อาการแผลในกระเพาะอาหาร

ตำแหน่งปวดท้อง บอกอะไรเราได้หลายอย่าง ปวดท้องช่วงล่างฝั่งขวาก็อาจปวดไส้ติ่ง ปวดท่อไต ปวดตรงกลางส่วนล่างก็อาจเป็นอาการปวดกระเพาะปัสสาวะหรือปวดมดลูก เพราะท้องของเรามีอวัยวะต่าง ๆ ที่ทั้งสำคัญต่อการย่อยอาหารและการทำงานของร่างกาย ทุกคนเคยมีอาการปวดท้องกันทั้งนั้น แต่เราอาจไม่รู้ว่าปวดตรงนี้คือปวดอะไร ปวดตรงไหนคือภาวะโรคกระเพาะอักเสบ ในบทความนี้เราจะมาอธิบายถึง อาการแผลในกระเพาะอาหาร ว่ามีอาการอย่างไร ปวดแบบไหน ตรงไหน อะไรคือสาเหตุของแผลในกระเพาะอาหาร แล้วต้องใช้เวลากี่วันถึงจะหาย ระหว่างที่เป็นห้ามกินอะไรบ้าง?

แผลในกระเพาะอาหารปวดตรงไหน

อาการแผลในกระเพาะอาหาร เป็นอย่างไร?

อาการแผลในกระเพาะอาหารจะมีด้วยกันหลายอาการขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล ซึ่งอาการที่สามารถพบได้บ่อย จะมีดังนี้

-          ปวดแสบปวดร้อน เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด อาการปวดแสบปวดร้อนนี้มักจะเกิดขึ้นระหว่างการทานอาหารหรือตอนกลางคืน อาการอาจอยู่หลายนาทีหรือเป็นชั่วโมง

-          ท้องอืด โดยเฉพาะหลังจากทานอาหารมื้อเล็ก ๆ

-          แสบร้อนกลางอก เป็นอาการที่คนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นกรดไหลย้อน

-          คลื่นไส้อาเจียน เป็นอาการที่สามารถพบได้บ่อย

-          เรอบ่อย เวลาเรออาจทำให้อาการดีขึ้น แต่อาการก็จะกลับมาเจ็บเหมือนเดิม

-          ไม่ค่อยอยากอาหาร เนื่องจากอาการเจ็บระหว่างการทานอาหาร

-          น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากไม่ค่อยอยากอาหารและคลื่นไส้อาเจียน

อาการแผลในกระเพาะอาหารรุนแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้และต้องพบแพทย์โดยด่วน

-          อาเจียนเป็นเลือด อาจมีสีแดงหรือดำ (เหมือนกาแฟ) บ่งชี้ว่ามีเลือดออกในกระเพาะ

-          สีของอุจจาระเป็นสีดำ หรือมีเลือดผสมกับอุจจาระ

-          ปวดท้องอย่างรุนแรงหรือเฉียบพลัน

-          ผิวซีด อ่อนแรง ร่างกายอ่อนล้าเนื่องจากการสูญเสียเลือดจากแผลในกระเพาะอาหาร

แผลในกระเพาะอาหาร ปวดตรงไหน?

อาการแผลในกระเพาะอาหารมักเกิดขึ้นบริเวณช่องท้องส่วนบน ระหว่างกระดูกหน้าอกและสะดือ ปวดแสบปวดร้อน มักจะปวดระหว่างการทานอาหารและตอนกลางคืน อาจทำให้ตื่นนอนจากอาการปวด

อาการแผลในกระเพาะอาหาร มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง?

แผลในกระเพาะอาหาร เกิดขึ้นเมื่อเยื่อบุป้องกันของกระเพาะอาหารเสียหาย ส่งผลให้กระเพาะอาหารกัดกร่อนเนื้อเยื่อจนทำให้เกิดแผล ซึ่งมีสาเหตุที่หลากหลาย ดังนี้

1.      การติดเชื้อ Helicobacter pylori (H.pylori) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

2.      การใช้ยาแก้อักเสบหรือยาแก้ปวดเป็นเวลานาน

3.      การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป ทำให้กระเพาะเกิดการระคายเคือง

4.      สูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้กรดในกระเพาะเยอะขึ้น และทำให้แผลหายช้าลงด้วยเช่นกัน

5.      ความเครียด หรืออาการเครียดสะสม แม้ว่าความเครียดจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่ก็อาจทำให้อาการแย่ลงและหายช้ากว่าเดิม

6.      ทานอาหารรสจัด เช่นกัน อาหารรสเผ็ดไม่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารโดยตรง แต่ทำให้กระเพาะเกิดการระคายเคืองและทำให้อาการแผลในกระเพาะอาหารแย่ลงได้

แผลในกระเพาะอาหารกี่วันหาย

กี่วันถึงจะหาย?

แผลในกระเพาะอาหารอาจใช้เวลาในการฟื้นฟูแตกต่างกันออกไปสำหรับบางคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและขึ้นอยู่กับการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์

หากมีแผลในกระเพาะอาหาร ห้ามกินอะไรบ้าง?

เมื่อมีแผลในกระเพาะอาหาร อาหารหลายอย่างอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเจ็บแบบเฉียบพลันขึ้นมา ซึ่งอาหารที่ควรเลี่ยง จะมีดังนี้

-          อาหารรสเผ็ดทุกชนิด

-          อาหารที่มีกรด เช่น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ เป็นต้น

-          ของทอดทุกชนิด เนื่องจากไขมันสูง ใช้เวลานานในการย่อย

-          เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชาเขียว ชาดำ รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลังและโซดา

-          เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

-          ช็อคโกแลต มีคาเฟอีน รวมถึงเป็นสารกระตุ้นให้กระเพาะสร้างกรดมากขึ้น

-          อาหารรสหวานจัด ทำให้กระเพาะอาหารสร้างกรดมากขึ้นเช่นกัน

 

อาการแผลในกระเพาะอาหาร จะเกิดขึ้นตรงช่องท้องส่วนบน มักจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนทรมาน กว่าจะหายก็ใช้เวลานาน ทำให้ต้องดูแลป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาท้องไส้ที่อาจทำให้ชีวิตประจำวันของเราลำบาก