ปากแห้ง น้ำลายน้อย ปัญหาวัยสูงอายุ 7 วิธีแก้ปากแห้งด้วยตัวเอง
น้ำลายน้อยจนแห้ง ปัญหาที่พบบ่อยในวัยสูงอายุ
ปัญหาช่องปากในวัยสูงอายุอย่างภาวะปากแห้ง เป็นปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อย และเป็นปัญหาที่ค่อนข้างกวนทั้งใจและกายของผู้สูงอายุ เพราะปัญหานี้จะส่งผลต่อสุขภาพในหลายด้าน อาจทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร ขาดสารอาหาร หรือปัญหาช่องปากที่รุนแรงขึ้นได้ การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญ แล้วสาเหตุ อาการของภาวะนี้เป็นอย่างไร จะมีวิธีแก้ภาวะน้ำลายน้อยจนแห้งได้อย่างไรบ้าง

ภาวะปากแห้ง คืออะไร?
ภาวะปากแห้ง (Xerostomia) เป็นภาวะอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อต่อมน้ำลายในปากไม่สามารถสร้างน้ำลายได้เพียงพอที่จะทำให้ปากมีความชุ่มชื้น ซึ่งภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนวัยสูงอายุ อาจเกิดได้จากผลข้างเคียงของยาบางชนิด รวมถึงเกิดขึ้นได้กับการรักษาโรคมะเร็งผ่านการฉายรังสี ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อต่อมน้ำลาย และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะปากแห้ง
ปัญหาปากแห้ง อาจเป็นปัญหาปกติ อาจเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายขาดน้ำหรือภาวะอื่น ๆ แต่ภาวะปากแห้งเรื้อรังในวัยสูงอายุนี้ เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
อาการของภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย เป็นอย่างไร?
อาการของภาวะน้ำลายน้อย สามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยจะมีดังนี้
- รู้สึกแห้งในปาก ภายในปากจะรู้สึกแห้งกร้าน หรือเหนียวเหนอะหนะอย่างต่อเนื่อง
- น้ำลายเหนียว หรือรู้สึกว่าน้ำลายมีความหนากว่าปกติ
- มีกลิ่นปาก ปากส่งกลิ่นออกมามากกว่าปกติ
- มีปัญหาในการเคี้ยว กลืนอาหาร และการพูด เนื่องจากการที่ต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายได้น้อย
- เจ็บคอ หรือรู้สึกแห้งในลำคอ อาจนำไปสู่อาการอักเสบในลำคอได้
- เสียงแหบ อาจทำให้การพูดลำบากขึ้น
- ลิ้นแห้ง ทำให้ลิ้นดูหยาบหรือเป็นร่อง
- การรับรสชาติเปลี่ยนไป อาจทำให้เป็นปัญหาความอยากอาหารน้อยลง
- เกิดแผลในปาก เป็นร้อนในได้ง่าย
- ริมฝีปากแตก ริมฝีปากดูแห้ง และแตกกร้าน
- กระหายน้ำมากขึ้น จำเป็นต้องดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการ
- รู้สึกแสบร้อน มักมีอาการแสบร้อนในปากบ่อย ๆ

สาเหตุของอาการปากแห้ง มาจากอะไร?
อาการนี้มีสาเหตุจากหลากหลายอย่าง แต่สาเหตุที่พบได้บ่อย จะมีดังนี้
- ผลข้างเคียงของยา เช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้คัดจมูก ยาแก้ภาวะซึมเศร้า ยารักษาความดันโลหิต ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาแก้ปวด
- อายุที่มากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้จะเกิดขึ้นง่ายขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น อาจเป็นเพราะผลข้างเคียงจากยา หรือภาวะทางธรรมชาติที่ทำให้ต่อมน้ำลายผลิตได้น้อยลงตามอายุ
- ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็ง การทำคีโมสามารถส่งผลต่อต่อมน้ำลายได้โดยตรง
- เส้นประสาทเกิดความเสียหาย จากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดบริเวณศีรษะ สามารถส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทที่กระตุ้นการผลิตน้ำลายได้
- ภาวะสุขภาพที่อาจทำให้ปากแห้ง เช่น โรคภูมิแพ้ตนเอง โรคเบาหวาน โรคพาร์กินสัน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- พฤติกรรมการสูบบุหรี่หรือการดื่มจัด การสูบบุหรี่สามารถลดการผลิตน้ำลายได้ และแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำลายน้อยได้
- ภาวะร่างกายขาดน้ำ เป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะน้ำลายน้อยได้

7 วิธีแก้ปากแห้ง ทำอย่างไรได้บ้าง?
อาการน้ำลายน้อยนี้ สามารถดูแลได้ตัวเอง บวกกับการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีการดังนี้
1 . รักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก
โดยการดื่มน้ำบ่อย ๆ จิบน้ำตลอดวันเพื่อให้ปากชุ่มชื้น พกขวดน้ำติดตัวตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจได้ว่าปากเราจะไม่แห้ง อย่างผู้เขียนเองก็มักจะดื่มน้ำตลอดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อป้องกันปากแห้ง
นอกจากนี้ก็ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกิดภาวะน้ำลายน้อยได้
2 . กระตุ้นการผลิตน้ำลาย
โดยการเคี้ยวหมากฝรั่งแบบไม่มีน้ำตาล จะช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำลายได้ เหตุผลที่ควรเคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลคือปกป้องฟันจากการเกิดฟันผุ หรืออมลูกอมแบบไม่มีน้ำตาลก็ได้เช่นกัน
3 . ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้น
โดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน โดยใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ 1500 ppm และแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน หรือหลังอาหารทุกมื้อ ใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นประจำ
4 . ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ปากชุ่มชื้น
เช่น สเปรย์พ่นปาก หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำให้ปากมีความชุ่มชื้น รวมถึงการทาลิปมันเป็นประจำเพื่อป้องกันริมฝีปากแห้ง
5 . เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทานอาหาร
พยายามเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด เช่น เผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด หรืออาหารแห้ง อาหารเหล่านี้อาจทำให้ภายในปากเกิดการระคายเคืองจนทำให้เกิดภาวะน้ำลายน้อย และอาจทำให้อาการแย่ลงได้ พยายามทานอาหารที่มีน้ำเยอะ ๆ เช่น ซุป ผลไม้หลายชนิด
6 . เลิกสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์
เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้การผลิตน้ำลายของต่อมน้ำลายลดลง ทำให้เกิดอาการได้ง่ายและรุนแรงขึ้น และการลดการดื่มแอลกอฮอล์ก็สำคัญเช่นกัน เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำจนเกินไป
7 . ทานยาตามที่แพทย์สั่ง
การปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลรักษาอาการปากแห้ง จะเป็นวิธีหนึ่งที่เห็นผลได้มากที่สุด โดยแพทย์อาจให้ยาที่มีส่วนช่วยในการผลิตต่อมน้ำลายมารับประทาน นอกจากนี้ การทานยาของผู้ป่วยบางอย่างอาจทำให้เกิดอาการปากแห้งได้ แพทย์ที่ดูแลอาการของเราอาจทำการเปลี่ยนยาบางชนิดเพื่อลดผลข้างเคียงของยาที่ทำให้เกิดอาการปากแห้ง
ภาวะน้ำลายน้อย ดูแลให้ดี เพื่อเลี่ยงโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
ไม่ว่าจะเป็นภาวะเบื่ออาหาร ภาวะร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ล้วนส่งผลเสียในหลากหลายด้านต่อร่างกาย ภาวะปากแห้งนี้จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้น การดูแลภาวะน้ำลายน้อย ปากแห้งนี้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะวัยสูงอายุที่มีโอกาสเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะนี้