ข้อเข่าเสื่อมอาการ

โรคข้อเข่าเสื่อม สิ่งที่ควรรู้

เมื่อมีอายุมากขึ้น ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น ซึ่งข้อเข่าเสื่อม อาการของมันมีความแตกต่างจากโรคข้ออักเสบอื่น ๆ อย่างโรคเก๊าท์หรือโรครูมาตอยด์อยู่บ้าง แต่ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบก็อาจจะแยกไม่ออก ทำให้ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมอยู่มากพอสมควร แล้วโรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น

อาการข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม คืออะไร

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อต่อโดยตรง เกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่าสลายตัวหรือถูกทำลาย เมื่อกระดูกอ่อนสลายตัวลงแล้วก็จะไม่มีอะไรที่ทำหน้าที่ป้องกันกระดูกหัวเข่า ทำให้กระดูกบริเวณหัวเข่าเสียดสีกันจนทำให้เกิดอาการปวด บวม อาการตึงและอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย

โรคข้อเข่าเสื่อม พบได้บ่อยช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปที่มักจะป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมกันโรคเรื้อรังอื่น ๆ และมีแนวโน้มจะมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการที่หลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุรวมถึงประเทศไทย

โรคข้อเข่าเสื่อม อาการเป็นอย่างไร

โรคข้อเข่าเสื่อม อาจมีอาการแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่อาการหรือสัญญาณของโรคข้อเข่าเสื่อมที่พบได้บ่อย จะมีดังนี้

-          อาการปวด ปวดบริเวณข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง มักจะแย่ลงเมื่อทำกิจกรรมหรือการยืน นั่งเป็นเวลานาน หรือโดยเฉพาะตอนลุกออกจากเตียงตอนตื่น

-          อาการตึง รู้สึกตึงบริเวณหัวเข่า โดยเฉพาะหลังจากช่วงพักเป็นเวลานาน เช่น ตอนตื่นเช้า หรือหลังจากนั่งเป็นเวลานาน อาการตึงอาจลดลงหลังจากเดินได้สักพัก แต่ก็อาจกลับมาตึงได้อีกหลังจากพักเป็นเวลานาน

-          บวม มีอาการบวมบริเวณข้อต่อหัวเข่า อาจรู้สึกร้อน ๆ หรือนิ่ม ๆ ตรงที่บวม

-          ขยับขาได้น้อย เนื่องจากอาการบวมบริเวณข้อเข่า ทำให้งอเข่าหรือยืดเข่าได้ยาก และให้ความรู้สึกตึงและขยับขาได้น้อยกว่าปกติ

-          มีเสียงเหมือนกระดูกลั่นบริเวณข้อเข่า ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมหลายคนอาจรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงก๊อกแก๊กบริเวณหัวเข่า (Knee Crepitus) หรือเสียงกระดูกลั่นเมื่อขยับหัวเข่า

-          กล้ามเนื้อบริเวณข้อเข่าอ่อนแอ เนื่องจากการที่ไม่ได้ใช้งานหรือเนื่องจากความเจ็บปวด ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยากขึ้น

สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนบริเวณข้อระหว่างหัวเข่าเสื่อมสลายลง ทำให้กระดูกหัวเข่าเสียดสีกันจนทำให้เกิดความเจ็บปวด บวม แดง ซึ่งสาเหตุของกระดูกอ่อนหัวเข่าเสื่อมลง อาจจะยังไม่มีที่มาที่แน่ชัด แต่มีสาเหตุและปัจจัยความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม เช่น

-          อายุ โรคข้อเข่าเสื่อมจะสามารถพบได้บ่อยมากขึ้นในวัยสูงอายุหรือตั้งแต่ช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป

-          โรคอ้วน เมื่อร่างกายมีน้ำหนักหรือดัชนีมวลกาย (BMI) ที่สูงจนเกินไป (น้ำหนักเกินมาตรฐาน) จะทำให้ข้อต่อทำงานหนัก โดยเฉพาะข้อต่อบริเวณหัวเข่าและสะโพก

