8 วิธีลดไตรกลีเซอไรด์อย่างง่าย ลดไขมันในเลือดด้วยตัวเอง
รู้จักไตรกลีเซอไรด์และการลดไตรกลีเซอไรด์ด้วยตัวเอง
หากเป็นคนที่ใส่ใจสุขภาพ การติดตามความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือการติดตามระดับคอเลสเตอรอล อาจจะยังไม่พอ ยังมีระดับไตรกลีเซอไรด์อีกอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องติดตาม ซึ่งหากมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงเกินไป ก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพโดยรวมเหมือนกัน และการลดไตรกลีเซอไรด์เมื่อมีระดับที่สูงเกินไปก็เป็นเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน การลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ด้วยตัวเอง มีวิธีการอย่างไรบ้าง เพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง

ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร?
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) เป็นไขมันประเภทหนึ่งที่อยู่ในเลือด เมื่อเราทานอาหาร ร่างกายจะเปลี่ยนอาหารเหล่านั้นเป็นพลังงานแคลอรี่ และไตรกลีเซอไรด์นั้นเป็นพลังงานที่ยังไม่ถูกใช้หรือเป็นพลังงานที่รับเข้าร่างกายจากการรับประทานอาหารมากเกินไป และกลายเป็นพลังงานสำรองนั่นเอง ไตรกลีเซอไรด์จะถูกเก็บอยู่ในเซลล์ไขมันและเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แต่หากร่างกายกักเก็บไว้โดยไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่หมด จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่สูงขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองด้วยเช่นกัน
ทำไมถึงต้องลดไขมันไตรกลีเซอไรด์?
การที่ร่างกายมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูง จะทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว ทำให้ผนังหลอดเลือดแดงหน้าขึ้นหรือที่เรียกว่าภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งภาวะนี้จะนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย โรคหัวใจและหลอดเลือดอื่น ๆ รวมถึงโรคอ้วน ภาวะเมทาบอลิกซินโดรม และตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เป็นต้น นอกจากนั้น ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน โรคไขมันพอกตับ โรคไตวายเรื้อรังด้วยเช่นกัน
ค่าไตรกลีเซอไรด์ เท่าไหร่ถึงจะปกติ?
ค่าไตรกลีเซอไรด์ สามารถวัดได้จากการตรวจเลือดเพื่อวัดค่าไตรกลีเซอไรด์ในเส้นเลือด
ระดับปกติ : น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ระดับคาบเส้น : ระหว่าง 150-199 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ระดับสูง : ระหว่าง 200-499 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ระดับสูงมาก : 500 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป
8 วิธีการลดไตรกลีเซอไรด์ด้วยตัวเอง
1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายสำหรับคนทุกวัย สามารถทำได้ด้วยตัวเอง การออกกำลังกายตามความหนักหน่วงของช่วยวัย เช่น การออกกำลังกายโดยกีฬาสำหรับวัยรุ่น หรือท่าออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุเป็นเวลา 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ รวมถึงมีส่วนช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วยเช่นกัน
2.เลือกทานอาหารประเภทไขมันดี
เช่นอาหารที่มีโอเมก้า 3 อย่างปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล รวมถึงอาหารประเภทไขมันไม่อิ่มตัว อย่างอะโวคาโด วอลนัท อัลมอนด์ ไข่ ไก่ไม่มีหนัง น้ำมันมะกอก เป็นต้น นอกจากจะดีต่อระดับไขมันในเลือดแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและต้านการอักเสบได้ดีด้วยเช่นกัน
3.เลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์และอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง
อาหารที่พบได้บ่อย เช่น ของทอด เนื้อแดง เนย ชีส และอาหารไมโครเวฟ นอกจากจะทำให้คอเลสเตอรอลสูงแล้ว การรับประทานอาหารประเภทนี้มากเกินไปก็ทำให้ไขมันไตรกลีเซอไรด์สะสมในร่างกายสูงด้วยเช่นกัน
4.เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล หรือมีน้ำตาลสูง
หากตรวจเลือดแล้วพบว่าค่าไตรกลีเซอไรด์สูง ระดับน้ำตาลก็อาจสูงด้วย เพราะน้ำตาลปกติโดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตส จะมีบทบาททำให้ไตรกลีเซอไรด์สูง พยายามเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีความหวาน เช่น น้ำอัดลม ขนมเค้ก ลูกอม ซีเรียล โยเกิร์ตที่มีน้ำตาลสูงและไอศกรีม เป็นต้น

