ภูมิคุ้มกันตก อาการเป็นอย่างไร เสริมภูมิคุ้มกันลดเสี่ยงโรค
จะรู้ได้อย่างไรว่าภูมิคุ้มกันกำลังอ่อนแอ?
เคยสังเกตตัวเองบ้างไหม ว่าจู่ ๆ ทำไมถึงป่วย รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียไม่มีแรง เป็นผื่น ท้องเสียบ่อย อาการเหล่านี้อาจมีปัจจัยการเกิดแตกต่างกันในแต่ละคนเพราะสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน โรคประจำตัวหรืออาการป่วย แต่ปัจจัยหนึ่งที่อาจเกิดได้กับทุกคนคือการที่ภูมิคุ้มกันตก หรือภูมิคุ้มกันต่ำที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาการของภาวะนี้เป็นอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร เสี่ยงต่อการเกิดโรคอะไรบ้าง แล้วการดูแลตัวเองเพื่อเสริมภูมิคุ้นกัน ควรทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายในอนาคต

อาการเมื่อภูมิคุ้มกันตก เป็นอย่างไร
เราอาจสังเกตอาการได้จากการที่เรารู้สึกเหนื่อยง่าย เป็นหวัดง่าย ไข้ขึ้นเฉียบพลัน ปวดท้องบ่อยหรือท้องเสียง่าย ติดเชื้อง่าย แผลหายยาก ปวดบริเวณข้อหรือกล้ามเนื้อ
เหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนเพลียบ่อย
เรียกได้ว่าเป็นอาการอย่างหนึ่งที่เป็นอาการทั่วไปของการที่ร่างกายภูมิคุ้มกันต่ำลง ถึงแม้จะมีการพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม อาการนี้ค่อนข้างส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การทำกิจกรรม ซี่งส่งผลต่อคุณภาพหลาย ๆ อย่างในชีวิตด้วยเช่นกัน
เป็นหวัดง่าย ไอบ่อย
ร่างกายคนเรา การเป็นหวัดหรือติดหวัดนั้นเป็นเรื่องปกติ อาจจะนาน ๆ ครั้งเป็นทีหรือ 2-3 ครั้งต่อปี เราอาจมีประสบการณ์ตอนเด็กหรือสังเกตได้จากเด็กที่เป็นหวัดบ่อย แต่ในวัยที่เติบโตขึ้น ภูมิคุ้นกันเริ่มสูงมากขึ้นแต่กลับเป็นหวัดบ่อย มีการไอบ่อย ก็อาจเป็นอาการอย่างหนึ่งของภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจในอนาคตได้
ไข้ขึ้นเฉียบพลันบ่อย
หน้าที่ของภูมิคุ้มกันอย่างหนึ่งคือการป้องกันแบคทีเรีย ไวรัสและสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย เหตุนี้แหละที่ทำให้ไข้ขึ้น แต่ถ้าเราป่วยไข้เฉียบพลันบ่อย ๆ อาจเป็นเพราะร่างกายมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายมากเกินไป เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งของภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ปวดท้องบ่อยหรือท้องเสียง่าย
กว่า 70% ของระบบภูมิคุ้มกันของเราอยู่ในระบบทางเดินอาหาร หากเราปวดท้องบ่อย ท้องร่วง ท้องเสีย ท้องผูกบ่อย ๆ หรือมีอาการลำไส้แปรปรวน ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอด้วยเช่นกัน
ติดเชื้อง่าย
การติดเชื้อในระบบหายใจอย่างอาการเจ็บคอ อาการไอ ไซนัสอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณผิวหนังอย่างการผื่นขึ้น เป็นแผลในปากง่าย รวมถึงการติดเชื้อแบบอื่น หากมีการติดเชื้อบ่อยหรือติดเชื้อง่ายกว่าปกติ ก็สามารถเป็นอาการอย่างหนึ่งของภาวะภูมิคุ้มกันต่ำได้
แผลหายยาก ฟื้นฟูช้า
กิจวัตรประจำวันหลายอย่างอาจทำให้เกิดแผล เช่น การโดนมีดบาด โดนน้ำร้อนลวก หกล้มเป็นแผล ก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อเกิดแผลพวกนี้ ร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงจะเข้าไปซ่อมแซมแผลนั้นให้ดีขึ้นภายในเวลา 3-5 วัน แต่ถ้าแผลนั้นหายยากหรือนานกว่าปกติ ก็อาจเป็นอาการอย่างหนึ่งเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลด้วย
ปวดบริเวณข้อหรือกล้ามเนื้อ
อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้กับคนที่ออกกำลังกายบ่อย ๆ หรือมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อหรือกล้ามเนื้อ ซึ่งระยะเวลาในการฟื้นฟูก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ถ้าหากมีอาการปวดบริเวณข้อนานกว่าปกติ ก็อาจเป็นอาการภูมิคุ้มกันต่ำซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์กับเก๊าท์ได้ด้วยเช่นกัน
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวแต่ละโรค อาจมีอาการตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องกับภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้ช่วยชาญเพื่อเข้ารับการตรวจหาสาเหตุจะดีที่สุด

สาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตก
ปัจจัยหลายอย่างที่สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น
- พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเข้าไปขัดการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบภูมิต้านทาน
- ความเครียดสะสม ความเครียดกับสุขภาพ ทั้งสองนี้ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน หากเกิดความเครียด จะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงได้ เมื่อเครียด ร่างกายจะเพิ่มฮอร์โมนคอร์ติซอลและอดรีนาลีนที่จะเข้าไปกดระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งของการอักเสบภายในและเกิดปัญหาภูมิคุ้มกัน
- ทานอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารไม่เพียงพอ ไม่ครบ 5 หมู่ เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
- ขาดการออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันวิธีหนึ่ง ถ้าขาดการออกกำลังกายก็อาจทำให้ภูมิคุ้มกันตกได้เช่นกัน
- ดื่มแอลกอฮอล์หนัก นอกจากจะเสี่ยงโรคไขมันพอกตับแล้ว ก็มีส่วนทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเช่นกัน
- สูบบุหรี่ นอกจากจะเสี่ยงต่อโรคปอด โรคมะเร็งปอดแล้ว ก็มีส่วนทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเช่นกันจนสามารถเกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องได้
ภูมิคุ้มกันตก เสี่ยงต่อการเกิดโรคอะไรบ้าง
การที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็มีความเสี่ยงต่อหลากหลายโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคทางเดินหายใจ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคติดเชื้อจากคนสู่คนเกิดได้ง่ายขึ้น โรคมะเร็งในทางเดินอาหาร โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารและโรคทางระบบประสาท

วิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้าย
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น เราสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างไรบ้าง?
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยคำนึงถึงสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย อย่างผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนดี ไขมันดี อาหารที่มีวิตามินหลากหลายโดยเฉพาะวิตามิน C, D และ E รวมถึงอาหารที่มีแร่ธาตุหลากหลายและอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น
- นอนหลับให้เพียงพอ เชื่อว่าหลายคนหลับนอนตอนกลางคืนอย่างมาก 6 ชั่วโมงเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว การนอนหลับให้เพียงพอ ต้องนอนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินสลับวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำหรือการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อก็ได้หมดเลย ที่สำคัญคือการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์
- จัดการกับความเครียด การนั่งสมาธิ การทำโยคะ หรือการหากิจกรรมยามว่างใหม่ ๆ ทำ จะช่วยจัดการกับความเครียดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงได้
- ควบคุมน้ำหนัก โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน นอกจากจะทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังแล้ว ก็สามารถเข้าไปลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันด้วยเช่นกัน การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ดูแลน้ำหนักโดยการรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเลี่ยงการดื่มไปเลย เพื่อให้ภูมิต้านทานแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
- เลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่เป็นตัวการที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- รักษาความสะอาด ล้างมือกับสบู่บ่อย ๆ อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะช่วงหลังการใช้ห้องน้ำ ก่อนและหลังอาหาร หลีกเลี่ยงการจับใบหน้า จมูกหรือปาก
- ฉีดวัคซีน ตามที่แพทย์แนะนำ
- เลือกรับประทานอาหารเสริม เช่น อาหารเสริมที่มีวิตามิน C, D ซิงค์ โพรไบโอติค เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย นอกจากนี้ก็สามารถทานเห็ดหลินจือแคปซูล ที่มีสรรคุณช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ล้างสารพิษในตับ ปรับสมดุลและฮอร์โมน ช่วยให้นอนหลับสนิท รวมถึงชะลอการเสื่อมสลายของเซลล์และบำรุงระบบประสาท มีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
สรุปแล้ว ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สามารถดูแลให้ดีขึ้นได้ด้วยตัวเองโดยการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ที่ไม่ดีให้ดีขึ้น เพื่อให้ร่างกายสามารถคงระดับภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