-          เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า เช่น เส้นเอ็นหัวเข่าฉีกขาด หรือร้าว จะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าในอนาคต โดยเฉพาะการบาดเจ็บที่ไม่ได้รับการรักษา

-          การใช้หัวเข่ามากเกินไป กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยกของหนัก หรือการเล่นกีฬาที่ใช้ขาและหัวเข่าในการขยับมาก ๆ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

-          เพศ โรคข้อเข่าเสื่อม พบเจอได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

-          เกิดจากโรคข้อเข่าอักเสบอื่น ๆ เช่น โรคเก๊าท์ โรครูมาตอยด์ เป็นต้น

ป้องกันข้อเข่าเสื่อม

การดูแล ป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อควบคุมอาการและชะลอการเสื่อมของข้อเข่าลง การดูแล ควรดูแลอย่างไรบ้าง?

การดูแลโรคข้อเข่าเสื่อม

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับมาตรฐาน การลดน้ำหนัก สามารถช่วยลดความตึงของข้อเข่าได้ ซึ่งจะช่วยลดอาการและชะลอข้อเข่าเสื่อมได้

ออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบบเบา หรือสำหรับผู้สูงอายุ การทำท่าออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ และการยืดเส้นยืดสายจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณข้อเข่าแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่น ลดอาการปวดลง

รับประทานยาแก้ปวด ควรจะเป็นยาที่สั่งโดยเภสัชกรหรือสั่งโดยแพทย์

รับประทานอาหารที่ดีต่อโรคข้อเข่าเสื่อม เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสีหรือการทานนัตโตะแคปซูลก็มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและไขข้อได้ด้วย โปรตีนที่ดีต่อร่างกายและไขมันดี รับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบ เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ถั่ว ผักใบเขียว เป็นต้น

ใช้เครื่องมือช่วย เช่น ผ้าพันหัวเข่า ที่ล็อคหัวเข่า สวมใส่รองเท้าที่รองรับน้ำหนักได้ดี รวมถึงการเดินอย่างระวังด้วย

ข้อห้ามสำหรับโรคข้อเข่าเสื่อม

กิจกรรมที่มีแรงกระแทกหนัก ๆ เช่น การวิ่ง การกระโดด การเต้นแอโรบิก กิจกรรมเหล่านี้สามารถทำให้ข้อเข่าเสื่อมสภาพไวขึ้น

กิจกรรมที่ทำให้ข้อเข่าตึงเกินไป เช่น การยกน้ำหนักหรือการยกของหนักที่ทำให้ข้อเข่าตึง อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นและเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเพิ่มไปอีก

สรีระร่างกายไม่ดี การทำสรีระให้ตรงตามมาตรฐาน จะช่วยลดการตึงของข้อต่อได้ โดยเฉพาะบริเวณหัวเข่า พยายามนั่งให้ถูกท่า ถูกกสรีรศาสตร์

ทนความเจ็บปวด เนื่องจากความเจ็บปวดกำลังบอกเราอยู่ว่าร่างกายกำลังผิดปกติ การไม่สนใจความเจ็บปวดและทำกิจกรรมหนัก ๆ ต่อไปจะทำให้อาการของข้อเข่าแย่ลงจนอาจทำให้สูญเสียข้อเข่าในที่สุด

รับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อข้อเข่า เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนม น้ำหวาน อาหารที่มีไขมันสูง อาหารไขมันทรานส์ อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป อาหารที่มีโซเดียมสูง พืชผักไนท์เฉด (Nightshade) และอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง

ดูแลข้อเข่าให้ดี ใช้ชีวิตได้สบาย

การดูแลข้อเข่าให้ดี ควรจะดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะโรคข้อเข่าเสื่อมที่พบเห็นได้บ่อยในวัยสูงอายุ ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยเช่นกัน ซึ่งสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น ก็สามารถนำมาเป็นวิธีในการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมในอนาคตได้