7 ขั้นตอน ดูแลสุขภาพ เผยเคล็ดลับ ดูแลสุขภาพยังไงให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับ
โรคไขมันพอกตับ เป็นโรคที่มากับความอ้วน โดยปกติแล้วไม่ค่อยมีการแสดงอาการหรือมีความเจ็บปวดให้เห็นสาเหตุของโรคนี้เกิดจากการสะสมของไขมัน สภาวะโรคอ้วนการใช้ยาบางชนิดและการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์อย่างหนัก สภาวะไขมันพอกตับไม่มียาสำหรับรักษาโดยตรง แต่สามารถรักษาได้ด้วยการควบคุมน้ำหนักลดไขมันออกกำลังกายและงดดื่มสุรา เผยเคล็ดลับ ดูแลสุขภาพยังไงให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับ วันนี้เรามีคำตอบ

จะรู้ได้อย่างไร ว่าเรามีไขมันพอกตับหรือไม่
เผยเคล็ดลับ ดูแลสุขภาพยังไงให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับ โรคไขมันพอกตับหรือสภาวะไขมันพอกตับ มักจะไม่แสดงอาการแต่เราสามารถรู้ได้โดยการเข้าไปตรวจสุขภาพประจำปีหรือการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหรือทำอัลตร้าซาวน์เกี่ยวกับตับโดยเฉพาะ ซึ่งการตรวจไขมันพอกตับมีขั้นตอนในการตรวจโดยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์รวมถึงทุกเทคโนโลยีเกี่ยวข้องตรวจสอบได้ดังนี้
- การใช้เครื่อง CT Scan หรือ computed tomographyเพื่อช่วยในการประมวลผลสร้างภาพของตับ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- การทำอัลตร้าซาวน์ตับ ด้วยการใช้เครื่องมือ Fibro scan เพื่อประมวลผลปริมาณของไขมันในตับและการตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อภายในตับ
- การเจาะชิ้นเนื้อตับ เพื่อนำไปตรวจหาความเสียหายและความผิดปกติของตับ
ความผิดปกติของสภาวะไขมันพอกตับมีทั้งหมด 4 ระยะดังนี้
- ระยะเริ่มต้น เป็นระยะที่มีการสะสมของไขมันอยู่ในตับที่ไม่ส่งผลการผิดปกติใดๆ แต่ถ้าหากมีการสะสมไขมันเป็นจำนวนมากและไม่มีการรักษาสามารถพัฒนาเกิดเป็นความรุนแรงในระยะถัดไปได้
- ระยะที่ 2 เป็นความรุนแรงของสภาวะไขมันพอกตับ ที่ทำให้เนื้อเยื่อตับมีการอักเสบ เริ่มมีจุดไขมันหุ้มล้อมเป็นพังผืดขึ้นมาทำให้เกิดการอักเสบของตับและเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของตับอักเสบได้เช่นกัน
- ระยะที่ 3 เป็นความรุนแรงที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับอย่างต่อเนื่อง มีการสะสมของไขมันจนทำให้เกิดเป็นก้อนไขมันในตับ และมีการอักเสบของเนื้อเยื่อตับจนทำให้เกิดพังผืด แต่ตับยังสามารถทำงานได้บางส่วน
- ระยะที่ 4 เป็นความรุนแรงการอักเสบของตับจนส่งผลทำให้ ตับเกิดสภาวะรักษาตัวเองจนมีพังผืดเกิดขึ้นมาหุ้มล้อทั่วบริเวณความเสียหายนี้ทำให้ตับไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และไม่สามารถฟื้นฟูการทำงานของตับและเนื้อเยื่อกลับมาให้เป็นปกติได้อีก และเกิดเป็นโรคตับแข็งในที่สุด หากไม่มีการรักษาอาจถูกพัฒนากลายเป็นโรคมะเร็งตับในอนาคต
เรามีวิธีดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและสุขภาพของตับ เพื่อป้องกันสภาวะไขมันพอกตับได้อย่างไร
สภาวะไขมันพอกตับหากเกิดขึ้นกับใครจะไม่มีการแสดงอาการใดๆเตือนให้รู้ล่วงหน้า ยิ่งมีระยะขึ้นส่งผลร้ายแรงถึงขั้นก่อโรคอันตรายหลายโรคขึ้นมาเช่น ตับอักเสบหรือมะเร็ง โรคตับแข็ง และไวรัสตับอักเสบ เผยเคล็ดลับ ดูแลสุขภาพยังไงให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับ
เผยเคล็ดลับ 7 ขั้นตอน ดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคไขมันพอกตับ
1. การดื่มน้ำสะอาดมากๆช่วยได้ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อร่างกายสามารถช่วยให้ร่างกายของเราทำการขับของเสียรวมถึงไขมันออกมาได้ดี การดื่มน้ำสะอาดด้วยการจิบน้ำบ่อยๆ จะทำให้เราเติมน้ำเข้าร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ไม่รู้สึกอิ่มหรืออึดอัดเลย
2. ออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอครั้งละ 30 นาที ในทุก 5 วันต่อสัปดาห์ สามารถช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ ลดการสะสมของไขมันในร่างกายได้ดีอีกด้วย

3. อย่าปล่อยให้ตัวเองท้องผูก การขับถ่ายมีส่วนสำคัญต่อร่างกาย หากมีการขับถ่ายอย่างเป็นประจำจะทำให้ระบบร่างกายขับของเสียได้ตรงเวลา จึงไม่ควรปล่อยให้ตัวเองท้องผูกเพราะจะเป็นการสะสมของเสียและร่างกายสามารถดึงของเสียนั้นวนกลับมาใช้อีกด้วย
4. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือรับประทานอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ไม่ควรกินอาหารที่ให้พลังงานสูงมากเกินไปหรือไขมันมากเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้งานได้หมดและเกิดการสะสมภายในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ
5. การกินผักที่สะอาดปราศจากสารพิษ สามารถช่วยการเพิ่มสารพิษเข้าร่างกายที่เป็นอันตรายต่อตับทำให้ตับทำงานหนักมากขึ้น ควรล้างผักด้วยน้ำสะอาดก่อนนำไปบริโภคทุกครั้ง
6. ควบคุมน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนักต้องได้มาจากการออกกำลังกาย อย่าปล่อยให้ตัวเองอ้วนหรือเป็นโรคอ้วนลงพุง ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐานดัชนีมวลกายจะปลอดภัยที่สุด
7. สำหรับใครที่อยู่ในสภาวะการรักษาโรค การรับประทานยาหรือวิตามินใดๆควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเฉพาะทางอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรซื้อยามากินเอง เพราะยาบางชนิดมีผลข้างเคียงที่มีอันตรายต่อตับ หากรับประทานเป็นระยะเวลานานมีผลต่อการเกิดไขมันพอกตับในอนาคตได้
ทั้งหมดนี้เป็น 7 ขั้นตอน เผยเคล็ดลับ ดูแลสุขภาพยังไงให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับ ที่เราสามารถรักษาสุขภาพของตับ และร่างกายของเราทำงานได้อย่างเต็มที่ เพื่อสุขภาพที่ดี สามารถป้องกันสภาวะไขมันพอกตับได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังต้องมีการลดละเลิกเกี่ยวกับสิ่งที่ทำร้ายตับโดยตรงไม่ว่าจะเป็น การดื่มแอลกอฮอล์,การสูบบุหรี่รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าด้วย การใช้สารเสพติดหรือยาฆ่าแมลง ซึ่งอันตรายจากสารเหล่านี้มีผลต่อการทำลายตับโดยตรง เราควรหันมาดูแลเอาใจใส่ให้ความปลอดภัยต่อตับเพื่อให้โรงงานกำจัดสารพิษในร่างกายของเรา ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เข้มแข็ง โดยการใช้ 7 ขั้นตอน เผยเคล็ดลับ ดูแลสุขภาพยังไงให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับ ไปเป็นแนวทางในการสร้างสุขภาพที่ดีในอนาคตได้เลย