คอเลสเตอรอลสูงเท่าไหร่อันตราย

อะไรบางอย่างที่มีอยู่มากเกินไปจะไม่ดีเสมอ โดยเฉพาะอะไรก็ตามที่อยู่ในร่างกาย เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งส่งผลเสียอย่างมากต่อร่างกายโดยรวม ทำให้เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ มากมาย ไม่แพ้ค่าตับที่มากเกินไปก็อาจทำให้ระบบการทำงานส่วนต่าง ๆ พังลงได้ เช่นเดียวกับระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายที่ถ้าหากมีมากเกินไปก็ไม่ดีแน่นอน แล้ว คอเลสเตอรอลสูงเท่าไหร่อันตราย ระดับคอเลสเตอรอลเท่าไหร่ถึงจะเป็นค่าปกติ จะมีวิธีคุมอาหารเบื้องต้นอย่างไรได้บ้างเพื่อให้สามารถควบคุมระดับคอเลสเตอรอลได้? ในบทความนี้มีคำตอบ

คอเลสเตอรอลขึ้นเพราะอะไร

คอเลสเตอรอลสูง สาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง?

ก่อนจะไปรู้ว่าคอเลสเตอรอลสูงเท่าไหร่อันตราย ต้องรู้จักที่มาสาเหตุของภาวะคอเลสเตอรอลสูงกันก่อน ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูง จะมีดังนี้

-          พฤติกรรมการทานอาหาร เช่น อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ไขมันทรานส์สูง และอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อแปรรูป ของทอด

-          ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มไขมันดี HDL และลดไขมันเลว LDL หากไม่ออกกำลังกายเลย จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้นเคียงคู่กับปัจจัยด้านพฤติกรรมการทานอาหาร

-          ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน โดยเฉพาะคนที่มีภาวะไขมันรอบเอวเยอะ จะเป็นภาวะที่มีไขมันเลวสูง ไขมันดีต่ำ

-          สูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่มีส่วนเข้าไปทำลายหลอดเลือด ทำให้ไขมันดีลดลง และยังส่งเสริมให้ไขมันอุดตันในเลือด เป็นสาเหตุที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูงด้วยเช่นกัน

-          ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไป ดื่มหนักเกินไป ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง

-          ปัจจัยทางอายุ ระดับคอเลสเตอรอลจะเพิ่มง่ายขึ้นตามอายุ

-          ภาวะทางสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคไฮโปไทรอยด์ สามารถทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้นได้

คอเลสเตอรอลสูงเท่าไหร่อันตราย?

ระดับคอเลสเตอรอล จะถูกวัดเป็นหน่วยมิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) ตัวเลขค่าคอเลสเตอรอลสำหรับผู้ใหญ่ที่สูงเกินไป จะมีดังนี้

ค่าระดับคอเลสเตอรอลรวมที่สูงเกินไป

240 mg/dL หรือมากกว่า

ค่าระดับไขมันเลว (Low-Density Lipoprotein : LDL)

ระดับเกือบสูง : 130-159 mg/dL

ระดับสูง : 160-189 mg/dL

ระดับสูงมาก : 190 mg/dL หรือมากกว่า

ค่าระดับไตรกลีเซอไรด์

ระดับเกือบสูง : 150-199 mg/dL

ระดับสูง : 200-499 mg/dL

ระดับสูงมาก : 500 mg/dL หรือมากกว่า

หากมีค่าระดับไขมันเลว LDL ตั้งแต่ 160 mg/dL ขึ้นไป จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะไขมันอุดตันในเลือด เสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง หากมีค่าระดับคอเลสเตอรอลโดยรวม 240 mg/dL หรือมากกว่า จะทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง โดยเฉพาะถ้าหากมีระดับไขมันเลว LDL สูงร่วมด้วย

คอเลสเตอรอล ค่าปกติ ควรอยู่ที่เท่าไหร่

หากรู้ว่าคอเลสเตอรอลสูงเท่าไหร่อันตรายแล้ว คอเลสเตอรอลค่าปกติ ควรอยู่ที่เท่าไหร่

คอเลสเตอรอลค่าปกติ

น้อยกว่า 200 mg/dL

ระดับไขมันเลว (Low-Density Lipoprotein : LDL)

ระดับที่เหมาะสม : น้อยกว่า 100 mg/dL

ระดับใกล้เคียง : 100-129 mg/dL

ระดับไตรกลีเซอไรด์

ระดับปกติ : น้อยกว่า 150 mg/dL

การควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในค่าปกติ จะลดความเสี่ยงโรคหัวใจและปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด การตรวจเลือดเป็นประจำและการรักสุขภาพเลยเป็นสิ่งสำคัญ

วิธีคุมอาหาร

วิธีคุมอาหารลดไขมัน

อาหาร หากทานไม่เลือก ก็เป็นปัจจัยหลักในการเกิดภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง การควบคุมอาหาร จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งวิธีคุมอาหารลดไขมัน จะมีดังนี้

-          ลดทานอาหารไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง เช่น เนื้อแดง เนย อาหารที่มีการปรุงรสสูง ของทอด ของอบ ขนมขบเคี้ยว เช็คฉลากว่ามีไขมันสูงเกินไปไหม

-          เลือกทานอาหารที่เน้นโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น อกไก่ ไก่ไม่มีหนัง ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น

-          เติมอาหารที่มีไขมันดี HDL เช่น การใช้น้ำมันมะกอก ทานอะโวคาโด ปลาที่มีไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล รวมถึงเมล็ดแฟลกซ์ ถั่ววอลนัท

-          เลือกทานอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีท โซบะ เป็นต้น เนื่องจากมีไฟเบอร์ วิตามิน และมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าอาหารที่ผ่านการขัดสี

-          ทานผักและผลไม้ เช่น เบอร์รี แอปเปิล แครอท บรอกโคลี กะหล่ำดอก เป็นต้น

-          พยายามเลี่ยงการทานของหวาน ทั้งน้ำหวานและอาหารหวาน

-          ควบคุมปริมาณการทาน เพื่อป้องกันการทานอาหารที่มากเกินไป

-          ดื่มน้ำเป็นประจำ ป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ

 

หากได้รู้แล้วว่าคอเลสเตอรอลสูงเท่าไหร่อันตราย หรือเมื่อไปตรวจเลือดแล้วหมอบอกว่าระดับคอเลสเตอรอลของเราสูง สิ่งเดียวที่ทำได้คือลด นอกจากการคุมอาหารแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำก็จะมีส่วนช่วยอย่างมากเช่นกัน เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงของเราทุกคน