อาการเครียดสะสม ภาวะทางสุขภาพจิตใจที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย
แรงกดดัน การสูญเสีย ปัญหาสุขภาพ ด้วยปัจจัยที่หลากหลายเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะเครียดและอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลได้ หลายคนมีปัจจัยของความเครียดที่ต่างกัน แต่การเกิดความเครียดขึ้นซ้ำ ๆ มีแรงกดดันซ้ำ ๆ จนความคิดในแต่ละวันของเราเริ่มมีแต่แง่ลบแบบไม่รู้ตัว ก็อาจเป็นภาวะหนึ่งที่เรียกว่าภาวะอาการเครียดสะสมได้ แล้วอาการเครียดแบบซ้ำ ๆ จนกลายเป็นชีวิตประจำวันมันเป็นอย่างไร สาเหตุมาจากอะไร คนวัยไหนบ้างที่มีความเสี่ยง แล้วจะมีวิธีการป้องกันและรักษาอย่างไร

อาการเครียดสะสม คืออะไร?
ภาวะเครียดสะสม หรือความผิดปกติของการปรับตัว (Adjustment disorder) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายและสมองตอบสนองต่อความเครียดอย่างรุนแรงหรือความเครียดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนสะสมจากสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การสูญเสียคนรัก การหย่าล้าง การตกงาน สังคม ครอบครัว เมื่อสะสมไปนาน ๆ จะทำให้เกิดความอ่อนไหวต่อความรู้สึก ร้องไห้ง่าย หดหู่ รวมถึงอาจทำให้พฤติกรรม ความคิดและการตัดสินใจเปลี่ยนไปได้ด้วยเช่นกัน
ประเภทของภาวะเครียดสะสม
อาการเครียดสะสมอาจแบ่งได้ตามประเภทของภาวะเครียดสะสม ซึ่งจะมีอยู่ 6 ประเภท คือ
1. ภาวะเครียดสะสมจากอารมณ์หดหู่ : มีความรู้สึกเศร้า สิ้นหวัง ร้องไห้ ขาดความสุขจากสิ่งที่เคยทำให้มีความสุข
2. ภาวะเครียดสะสมจากความวิตกกังวล : รู้สึกวิตกกังวลไปกับทุกเรื่อง หนักใจ มีปัญหาด้านสมาธิ
3. ภาวะเครียดสะสมผสมระหว่างอารมณ์หดหู่กับวิตกกังวล : รู้สึกทั้งเศร้าและวิตกกังวล
4. ภาวะเครียดสะสมที่แสดงออกผ่านพฤติกรรมที่ไม่ดี : เช่น การทำลายข้าวของ เบียดเบียนสิทธิ์ของผู้อื่น มีพฤติกรรมที่รุนแรง
5. ภาวะเครียดสะสมที่รวมระหว่างอารมณ์และพฤติกรรม : วิตกกังวล ซึมเศร้า และมีปัญหาด้านพฤติกรรม
6. ภาวะเครียดสะสมที่ทำให้เกิดอาการกายภาพ : ปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดท้อง หัวใจเต้นแรงหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนไม่หลับ
อาการเครียดสะสม เป็นอย่างไร? อะไรบ้างที่เป็นสัญญาณของภาวะนี้
อาการเครียดสะสมและสัญญาณของภาวะเครียดสะสมอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน แต่อาการที่สามารถพบได้บ่อยก็มักจะเป็นอาการทางอารมณ์และพฤติกรรม ซึ่งอาการสามารถแบ่งได้ดังนี้
อาการทางอามณ์
- เศร้าหรือหมดหวังอย่างต่อเนื่อง ร้องไห้ง่าย ร้องไห้บ่อย
- รู้สึกวิตกกังวล ประหม่า กระวนกระวาย
- หงุดหงิดหรือโกรธง่าย รำคาญง่าย
- ซึมเศร้า ขาดความใส่ใจหรือสนใจในสิ่งต่าง ๆ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
- รู้สึกมีความผิดหรือมีความอับอายเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เครียด
อาการทางพฤติกรรม
- ถอนตัวจากสังคม เพื่อน หรือครอบครัว
- ประสิทธิภาพการทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตแย่ลง
- พฤติกรรมการหลับนอนเปลี่ยน นอนหลับยาก หรืออาจนอนหลับมากเกินไป
- พฤติกรรมการกินเปลี่ยน น้ำหนักลดอย่างเห็นได้ชัด
อาการทางกายภาพ (อาจเกิดขึ้นได้กับบางคน)
- ปวดหัวหรือปวดท้อง
- ร่างกายอ่อนล้า
- กล้ามเนื้อตึง
อาการด้านการรับรู้
- มีปัญหาด้านการโฟกัส ตัดสินใจ หรือความจำ
- มีความคิดด้านลบอยู่ตลอด
อาการเครียดสะสม มีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง
ภาวะเครียดสะสม สาเหตุจะมาจากความเครียดซ้ำ ๆ รวมถึงเหตุการณ์ที่รุนแรงหรือสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ซึ่งปัจจัยความเครียดในที่นี้จะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน ทำให้สาเหตุหลัก ๆ ของภาวะเครียดสะสมจะเป็นสาเหตุส่วนบุคคล

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะเครียดสะสม
อาการเครียดสะสมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าอาจมีความแตกต่างกันออกไป ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาหย่าร้าง เลิกรา
- ปัญหาครอบครัว
- วัยเกษียณ
- การสูญเสียคนรัก
- ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง
- ปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า
- ปัญหาการเงิน
- สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ดี
- การสูญเสียการงาน
- เคยมีประสบการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การถูกทร้าย ความรุนแรง
- คนที่มองโลกในแง่ร้าย ไม่นับถือตัวเอง ปรับตัวยาก
- ติดแอลกอฮอล์
วิธีรักษาภาวะเครียดสะสม
การรักษาอาการเครียดสะสม จะเป็นการพบและพูดคุยกับจิตแพทย์ ทำจิตบำบัด และอาจมีการใช้ยาร่วมด้วย ซึ่งเป้าหมายของการรักษาคือการช่วยให้สามารถรับมือกับความเครียด ลดอาการลง และปรับปรุงการใช้ชีวิตประจำวันให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
ภาวะเครียดสะสม ป้องกันได้ไหม?
ในความเป็นจริง เราไม่สามารถป้องกันสาเหตุของภาวะเครียดสะสมได้ทั้งหมด เพราะความเครียดอาจถาโถมเข้ามาได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เราสามารถลดความเครียดและปรับตัวให้ดีขึ้นได้ ด้วยวิธีการดังนี้
1. เทคนิคด้านการจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ การหายใจลึก ๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เล่นโยคะ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยลดความเครียดที่ช่วยปรับปรุงอารมณ์ของเราให้ดีขึ้นได้
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายจะช่วยลดอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ เพราะร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมาตอนออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสารความสุขอย่างหนึ่ง
3. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การทานอาหารที่สมดุล จะช่วยปรับปรุงอารมณ์และระดับพลังงานที่พอเหมาะ ช่วยรับมือกับความเครียดได้ดี
4. นอนหลับให้เพียงพอ สร้างกิจวัตรการนอนใหม่
5. เข้าหาสังคมมากขึ้น เจอเพื่อน ครอบครัว ญาติที่ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้เราได้
อาการเครียดสะสม สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัยรวมถึงผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน ซึ่งการดูแลภาวะเครียดสะสมนั้นไม่สามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง หากคนใกล้ตัวมีอาการหรือมีสัญญาณ เราต้องทำตัวเป็นคนสังเกตและเป็นที่ปรึกษาที่ดี เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะเครียดสะสม

