การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ห่างไกลโรคร้ายในช่องปาก
ผู้สูงอายุกับสุขภาพช่องปาก
สุขภาพช่องปาก สำคัญเช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพบริเวณอื่น แต่การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุอาจมีความยากและแตกต่างจากวัยอื่น ปัจจัยหนึ่งมาจากอายุที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายมีการเสื่อมถอย เป็นเหตุผลให้ร่างกายเปราะบาง ป่วยง่าย โรคที่เกิดในผู้สูงอายุหลายโรค การดูแลร่างกายเลยยากลำบากกว่าคนวัยหนุ่มสาว สุขภาพช่องปากในวัยสูงอายุก็เช่นกัน และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกันปัญหาโรคร้ายในช่องปาก ปัญหาในช่องปากของผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ควรดูแลอย่างไร ให้สุขภาพปากแข็งแรง

ปัญหาช่องปากในผู้สูงอายุ
การสูญเสียฟัน อาการอักเสบของฟัน อาการปวดบวมของช่องปากผู้สูงอายุ มักเกิดจากโรคปริทันต์อักเสบ (Periodontal disease) ซึ่งมีการศึกษาและสำรวจปัญหาสุขภาพฟันของผู้สูงอายุชาวไทยเมื่อปี ค.ศ. 2022 กว่า
68.7% มีปัญหาปริทันต์อักเสบ
68.7% มีปัญหาโรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis)
65.1% มีปัญหาคราบหินปูน (Calculus)
36.1% มีปัญหาฟันโยก
และ 11.4% มีปัญหาฟันห่างที่มากกว่า 6 มม.
นอกจากปัญหาสุขภาพช่องปากเหล่านี้ ก็อาจมีปัญหาอื่น ๆ อีกที่ไม่ได้รวบรวมเอาไว้ หากผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้หรือมีปัญหาอื่น ๆ ควรปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

ปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบเจอได้บ่อยในวัยสูงอายุ
อายุที่มากขึ้นตามธรรมชาติ
เมื่ออายุมากขึ้น นอกจากร่างกายส่วนอื่นจะเสื่อมถอยลง สุขภาพช่องปากก็จะเสื่อมถอยลงด้วยเช่นกัน เนื่องจากร่างกายที่ไม่สามารถดูดซับสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง หรือการรับประทานอาหารที่ทำให้ฟันผุ ก็เป็นอีกปัจจัยเช่นกัน
ปากแห้ง (Xerostomia)
เกิดขึ้นจากต่อมน้ำลายเปลี่ยนไปหรือเสื่อมลงตามอายุ ทำให้ไม่สามารถผลิตน้ำลายในปากได้เพียงพอ ซึ่งน้ำลายที่ผลิตออกมาจะมีหน้าที่ปกป้องช่องปากและระบบทางเดินอาหาร ซึ่งการที่น้ำลายน้อยหรือไม่มีน้ำลายจะส่งผลอย่างมากต่อสุขภาพช่องปาก นอกจากนี้ ปัญหาปากแห้งก็อาจเกิดการใช้ยารักษาโรคต่าง ๆ ที่มีผลข้างเคียงทำให้ปากแห้งด้วยเช่นกัน ซึ่งปัญหาปากแห้งนี้ สามารถทำให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
โรคเหงือก (Gum disease)
เกิดจากคราบพลัค หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสมตลอดหลายปี เช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่ไม่ดี ไม่พบทันตแพทย์ หรืออาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคโลหิตจาง มะเร็ง โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุ และโรคเหงือก ก็อาจส่งผลเสียหลายอย่างตามมาในช่องปาก เช่น เหงือกร่น สูญเสียมวลกระดูกฟัน และการสูญเสียฟัน
ฟันผุ
การฟันผุ ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นและพบบ่อยในวัยเด็ก แต่ก้สามารถพบได้บ่อยในวัยสูงอายุเช่นเดียวกัน ซึ่งอาการอาจจะแตกต่างกับฟันผุในเด็กไปบ้าง
การสูญเสียฟัน
โรคเหงือก คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียฟัน และอาการอื่น ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการสูญเสียฟัน รวมถึงการใส่ฟันปลอมที่ไม่ดีพอ ก็เป็นสาเหตุให้สูญเสียฟันเช่นกัน
อาการเสียวฟัน
ผู้สูงอายุอาจมีอาการเสียวฟันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้การกินและดื่มลำบากกว่าปกติ ซึ่งอาการเสียวฟันอาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น เหงือกร่นจนทำให้รากฟันหลุดออกมา
การรับรสลดลง
เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพช่องปากไม่ดีเหมือนเดิม อาจเกิดจากโรคประจำตัว การรับประทานยาบางชนิดและการใส่ฟันปลอมที่ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้สูญเสียประสาทการรับรสได้เช่นกัน
มะเร็งช่องปาก
เป็นโรคที่พบบ่อยตั้งแต่คนอายุ 50 ปีขึ้นไปถึงวัยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งช่องปากมากขึ้น ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายต่อชีวิต ซึ่งนอกจากจะเกิดขึ้นในปาก ก็อาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะข้างเคียง รวมถึงสามารถแพร่กระจายไปยังกระแสเลือดได้ด้วยเช่นกัน

วิธึการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุ

วิธีการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากสำหรัยผู้สูงอายุ เช่น การแปรงและขัดฟันทุกวัน ตรวจสุขภาพฟันบ่อยขึ้น จัดการอาการปากแห้ง รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เลิกสูบบุหรี่ ดูแลรักษาความสะอาดฟันปลอม ออกกำลังกายบ่อยขึ้น ดูแลจัดการโรคเรื้อรังที่เป็น
การแปรงฟันและขัดฟันทุกวัน จะช่วยวยขจัดคราบพลัค รวมถึงแบคทีเรียต่าง ๆ และสิ่งสกปรกตามซอกฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคราบเหล่านั้นเกาะฟันสะสม จะสามารถทำให้เกิดโรคเหงือกและปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ ตามมาได้ ควรแปรงฟันอย่างต่ำวันละ 2 ครั้งหรือหลังอาหารด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้น 1,000 – 1,500 ppm
ตรวจสุขภาพฟันบ่อยขึ้น การตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์ จะทำให้ผู้สูงอายุรู้ถึงสุขภาพฟันของตัวเองและได้รักษา ทำความสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปาก และสามารถป้องกันไม่ให้อาการหนักมากกว่าเดิมได้เช่นกัน
จัดการอาการปากแห้ง หากอาการปากแห้งมาจากผลข้างเคียงของยารักษาโรค หรือมาจากโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ก็ควรปรึกษาหาทางออกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ การดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน การใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาที่ช่วยเพิ่มน้ำลายในปาก ก็จะเป็นการจัดการอาการปากแห้งที่ดีเช่นเดียวกัน
เลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ คือหนึ่งในสาเหตุของโรคเหงือก ฟันผุ รวมถึงมะเร็งช่องปากเช่นกัน
ดูแลรักษาความสะอาดฟันปลอม หากใส่ฟันปลอม ควรดูแลรักษาความสะอาดตามที่ทันตแพทย์แนะนำ ซึ่งการดูแลฟันปลอมให้สะอาด จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากได้ในผู้สูงอายุ
ออกกำลังกายบ่อยขึ้น การออกกำลังกายจะเสริมสร้างให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมถึงสุขภาพช่องปากด้วยเช่นกัน แต่ไม่ควรหักโหมจนเกินไป ควรใช้ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ
ดูแลจัดการโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ให้ดี การดูแลโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพฟัน เช่น การดูแลตัวเองเมื่อเป็นเบาหวาน โรคโลหิตจาง การดูแลโรคเหล่านี้ให้ดี จะช่วยให้ปัญหาสุขภาพช่องปากดีขึ้น
ปัญหาสุขภาพช่องปากในวัยสูงอายุ มีโอกาสเสี่ยงเกิดขึ้นได้มากกว่าคนวัยอื่น ๆ เนื่องด้วยปัจจัยทางอายุ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอีกหลายปัจจัยที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น สุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุนั้นต้องได้รับการดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาและลดความเสี่ยงร้ายแรงในอนาคต