นัตโตะกินตอนไหน

แม้ว่าการลองกินนัตโตะอาจเป็นเรื่องท้าทายไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น สี บางคนก็อาจเมินหน้าหนี อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าหลายคนเห็นประโยชน์ของถั่วนัตโตะแล้วก็อยากลองกินกัน และเราเองก็คิดว่าถ้าหากได้ลองลิ้มรสดูสักครั้งก็อาจติดใจเป็นเหมือนคนญี่ปุ่นที่กินทุกวันได้ และหลายคนก็อาจมีคำถามว่า นัตโตะเนี่ย เขากินกันตอนไหน? เราจะมาอธิบายว่า นัตโตะ กินตอนไหน กินเวลาไหนถึงจะเหมาะ เรามีคำตอบ

ประโยชน์ของถั่วนัตโตะ

ประโยชน์ของนัตโตะ คร่าวๆ ที่ชวนให้อยากลอง

นัตโตะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น:

  • โปรตีน: เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชคุณภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและดูแลสุขภาพโดยรวม

  • โปรไบโอติก: แบคทีเรียบาซิลลัส ซับทิลิสในนัตโตะเป็นโปรไบโอติกที่ดีต่อลำไส้ ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และอาจช่วยลดปัญหาท้องผูก

  • วิตามิน K2: เป็นวิตามินที่พบได้ไม่บ่อยในอาหารทั่วไป มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และช่วยควบคุมการแข็งตัวของเลือด

  • เอนไซม์นัตโตะไคเนส (Nattokinase): เป็นเอนไซม์เฉพาะที่พบในนัตโตะ มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยสลายลิ่มเลือด ส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

นัตโตะ กินตอนไหน?

จริงๆ แล้ว นัตโตะสามารถกินได้ทุกเวลา แต่ละช่วงเวลาก็มีประโยชน์หรือข้อดีแตกต่างกันออกไป นัตโตะ กินตอนไหนดี? เวลาต่างๆ จะมีดังนี้

ตอนเช้า: เริ่มต้นวันด้วยพลังงานและประโยชน์

การกินนัตโตะเป็นอาหารเช้า จะเป็นเวลาที่คนญี่ปุ่นมักจะกินกันและเป็นธรรมเนียมปฏิบัติปกติทั่วไป และนัตโตะมักถูกกินพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ ซุปมิโซะ และเครื่องเคียงอื่นๆ

  • กระตุ้นการเผาผลาญ: โปรตีนในนัตโตะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานในการเริ่มต้นวัน และอาจช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

  • โปรไบโอติกทำงานได้ดี: การได้รับโปรไบโอติกในตอนเช้าตอนที่ท้องของเรากำลังว่างๆ อาจช่วยให้แบคทีเรียดีเหล่านี้เดินทางไปถึงลำไส้ได้ดีขึ้นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอาหารที่ดีกับลำไส้อย่างหนึ่งเลยครับ

  • ความสะดวก: เป็นอาหารเช้าที่ง่าย รวดเร็ว และเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยให้ตื่นตัวไปทำงานได้อย่างดีเลย

ตอนกลางวัน: เพิ่มสมาธิและปรับสมดุลอารมณ์

การกินนัตโตะในมื้อกลางวันก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้ตอนเช้า โดยเฉพาะถ้าหากต้องการรักษาสมดุลทางอารมณ์ตลอดช่วงเวลาบ่าย ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น

  • สารทริปโตเฟน: นัตโตะมีกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่าง ทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง เซโรโทนิน (Serotonin) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "สารแห่งความสุข" การมีระดับเซโรโทนินที่เพียงพอช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความเครียด และช่วยให้มีสมาธิมากขึ้นด้วย

  • เป็นแหล่งพลังงาน: เพราะนัตโตะจะมีโปรตีนและใยอาหาร ช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหารจุบจิบในช่วงบ่าย

ตอนเย็น: เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนัตโตะไคเนสและการฟื้นฟูร่างกาย

นัตโตะ กินตอนไหน? งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการกินนัตโตะในตอนเย็นหรือก่อนนอนอาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการได้รับประโยชน์สูงสุดจากเอนไซม์นัตโตะไคเนส ซึ่งเป็นเอนไซม์เฉพาะที่มีในนัตโตะ

  • เอนไซม์นัตโตะไคเนสทำงานดีที่สุดตอนนอน: เมื่อเรานอนหลับ ร่างกายจะอยู่ในภาวะพักผ่อนและฟื้นฟู เอนไซม์นัตโตะไคเนสจะช่วยทำงานในการสลายลิ่มเลือด ลดความหนืดของเลือด และส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตในขณะที่เราพักผ่อน ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดในตอนเช้า

  • การฟื้นฟูร่างกายและผิวพรรณ: การไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้นในขณะนอนหลับยังช่วยให้สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทั่วถึง ส่งเสริมการซ่อมแซมเซลล์และฟื้นฟูผิวพรรณ

นัตโตะ กินตอนไหนดีที่สุด? นัตโตะสามารถกินได้ทุกเวลา ทั้งเช้า บ่าย เย็น และแต่ละช่วงก็จะมีประโยชน์หลากหลายแตกต่างกันออกไป สำหรับคนเริ่มต้นกินนัตโตะก็อาจต้องปรับตัวหน่อยๆ เหตุผลเราคงจะรู้กัน สำหรับคนที่ทนไม่ได้จริงๆ แต่ยังอยากได้ประโยชน์ของนัตโตะอยู่ ทำอย่างไรได้บ้าง? การเลือกทานKINN NATTO จะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเป็นนัตโตะแคปซูลสกัดจากนัตโตะ รวมถึงมีสารสกัดจากชาเขียวและเรด ยีสต์ ไรซ์