วัยสูงอายุ เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนด้วยนะ? จริงเท็จแค่ไหน ต้องมาดูกัน
โรคอ้วนมีโอกาสเกิดกับทุกคน ทุกเพศทุกวัยไม่เลือกอายุ ผู้สูงอายุเองก็มีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้ ภาวะอ้วน ไม่ได้แค่ทำให้เราขาดความมั่นใจ ใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ไม่สวยแต่ยังอาจทำร้ายสุขภาพ ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาได้มากมาย สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเกินกว่าค่ามาตรฐาน อาจเกิดจากพันธุกรรม การรับประทานอาหาร รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ผู้สูงวัยมีโอกาสเป็นโรคอ้วนสูงถึงร้อยละ 40 เลยทีเดียว
ผู้สูงอายุอ้วนเสี่ยงโรคแทรกซ้อนในอนาคต
ผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจนสังเกตให้ชัดเจนว่า เริ่มใส่เสื้อผ้าไซส์เดิมไม่ได้แล้วต้องใส่โอเวอร์ไซส์ มีรอบเอวที่มากไปเสี่ยงเป็นโรคอ้วนและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง หรือหากมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กิโลกรัม/ตารางเมตร เท่ากับ “อ้วน” ควรรักษาค่าดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติคืออยู่ระหว่าง 18.5-24.9 อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่เป็นโรคอ้วนเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนหลายอย่างเช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด ไขข้อเสื่อมหรือไขข้ออักเสบ พบความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะหรือระบบขับถ่าย โรคกระดูกพรุน ไขมันพอกตับ เป็นต้น

ผู้สูงอายุป้องกันโรคอ้วนได้อย่างไร
1. ควบคุมการทานอาหาร
ผู้สูงอายุ ควรทานอาหารให้พอเหมาะ งดอาหารที่มีไขมันสูง ของมัน ของหวานทั้งหลายควรหลีกเลี่ยง รวมถึงอาหารรสเค็มจัด หันมารับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เน้นทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุ การทานอาหารที่มีไฟเบอร์ดีต่อสุขภาพมาก ดีต่อระบบการขับถ่าย ป้องกันปัญหาท้องผูก นอกจากนั้นยังต้องดื่มน้ำให้มากๆ อย่าลืมดื่มนมนสดพร่องมันเนยที่มีแคลเซียมสูงป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ในกรณีที่ต้องการหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แต่ร่างกายยังคงต้องการโปรตีน อาจเปลี่ยนมาทาน ไข่ นม หรือถั่วเหลืองแทน
2. ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผู้สูงอายุไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงไม่สูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มของมึนเมามีส่วนทำให้อ้วนได้และยังทำร้ายสุขภาพของเราอีกด้วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีพลังงานมากใกล้เคียงกับพลังงานจากไขมันเลยทีเดียว เช่น เบียร์ปริมาณ 330 ml หรือ ไวน์ปริมาณ 100 ml เทียบเท่ากับปริมาณน้ำตาล 1-3 ช้อนชา/ดริ้งก์ นอกจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว เครื่องดื่มจำพวกชา กาแฟ ควรหลีกเลี่ยงด้วยหรือดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดโรคอ้วน
3. ทำกิจกรรมลดน้ำหนัก
ลูกหลานสามารถชวนผู้สูงอายุทำกิจกรรมลดน้ำหนักหรือออกกำลังกายได้ตามความเหมาะสมเพราะแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายแล้ว เช่น การทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ การเดินเร็ว ยืนแกว่งแขวน เล่นกีฬาเปตอง เป็นต้น ผู้สูงอายุควรหันมาลดน้ำหนักอย่างจริงจัง หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30 นาที พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ความหนักในการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ คือไม่เกินร้อยละ 60 ของอัตราการเต้นของหัวใจ หรือสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ความดันโลหิตสูงในขณะออกกำลังกายหรือมีอาการวิงเวียนศีรษะไม่ควรออกกำลังกายเด็ดขาด
4. ควบคุมความเครียด
ความเครียดมีผลทำให้ร่างกายหลั่งสารผิดปกติ อาจทำให้อวัยวะทำงานผิดปกติด้วย ยิ่งผู้สูงอายุมีภาวะอ้วนอยู่แล้วยิ่งมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย ผู้สูงอายุจะลดความเครียดได้อย่างไร ควรหากิจกรรมผ่อนคลายทำ เช่น ดูหนัง ดูละคร ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย นั่งสมาธิ เข้าวัดทำบุญทำจิตใจให้สงบ เป็นต้น หรือลูกหลานควรดูแลเอาใจใส่ อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุต้องอยู่คนเดียว รู้สึกโดดเดี่ยว หรือรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า วันหยุดอาจพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยว ทำกิจกรรมร่วมกัน ทานเข้าร่วมกัน รับฟังผู้สูงอายุบ้าง ไม่ใช้คำพูดที่รุนแรงหรือบั่นทอนจิตใจ
5.ทานอาหารเสริมช่วยได้
วัยสูงอายุเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนด้วยนะ? ผู้สูงอายุบางรายไม่สะดวกออกกำลังกาย มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวหรือมีโรคประจำตัว สามารถใช้ตัวช่วยดีๆ อย่างเช่น การทานอาหารเสริม อาหารเสริมบางชนิดช่วยควบคุมน้ำหนักตัวของผู้สูงอายุได้ ยกตัวอย่างเช่น การทานอาหารเสริมที่มีจุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ปรับสมดุลการขับถ่าย หรือทานอาหารเสริมที่มีไขมันดี เป็นต้น หรือจะเป็นอาหารเสริมที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูกก็เหมาะกับผู้สูงอายุเช่นกัน เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอวัยวะต่างๆ ย่อมเสื่อมถอยลง ภูมิคุ้มกันตก ก็มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย

อาหารแบบไหนที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง
- อาหารที่มีไขมันสูง
- อาหารรสหวาน
- อาหารรสเค็มจัด
- อาหารสำเร็จรูป
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ของหมักของดอง
ผู้สูงอายุเตรียมตัวออกกำลังกายอย่างไร
การออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุควรออกกำลังกายให้เหมาะสม ไม่หักโหมมากจนเกินไป การออกกำลังกายแบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และความทนทาน ในกรณีที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายควรวอร์มร่างกายอ่อนเสมอ อาจใช้วิธีเดินรอบบ้านหรือปั่นจักรยานในระยะใกล้ การอบอุ่นหรือการวอร์มอัพ โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ทำไมต้องอบอุ่นร่างกายเพราะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้ดีขึ้น ที่สำคัญช่วยลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เมื่ออบอุ่นร่างกายแล้ว จึงเริ่มด้วยการยืดกล้ามเนื้อเป็นลำดับถัดไป
โรคอ้วนในผู้สูงอายุ อาจตามมาด้วยโรคแทรกซ้อนต่างๆ มากมายที่คุณคิดไม่ถึง การป้องกันโรคอ้วนสำหรับผู้สูงอายุ ให้เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง และที่สำคัญต้องการทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ทานผักผลไม้มากๆ ควบคุมปริมาณอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพและอย่าละเลยปัญหาสุขภาพจิต พยาพยามไม่เครียดหากิจกรรมผ่อนคลายทำ สำหรับลูกหลานเองควรใส่ใจดูแลผู้สูงอายุให้ดีด้วยเช่นกัน