หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วิธีแก้ 6 วิธี ดูแลสุขภาพและน้ำหนัก
เป็นปกติที่เรามักจะหิวเมื่อใกล้ถึงเวลามื้ออาหาร แต่สำหรับบางคนที่มีอาการหิวบ่อยหรือหิวตลอดเวลา หรือรู้สึกหิวทั้งๆ ที่เพิ่งทานอาหารไปเสร็จได้ไม่นาน อาการเหล่านี้เราเชื่อว่าใครเป็นก็คงเซ็ง หรือบางคนอาจจะมีอาการกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มร่วมด้วย ซึ่งอาการที่ว่ามานี้ หากปล่อยไว้นานๆ จะส่งผลเสียกับสุขภาพโดยรวมโดยเฉพาะเรื่องของน้ำหนัก แล้วปัญหานี้เราสามารถแก้ได้ด้วยตัวเองได้ไหม? นอกจากจะต้องรู้วิธีระงับความหิวแล้ว หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วิธีแก้ 6 วิธี แก้ด้วยตัวเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดูแลสุขภาพและน้ำหนักไปด้วยกัน

หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เกิดจากอะไร?
อาการหิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยด้านพฤติกรรมไปจนถึงปัจจัยด้านสุขภาพ สาเหตุต่าง ๆ เช่น
- การขาดการทานอาหารทีมี่โปรตีน ใยอาหาร หรืออาหารที่มีไขมันดี อาหารที่มีสารอาหารเหล่านี้ จะเป็นอาหารที่ใช้เวลาในการย่อยนาน ทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่าอาหารประเภทอื่นๆ
- ทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ทำให้รู้สึกหิวมากยิ่งขึ้น
- ปัจจัยด้านความเครียด อาจทำให้เกิดการกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนหนึ่งที่กระตุ้นความหิว
- นอนหลับไม่เพียงพอ อาจไปรบกวนฮอร์โมนที่ส่งผลกับความหิวอย่างฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) ซึ่งจะทำให้หิวมากขึ้นได้
- นิสัยเบื่อบ่อย หรือพฤติกรรมมักจะทานของว่างเป็นประจำเมื่อทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น การดูทีวี ดูซีรีส์ ดูหนัง
- โรคต่อมไทรอยด์ทำงานเงิน จะเพิ่มการเผาผลาญมากเกินไปและทำให้หิวมากขึ้น
- โรคเบาหวาน การจัดการระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่ดีอ อาจทำให้เกิดภาวะหิวมากเกินไปได้

หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วิธีแก้ 6 วิธี แก้ได้ด้วยตัวเอง
หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม อาจเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ถ้าหากเป็นสาเหตุที่เกิดจากพฤติกรรม ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วิธีแก้ ทั้ง . วิธีนี้ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังนี้
1. เน้นทานโปรตีนและเพิ่มไฟเบอร์หรือใยอาหาร
โปรตีนและไฟเบอร์หรือใยอาหาร ช่วยให้รู้สึกอิ่มนานกว่าอาหารประเภทอื่น เป็นสารอาหารที่ใช้เวลาย่อยนานกว่าสารอาหารอื่น ๆ อย่างคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาล และช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ด้วยเช่นกัน โปรตีนคุณภาพดีมีในเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน อกไก่ ไข่ ปลา เต้าหู้ ถั่วชนิดต่างๆ โยเกิร์ตกรีก ส่วนไฟเบอร์พบได้ในผักใบเขียว ผักรวม ผลไม้ทั้งลูก (ไม่ใช่น้ำผลไม้) ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ถั่ว และเมล็ดพืช พยายามให้ทุกมื้อมีทั้งโปรตีนและไฟเบอร์อย่างน้อย 25-30% ของพลังงานทั้งหมด
2. ลดหวาน ลดแป้ง
อาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม ขนมปังขาว พาสต้าขาว ข้าวขาว ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็วและลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน เมื่อน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำเกินไป จะทำให้ร่างกายของเรารู้สึกหิวหลังจากทานอาหารได้ไม่นาน ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก ผลไม้ ซึ่งย่อยช้าและให้พลังงานสม่ำเสมอ
3. เคี้ยวข้าวให้นานขึ้น
โดยปกติแล้ว ระยะเวลาการทานอาหารที่พอเหมาะคือประมาณ 20 นาที เพราะสมองของเราจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการรับรู้ถึงความอิ่ม หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วิธีแก้ที่ดีอย่างหนึ่งคือการทำให้การเคี้ยวอาหารนานขึ้น ทานอาหารช้าๆ จะมีส่วนช่วยลดการทานอาหารมากเกินไปได้
4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้ว (2 ลิตร) ต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากเป็นคนออกกำลังกายหรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนเป็นประจำ การที่ร่างกายขาดน้ำแม้เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลงและเพิ่มความรู้สึกหิว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไปเพราะอาจทำให้ขับน้ำมากขึ้น เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลควรหลีกเลี่ยงเพราะเพิ่มแคลอรี่และไม่ช่วยลดความหิว รวมถึงการดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารประมาณ 20-30 นาทีก็จะช่วยเพิ่มปริมาตรกระเพาะอาหารให้เต็มขึ้น ทำให้กินอาหารน้อยลงแต่ยังรู้สึกอิ่ม
5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลความเครียด
การนอนไม่เพียงพอ หรือน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน ส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนควบคุมความหิว โดยจะมีส่วนทำให้เพิ่มระดับเกรลิน (Ghrelin) ฮอร์โมนกระตุ้นความหิว และลดระดับเลปติน (Leptin) ฮอร์โมนที่บอกร่างกายว่าอิ่มแล้ว การศึกษาพบว่าคนนอนน้อยจะกินมากกว่าคนที่นอนเพียงพอประมาณ 300-500 แคลอรี่ต่อวัน และมักเลือกอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง พยายามนอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืนในห้องมืด เงียบ และเย็นสบาย นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรังเพิ่มระดับคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งกระตุ้นความอยากอาหาร โดยเฉพาะอาหารหวานและไขมันสูง ทำให้การดูแลความเครียดเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
6. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายที่สม่ำเสมอช่วยควบคุมความอยากอาหารในระยะยาว แม้ว่าระยะสั้นอาจรู้สึกหิวมากขึ้น การออกกำลังเพิ่มความไวของอินซูลิน ปรับสมดุลฮอร์โมน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อซึ่งเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าไขมัน และปรับการทำงานของระบบเผาผลาญ ควรออกกำลังแบบแอโรบิก (เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ) 150 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
*หากเป็นสาเหตุจากภาวะสุขภาพต่างๆ เช่น ไทรอยด์ เบาหวาน ฮอร์โมน การทานยา พยาธิหรือปรสิต เป็นสาเหตุที่ไม่ได้สามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาทางออกในการดูแลภาวะนั้นๆ อย่างถูกต้อง
หิวตลอดเวลา กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วิธีแก้ทั้ง 6 วิธีที่ได้อธิบายไปข้างต้นนี้เป็นวิธีที่ทำได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากเกิดจากปัญหาสุขภาพต่างๆ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อหาทางในการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ การเลือกทาน KINN NATTO จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการลดระดับคอเลสเตอรอล ไขมันเลว ไตรกลีเซอไรด์ รวมถึงช่วยเพิ่มไขมันดี ลดความดันโลหิต ซึ่งดีกับสุขภาพโดยรวมด้วยเช่นกัน

