แนะนำ คู่มือ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ แม้ต่างวัยแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
สังคมไทยในทุกวันนี้มีประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าในเทคโนโลยีทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม บ้านไหนที่มีผู้สูงอายุเป็นสมาชิก ปัญหาที่ต้องเจอตามมาคือความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ด้วยช่องว่างระหว่างวัย เมื่อเกิดความไม่เข้าใจกันจึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้งตามมาและอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข ดังนั้น เราจึงขอแนะนำ คู่มือ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ แม้ต่างวัยแต่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้แน่นอน

แนะนำ คู่มือ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุอย่างมีความสุข
1.ยอมรับในความต่าง
การที่จะอยู่กับผู้สูงอายุอย่างมีความสุขนั้น สิ่งแรกเลยคือเราต้องยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างและเข้าใจในความต่างด้วย ผู้สูงอายุเติบโตมาบนพื้นฐานและประสบการณ์ที่แตกต่างจากคนรุ่นใหม่ เมื่อคนรุ่นใหม่ทำอะไรที่ผิดหูปิดตาหรือแตกต่างไปจากเดิม ผู้สูงอายุอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีและต้องคอยตักเตือนอยู่บ่อยๆ ทำให้หลายคนรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว บางครั้งเกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด เมื่อลูกหลานยอมรับและเข้าใจในความต่างวัยเข้าใจเหตุผลว่าทำไมผู้สูงอายุต้องคอยตักเตือนจะไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ในขณะเดียวกันผู้สูงอายุก็ต้องเข้าใจในความต่างของหนุ่มสาวยุคใหม่ด้วย
2.สื่อสารพูดคุยในเชิงบวก
การพูดคุยสื่อสารควรเป็นไปในเชิงบวกเสมอ เพราะการสื่อสารนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความเข้าใจระหว่างวัย การสื่อสารในเชิงบวกเป็นการพูดคุยให้กำลังใจ ไม่ตำหนิหรือกล่าวโทษด้วยวาจาที่รุนแรง หยาบคาย ทั้งนี้การสื่อสารหรือการพูดคุยในเชิงบวกต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลเสมอ การที่ผู้สูงอายุรับฟังสิ่งที่ลูกหลานต้องการสื่อสารนั้นสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ใช่แค่ลูกหลานต้องปรับตัวแต่ผู้สูงอายุเองต้องปรับตัวด้วย เพื่อลดปัญหาระหว่างวัย นอกจากการพูดคุยสื่อสารในเชิงบวกแล้วการแสดงสีหน้าท่าทางก็สำคัญไม่น้อย ไม่ควรทำหน้าบึ้งตึง เฉยชา หรือเฉยเมย การเงียบไม่พูดอะไรไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดด้วย
3.ทำกิจร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
คู่มือ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ข้อนี้สำคัญไม่น้อยเพราะการได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ อย่างเช่น เมื่อมีเวลาว่างควรอยู่กับผู้สูงอายุให้มากขึ้น หาทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็น การปลูกต้นไม้ การพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวออกไปเปิดหูเปิดตา เข้าวัด ทำบุญนั่งสมาธิ การรับประทานอาหารร่วมกัน ฯลฯ ซึ่งการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ร่วมกันนั้นจะทำให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันมากขึ้นและได้พูดคุยกันมากขึ้น ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สามารถปรับตัวเข้าหากันได้อย่างถูกต้องจนนำไปสู่การใช้ชีวิตร่วมกันของคนต่างวัยได้อย่างมีความสุข
4.อย่าลืมแสดงความรักต่อกัน
การแสดงความรักต่อการนั้นสำคัญมาก ไม่ต้องเขินอาย เช่น การพูดคุยบอกรักหรือแม้แต่การสัมผัสโอบกอด การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน การถามสารทุกข์สุขดิบถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่หากทำเป็นประจำสม่ำเสมอก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนต่างวัยได้ดีขึ้น ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่บุตรหลานที่ต้องใส่ใจหรือเห็นอกเห็นใจผู้สูงอายุ แต่ผู้สูงอายุเองต้องทำความเข้าใจลูกหลานด้วยการ การกล่าวคำชื่นชมลูกหลานในเรื่องที่ควรชื่นชม แม้ไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่แต่เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะอย่างน้อยก็ทำให้ลูกๆ หลานๆ รู้สึกภูมิใจได้
5.ไม่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกเป็นภาระ
ผู้สูงอายุมีร่างกายเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา บางคนเคลื่อนไหวไม่สะดวก มีอาการเจ็บปวดหรือมีโรคประจำตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผู้สูงอายุบางรายนอนป่วยติดเตียง จึงรู้สึกเป็นภาระรู้สึกเครียดและกดดันมาก ยิ่งได้ยินหรือได้เห็นการกระทำของบุตรหลานที่ไม่ดี ยิ่งรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระ ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกทุกข์ทรมาน รู้สึกเศร้าหมอง หดหู่ ไม่มีความสุขเลย
บางครั้งผู้สูงอายุอาจมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวเพราะช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ทำอะไรไม่คล่องตัวต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่เสมอ ดังนั้น ลูกหลานต้องดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุให้ดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองกำลังเป็นภาระของลูกหลาน ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อำนวยความสะดวกในการดูแล เช่น เตียงผู้ป่วยไฟฟ้าปรับระดับได้ เก้าอี้รถเข็นไฟฟ้า เป็นต้น อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ช่วยลดภาระการดูแลได้ดีเลยทีเดียวและยังทำให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองได้ในเบื้องต้น ทำให้พวกเขาภูมิใจและรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นภาระใครอีกต่อไป
6.ไม่นำปัญหาข้างนอกมารบกวนจิตใจ
คู่มือ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ข้อนี้สำคัญมากคือการที่บุตรหลานไม่นำเอาปัญหาจากข้างนอกมารบกวนจิตใจหรือนำเรื่องเครียดจากที่ทำงานมาลงกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่มีจิตใจอ่อนไหวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การนำปัญหาจากข้างนอกมาลงที่คนในบ้าน ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุแต่หมายถึงสามี ภรรยาหรือลูกหลานด้วย อาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งและไม่พอใจกันเกิดเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ได้ยากในระยะยาว

เราหวังว่า คู่มือ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ทั้งหมดนี้จะเป็นแนวทางที่ดี ช่วยลดความขัดแย้งระหว่างวัยและทำให้ผู้สูงอายุกับลูกหลานอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ คู่มือฉบับนี้ใช้ได้กับทุกครอบครัว อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามกันได้เลย เพราะการปรับตัวเข้าหากันนั้นสำคัญมากทุกอย่างจะดีขึ้นได้ถ้าทุกฝ่ายปรับตัวเข้าหากัน ไม่ใช่แค่บุตรหลานที่ต้องปรับตัวเข้าหาผู้สูงอายุแต่ผู้สูงอายุเองก็ต้องปรับตัวเข้าหาบุตรหลานด้วยเช่นกัน