โรค NCDs (Non-Communicable Diseases) คืออะไร ทำไมคนอายุ 40+ ต้องรู้?
ยิ่งอายุมาก โรคภัยไข้เจ็บก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะคนอายุ 40+ ที่มีความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค Non-Communicable Diseases (NCDs) ซึ่งกลุ่มโรค NCDs 4 โรคหลักคือโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองกับหัวใจ และโรคมะเร็ง
เราจะมาอธิบายว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนี้คืออะไร มีโรคอะไรบ้าง เกิดจากอะไร พฤติกรรมใดเป็นพฤติกรรมเสี่ยง ทำไมคนอายุ 40+ ถึงต้องให้ความสำคัญ การป้องกันทำได้อย่างไรบ้าง แล้ว นัตโตะ ส่งผลอย่างไรกับโรค NCDs
-17z-z1160661020279.webp)
โรค NCDs คืออะไร?
โรค NCDs (Non-Communicable Diseases) คือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่แพร่กระจายสู่คน แต่จะเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่สะสมมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตและสภาพสิ่งแวดล้อมในระยะยาว สะสมและก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ภายในร่างกายเป็นเวลานาน โดยจะไม่แสดงอาการในระยะแรก หลายคนไม่รู้ตัวว่าป่วยจนเข้าสู่ระยะที่รุนแรงแล้ว และเมื่อแสดงอาการแล้วมักจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว และต้องได้รับการรักษาดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ องค์กรอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า โรคกลุ่มนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลกในปัจจุบัน
โรค NCDs มีโรคอะไรบ้าง?
โรค NCDs จะครอบคลุมด้วยกันหลายโรค ซึ่งโรคต่างๆ จะมีด้วยกัน ดังนี้
โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรคมะเร็ง หลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม ที่มีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต
โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคหืด
โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดสมองในภายหลัง
โรคอ้วน และภาวะ Metabolic Syndrome ที่เป็นรากฐานของโรค NCDs หลายชนิด
โรค NCDs เกิดจากอะไร?
จริงๆ แล้ว โรค NCDs ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่จะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
พฤติกรรม เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เช่น การทานอาหารที่ไขมันสูงหรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์เป็นประจำ การไม่ออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม รวมถึงการสูบบุหรี่
ปัจจัยทางอายุ เมื่ออายุมากขึ้นก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ สารเคมีจากอาหาร รวมถึงความเครียดจากสภาพสังคมด้วยเช่นกัน
ภาวะเรื้อรังที่ไม่ได้รับการดูแล เช่น ระดับคอเลสเตอรอลสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูงที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา
พฤติกรรมเสี่ยงโรค NCDs
ร่วมกับปัจจัยทางอายุ พฤติกรรมหลายอย่างจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDs ได้ เช่น
การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารแปรรูป อาหารที่มีน้ำตาลสูงไขมันทรานส์ และโซเดียมสูงในปริมาณมากและสม่ำเสมอ
การไม่ออกกำลังกาย การนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงพอ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี
การสูบบุหรี่ สารพิษในบุหรี่ทำลายหลอดเลือด ปอด และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิดโดยตรง
การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ส่งผลเสียต่อตับ หัวใจ และระบบประสาทในระยะยาว
ความเครียดสะสมและการนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระดับฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกัน และการควบคุมน้ำหนัก
การตรวจสุขภาพไม่สม่ำเสมอ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงหรือเริ่มป่วยจนกว่าโรคจะรุนแรงแล้ว
ทำไมคนอายุ 40+ ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค NCDs
เมื่อเข้าสู่วัย 40 ร่างกายของเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของระบบเผาผลาญ (Metabolism) ที่จะทำงานช้าลงอย่างมาก รวมถึงมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง ฮอร์โมนเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง และร่างกายจะเริ่มฟื้นตัวได้ช้าลง พฤติกรรมที่เคยทำมา 10 ปีก่อนจากช่วงวัยรุ่นและช่วงวัยทำงานจะเริ่มแสดงผลให้เห็น
นอกจากนั้น เซลล์ของคนวัย 40+ จะมีความเปราะบางต่อโรค NCDs อย่างโรคเบาหวาน ความดัน และภาวะไขมันในเลือดสูงมากกว่าวัยอื่น ซึ่งความเสี่ยงต่อโรค NCDs เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงอายุนี้ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ มักถูกตรวจพบครั้งแรกในช่วงอายุ 40–60 ปี
การป้องกันโรค NCDs
การป้องกันโรค NCDs คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เช่น
ปรับการกินอาหาร เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนที่ดี ลดอาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันไม่ดี
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ในระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ก็เพียงพอในการลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
เลิกสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากที่สุดในระยะยาว
จัดการความเครียดและนอนหลับให้เพียงพอ ควรนอนหลับ 7–8 ชั่วโมงต่อคืน และหาวิธีผ่อนคลายความเครียดที่เหมาะกับตัวเอง
ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อติดตามระดับน้ำตาล คอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และค่าสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีอาการ
นัตโตะ กับ โรค NCDs
การทานนัตโตะหรือนัตโตะแคปซูล จะเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ทำจากถั่วเหลืองหมักด้วยแบคทีเรีย Bacillus subtilis var. natto ซึ่งเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ได้รับการวิจัยทั่วโลกว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงโรค NCDs
นัตโตะกับโรคหัวใจและหลอดเลือด นัตโตะมีสาร Nattokinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยละลายลิ่มเลือดและปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ยังมี Vitamin K2 ในปริมาณสูง ซึ่งช่วยป้องกันการสะสมของแคลเซียมในผนังหลอดเลือด
นัตโตะกับโรคเบาหวาน ถั่วเหลืองหมักมีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ต่ำ และมีโปรตีนสูง ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่มากขึ้น
นัตโตะกับสุขภาพกระดูก Vitamin K2 ใน นัตโตะช่วยนำพาแคลเซียมเข้าสู่กระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนวัย 40+ ที่เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
นัตโตะกับระบบภูมิคุ้มกันและลำไส้ โปรไบโอติกจากกระบวนการหมักช่วยเสริมสุขภาพลำไส้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระบบภูมิคุ้มกันและการลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นรากฐานของโรค NCDs หลายชนิด
ป้องกันก่อนสาย! ใส่ใจสุขภาพในระยะยาวและดูแลระบบไหลเวียนโลหิตให้สมดุลด้วยตัวช่วยสำคัญอย่าง KINN นัตโตะ