ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร มีค่าเท่าไหร่ เสี่ยงโรคร้ายอะไรบ้าง
ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร เสี่ยงโรคร้ายอะไรบ้าง เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับไตรกลีเซอไรด์มาบ้างแต่อาจไม่ได้รู้ลึกรู้จริง รู้เพียงแค่ว่าไตรกลีเซอไรด์สูงไม่ดีต่อสุขภาพ คำถามคือไม่ดียังไง วันนี้เรามีคำตอบ อันดับแรกต้องมาทำความรู้จักไตรกลีเซอไรด์กันก่อน

ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างไร
ไตรกลีเซอไรด์ คือ ไขมันที่มีอนุภาคขนาดเล็ก โดยปกติร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์ไตรกลีเซอไรด์ได้เองจากตับ หรือมาจากการทานอาหารในแต่ละวัน ไตรกลีเซอไรด์เข้าสู่กระแสเลือดได้แต่ต้องมีตัวช่วยนำพา ตัวช่วยนี้เรียกว่า ไคโลไมครอน เป็นโปรตีนซึ่งมีความหนาแน่นต่ำ หน้าที่คือการลำเลียงหรือขนส่งสารอาหารไขมัน รวมถึงไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลจากลำไส้เล็กเข้าสู่เลือดทางหลอดเลือดดำ
ไคโลไมครอนจะเริ่มทำงานเมื่อเราทานอาหารเข้าไปและอาหารเข้าสู่กระบวนการย่อยที่ลำไส้เล็ก ไคโลไมครอนจะทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน 12 ชั่วโมง หากไปเจาะเลือดที่โรงพยายาล แพทย์จึงต้องให้งดอาหารอย่างน้อย 12-14 ชั่วโมง เพื่อให้ค่าที่ได้มีความแม่นยำมากที่สุด
ไตรกลีเซอไรด์จะไหลเวียนกลับมาที่ตับ ในท้ายที่สุดมันจะถูกย่อยสลายด้วยเอนไซด์ ก่อนแตกตัวกลายเป็นกรดไขมัน โดยกรดไขมันนี้เองร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ไตรกลีเซอไรด์เปรียบเหมือนแหล่งพลังงานสำรองในร่างกายของเรา แต่ทว่าไตรกลีเซอไรด์ที่มีปริมาณมากเกินความพอดี ไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่คิด เราเรียกว่าภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง
ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร
ไตรกลีเซอไรด์สูง หมายถึง ร่างกายของเรามีภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมากกว่าปกติ การที่ร่างกายมีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเสี่ยงต่อโรคร้ายเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคร้าย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองเป็นต้น ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร อาจยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดโดยสันนิษฐานว่าเกิดจากหลากหลายสาเหตุ เช่น
- การทานอาหารที่มีไขมันสูงหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง
- เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่
- อาจเกิดขึ้นจากพันธุกรรม คนในครอบครัวเคยมีประวัติการรักษาไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
- ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงอาจเกิดจากผลข้างเคียงจากการทานยาบางชนิด
- ไตรกลีเซอไรด์สูงอาจเกิดจากน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือเกิดจากโรคอ้วน
ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงต้องมีค่าเท่าไหร่

ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงอาจไม่แสดงอาการใดๆ ตรวจพบได้จากการที่แพทย์ซักประวัติหรือการตรวจเลือด โดยเริ่มต้นแพทย์จะซักประวัติและตรวจเลือดเป็นการตรวจเลือดที่รวมอยู่ในการตรวจไขมันในเลือด ทำให้ทราบระดับไตรกลีเซอไรด์รวมถึงระดับคอเลสเตอรอล ผลจากการตรวจเลือดถูกนำมาเทียบกับค่ามาตรฐานดังต่อไปนี้
- ระดับไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดปกติ
- ระดับไตรกลีเซอไรด์ 150-199 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดอยู่ระดับคาบเส้น
- ระดับไตรกลีเซอไรด์ 200-499 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดอยู่ในระดับสู
- งระดับไตรกลีเซอไรด์สูงกว่า 500 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดอยู่ในระดับสูงมาก
โดยปกติเมื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี แพทย์จะตรวจหาระดับไขมันในเลือดตรวจหาระดับไตรกลีเซอไรด์และระดับคอเลสเตอรอลถือเป็นการตรวจสุขภาพในขั้นพื้นฐาน สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง มีน้ำหนักตัวมาก ขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น ควรได้รับการตรวจวัดระดับไตรกลีเซอไรด์เป็นประจำ
ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเสี่ยงโรคอะไรบ้าง
ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไรเมื่อได้รู้ไปแล้ว ทีนี้มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัย ไตรกลีเซอไรด์สูงเสี่ยงโรคร้ายอะไรบ้าง เสี่ยงโรคร้ายดังต่อไปนี้
1.ตับอ่อน
หากพบว่าร่างกายมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงกว่า 500 มิลลิกรัม/เดซิลิตร นั่นมีความเสี่ยงมาก ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงในระดับนี้เสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนเฉียบพลัน
2.หลอดเลือดหัวใจ
หลอดเลือดหัวใจมีภาวะตีบตันหรือตีบแคบลงเนื่องจากมีคราบไขมันและมีคราบหินปูนเกาะที่ผนังของหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง
3.หลอดเลือดสมอง
หลอดเลือดสมองเป็นภาวะสมองขาดเลือดหรือพบว่ามีเลือดออกทางสมอง เซลล์สมองจึงเกิดภาวะขาดออกซิเจนส่งผลทำให้เซลล์สมองตายในที่สุด
4.หลอดเลือดแข็ง
ภาวะหลอดเลือดแข็งเป็นการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือด ผนังหลอดเลือดชั้นในก่อตัวหนาขึ้นมีไขมันสะสมระหว่างหลอดเลือดในท้ายที่สุดแล้วทำให้หลอดเลือดตีบหรือตัน
ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร ไตรกลีเซอไรด์สูงมีค่าเท่าไหร่เสี่ยงโรคร้ายอะไรบ้าง ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่สูงเกินไปเสี่ยงต่อโรคร้ายหลายโรคจึงเป็นเหตุผลที่เราต้องควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพื่อไม่ให้สูงเกินไปเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทานอาหารที่มีประโยชน์เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีด้วย