากถั่วเหลืองหมักด้วยแบคทีเรีย Bacillus subtilis var. natto ซึ่งเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ได้รับการวิจัยทั่วโลกว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงโรค NCDs

นัตโตะกับโรคหัวใจและหลอดเลือด นัตโตะมีสาร Nattokinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยละลายลิ่มเลือดและปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ยังมี Vitamin K2 ในปริมาณสูง ซึ่งช่วยป้องกันการสะสมของแคลเซียมในผนังหลอดเลือด

นัตโตะกับโรคเบาหวาน ถั่วเหลืองหมักมีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ต่ำ และมีโปรตีนสูง ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่มากขึ้น

นัตโตะกับสุขภาพกระดูก Vitamin K2 ใน นัตโตะช่วยนำพาแคลเซียมเข้าสู่กระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนวัย 40+ ที่เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน

นัตโตะกับระบบภูมิคุ้มกันและลำไส้ โปรไบโอติกจากกระบวนการหมักช่วยเสริมสุขภาพลำไส้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระบบภูมิคุ้มกันและการลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นรากฐานของโรค NCDs หลายชนิด

ป้องกันก่อนสาย! ใส่ใจสุขภาพในระยะยาวและดูแลระบบไหลเวียนโลหิตให้สมดุลด้วยตัวช่วยสำคัญอย่าง KINN นัตโตะ