คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูง ทำอย่างไร กรดยูริกในเลือดสูงเสี่ยงโรคอะไรบ้าง
โรคภัยไข้เจ็บมักแอบแฝงมากับอาหารการกินของเรา หรือพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง หนึ่งในปัญหาโรคภัยไข้เจ็บของคนไทยคือภาวะกรดยูริคในเลือดสูง ภาวะนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนิ่วโรคไตหรือโรคเก๊าท์ได้ เมื่อเกิดขึ้นอาจทำให้มีผลข้างเคียง เช่น มีอาการบ้านหมุน มีเสียงดังในหูหรือปัญหาหูอื้อ เป็นต้น เกิดจากเส้นเลือดหดตัวและไปเลี้ยงประสาทหูรวมถึงอวัยวะที่ควบคุมการทรงตัวได้น้อย กรดยูริกมาจากไหน คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูง รักษายังไงไปดูกัน

กรดยูริคมาจากไหน
กรดยูริคในร่างกายอาจเกิดจากการสร้างขึ้นในร่างกายร้อยละ 80 ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในร่างกาย เมื่อมีการซ่อมแซมหรือสร้างเซลล์ต่างๆ นอกจากนั้นยังมาจากการรับประทานอาหารร้อยละ 20 โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกไปทางปัสสาวะร้อยละ 67 และทางอุจจาระร้อยละ 33 หากมีกรดยูริคในเลือดสูง หมายความว่าอาจมาจากสาเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง มาจากการที่ร่างกายสร้างกรดยูริกมากกว่าปกติหรืออาจมาจากการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีน
โรคยอดฮิตที่มาจากกรดยูริคสูง
- โรคนิ่วในไต
โรคนิ่วในไตมาจากภาวะกรดยูริคในร่างกายสูง หรือเกิดจากร่างกายมีแร่ธาตุ แคลเซียมสะสมอยู่ในปริมาณมากไม่สามารถทำให้ความเข้มข้นน้อยลงเหลือละลายไปได้ทำให้สารเหล่านี้เกิดการสะสมในปัสสาวะจนเกิดเป็นก้อนนิ่วในอวัยวะต่างๆ หรือในระบบทางเดินปัสสาวะ จึงทำให้ไตทำงานผิดปกติ
- โรคเก๊าท์
เมื่อกรดยูริคในร่างกายสูงทำให้มีความเสี่ยงเกิดโรคเก๊าท์หรือโรคข้ออักเสบได้ กรดยูริคที่สะสมไว้เป็นเวลานานจะตกตะกอนเป็นผลึกและเข้าไปสะสมตามข้อต่อหรือเนื้อเยื่อโดยรอบจึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณข้อแบบเฉียบพลันและรุนแรงหรือมีอาการบวมแดงที่บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า
อาการของโรคเก๊าท์
โรคเก๊ามีสาเหตุมาจากกรดยูริคในร่างกายสูง เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริคตามข้อต่างๆ อาการของโรคเก๊าท์มักมีอาการปวด บวมแดงหรือร้อนบริเวณข้อแบบเฉียบพลัน มักเกิดขึ้นที่บริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าแต่ก็สามารถเกิดกับข้ออื่นๆ ในร่างกายได้เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อเข่า เป็นต้น ในระยะแรกหากเป็นโรคเก๊าท์แล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องก็อาจจะทำให้เกิดภาวะอักเสบที่รุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังและอาจทำให้มีโรคอื่นๆ แทรกซ้อนเข้ามาด้วย เช่น นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ไตวายหรือโรคไต เป็นต้น
คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูง
การรักษาภาวะกรดยูริคในเลือดสูงนั้น สามารถรักษาได้ 2 แบบแบบแรก คือ การรักษาโดยใช้ยา นอกจากนั้นยังสามารถรักษาโดยไม่ใช้ยาได้ด้วย คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูง ทำอย่างไรไปดูกัน
1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา
- หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอพยายามควบคุมน้ำหนักตัวเพราะมีผลทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลงได้และยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเก๊าท์ด้วย
- รับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อแดงหรือปลาทะเลเนื่องจากการรับประทานเนื้อแดงในปริมาณมากจะทำให้กรดยูริกในเลือดเพิ่มสูงขึ้น อาหารทะเลก็เช่นเดียวกันเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าท์ ยกเว้นการรับประทานพืช หรือัญพืชจำพวกถั่วหรือผักที่มีสารพิวรีนสูง สามารถรับประทานได้แต่รับประทานแต่พอเหมาะ
- งดการดื่มเครื่องดื่มสุรา รวมถึงการสูบบุหรี่ พฤติกรรมเหล่านี้อาจนำมาสู่ภาวะกรดยูริกในร่างกายสูงและเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ อีกมากมาย
2. การรักษาโดยใช้ยา
สำหรับการรักษาโดยใช้ยาผู้ป่วยจะต้องเข้าพบแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัยและให้ยาที่ถูกต้องเหมาะสมกับผู้ป่วยอย่างไรก็ตาม ทางที่ดีผู้ป่วยควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ตรวจดูว่าร่างกายมีความผิดปกติหรือไม่หากพบว่าร่างกายมีกรดยูริคสูงจะนำไปสู่การป้องกันและการรักษาที่รวดเร็ว

สรุปผู้ป่วยโรคเก๊าท์ต้องงดอาหารอะไร
ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์มีผลทำให้กรดยูริคในร่างกายสูงขึ้นรวมถึงงดอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น สัตว์ปีก ไก่ เป็ด หรือเครื่องในสัตว์ หน่อไม้ สะเดา ยอดกระถิน รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะทำให้ร่างกายขับถ่ายกรดยูริกออกไปได้ยาก
สรุปผู้ป่วยโรคเก๊าท์ต้องทานอาหารอะไร
ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองด้วยการควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เนื่องจากการรับประทานอาหารเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กรดยูริคในเลือดสูงได้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานโดยหันมารับประทานผลไม้และผักให้มากขึ้นและรับประทานอาหารที่หลากหลาย รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่าลืมดื่มน้ำให้มากๆ ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตรเพื่อช่วยให้ร่างกายขับกรดยูริกออกมาทางปัสสาวะได้ง่ายขึ้น
คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีกรดยูริคในเลือดสูงต้องทำอย่างไรหรือมีแนวทางการรักษาอย่างไร ทั้งการรักษาโดยใช้ยาและการรักษาโดยไม่ใช้ยา หวังว่าจะเป็นแนวทางให้กับทุกๆ คนได้ โรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา อาจมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารในแต่ละวัน อาหารที่มีสารพิวรีนสูงมักจะทำให้กรดยูริคในร่างกายเราสูงขึ้นและมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคนิ่วในไตโดยเฉพาะโรคเก๊าท์ ดังนั้นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานแบบใหม่ เพื่อให้เราห่างไกลจากโรคร้ายไม่มีใครอยากเป็น