อาการกรวยไตอักเสบ เป็นอย่างไร กรวยไตอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง
สุขภาพไต เป็นสิ่งที่ต้องดูแล โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโอกาสป่วยเป็นโรคไตสูง เนื่องจากสุขภาพการทำงานของไตที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นโรคนิ่วในไต โรคไตวายเรื้อรัง โรคไตวายเฉียบพลัน โรคเนื้อเยื่อไตอักเสบ รวมถึงโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับทางเดินปัสสาวะด้วยเช่นกัน โรคไตโรคหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือโรคกรวยไตอักเสบ ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายถึง อาการกรวยไตอักเสบ ว่าเป็นอย่างไรได้บ้าง ใครบ้างที่มีปัจจัยเสี่ยง สาเหตุมาจากอะไร มีวิธีการป้องกันภาวะนี้อย่างไร แล้วกรวยไตอักเสบ ห้ามกินอะไรบ้าง?

กรวยไตอักเสบ คืออะไร?
ภาวะกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) คือการติดเชื้อที่บริเวณกรวยไต ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะประเภทหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่จะเป็นแบคทีเรียอีโคไล (E.coli) ที่เคลื่อนตัวจากกระเพาะปัสสาวะไปยังท่อไต จากท่อไตไปสู่ไตข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
กรวยไตอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้ไตเกิดความเสียหายแบบเรื้อรังหรือถาวรได้ และแบคทีเรียก็สามารถแพร่กระจายไปยังกระแสเลือด ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและเป็นอันตรายได้เช่นกัน
อาการกรวยไตอักเสบ เป็นอย่างไร?
อาการกรวยไตอักเสบที่สามารถพบได้บ่อย จะมีดังนี้
- ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
- รู้สึกแสบร้อนหรือรู้สึกเจ็บปวดขณะปัสสาวะ
- ปวดปัสสาวะกะทันหัน อั้นปัสสาวะไม่อยู่
- ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็น
- สีของปัสสาวะมีสีขุ่นหรือมีเลือดปะปน
- ไข้ขึ้นสูงแบบฉับพลัน อาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
- มีอาการปวดบริเวณหลังหรือด้านข้าง มักเป็นด้านใดด้านหนึ่งบริเวณใต้กระดูกซี่โครง
- ปวดท้อง บริเวณท้องส่วนล่าง
- คลื่นไส้อาเจียน
- ร่างกายเหนื่อยล้าผิดปกติ
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะกรวยไตอักเสบ?
กรวยไตอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดอาการกรวยไตอักเสบมากกว่า จะมีดังนี้
- เพศหญิงจะมีโอกาสเกิดมากกว่าเพศชาย เนื่องจากท่อปัสสาวะที่สั้นกว่า ทำให้แบคทีเรียเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะและไตได้ง่ายกว่า
- ทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากระบบปัสสาวะที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
- ผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจะมีความเกี่ยวข้องทางอายุ ทำให้มีความเสี่ยงอาการกรวยไตอักเสบมากขึ้น
- ผู้ที่มีความผิดปกติทางเดินปัสสาวะ
- ผู้ที่เคยป่วยเกี่ยวกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- ผู้ป่วยนิ่วในไต
- ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือภูมิตก

มีวิธีป้องกันภาวะกรวยไตอักเสบอย่างไรบ้าง?
อาการกรวยไตอักเสบ สามารถป้องกันได้ด้วยการลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งวิธีป้องกันกรวยไตอักเสบ จะมีดังนี้
1. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ เพื่อช่วยในการชะล้างแบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะ
2. การรักษาความสะอาด สำหรับผู้หญิง ควรเช็ดทำความสะอาดอวัยวะเพศให้สะอาด เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
3. หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
4. ปัสสาวะทันทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดโอกาสแบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
5. เลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อท่อปัสสาวะ
6. เข้ารับการรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ดูแลโรคเรื้อรังที่กำลังเป็น
กรวยไตอักเสบห้ามกินอะไร?
สำหรับผู้ป่วยภาวะกรายไตอักเสบ การเลี่ยงอาหารบางอย่างอาจช่วยให้อาการดีขึ้น ควบคู่ไปกับการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ ซึ่งอาหารและเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงจะมีดังนี้
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม ซึ่งคาเฟอีนอาจทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะ และทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด แอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ และเกิดการระคายเคืองในกระเพาะปัสสาวะได้
- อาหารที่มีรสเผ็ดจัด ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้
- อาหารที่มีกรด เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว มะเขือเทศ น้ำส้มสายชู ทำให้ทางเดินปัสสาวะระคายเคือง
- อาหารที่มีรสหวานหรือเครื่องดื่มที่มีความหวาน สามารถทำให้แบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะมากขึ้นได้
- อาหารที่มีรสเค็มจัด ทำให้ไตทำงานหนักเกินไป
อาการกรวยไตอักเสบ เป็นการติดเชื้ออย่างหนึ่ง โดยเฉพาะจากเชื้ออีโคไล ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่จะมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าในผู้หญิง เด็ก และวัยสูงอายุ หากไม่รักษาอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลากหลายด้าน ในบทความนี้ ผู้เขียนอยากแชร์ให้เห็นว่า การดูแลป้องกันภาวะนี้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ทั้งกับคนในครอบครัวและตัวเอง เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด

