ร่างกายขาดน้ำ อาการเป็นอย่างไร ส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกาย
น้ำ เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ร่างกายของเราส่วนใหญ่มีส่วนประกอบเป็นน้ำโดยเฉลี่ยประมาณ 60% สมองและหัวใจมีส่วนประกอบของน้ำ 73% ปอดมีน้ำประมาณ 83% ผิวหนัง 64% กล้ามเนื้อและไต 79% และในกระดูกของเราก็มีน้ำ 31% ตัวเลขเหล่านี้บอกกับเราว่า ภาวะร่างกายขาดน้ำ เป็นภาวะหนึ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา เพราะร่างกายต้องการน้ำในกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย หาก ร่างกายขาดน้ำ อาการเป็นอย่างไร อาการขาดน้ำในผู้สูงอายุ ส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกาย ร่างกายขาดน้ำกินอะไรดี

ภาวะร่างกายขาดน้ำ คืออะไร?
ภาวะขาดน้ำ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายใช้หรือสูญเสียน้ำมากเกินไปหรือมากกว่าน้ำที่รับเข้ารับร่างกายผ่านการดื่มน้ำ ทำให้ร่างกายไม่มีน้ำหรือของเหลวอื่น ๆ มากพอที่จะทำหน้าที่ต่าง ๆ ภายในร่างกาย หากไม่ทดแทนของเหลวที่สูญเสียไป ก็จะทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ ซึ่งภาวะร่างกายขาดน้ำ อาการจะรุนแรงและอันตรายมากในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
ร่างกายขาดน้ำ อาการเป็นอย่างไร
ร่างกายขาดน้ำ อาการอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและจำนวนน้ำในร่างกาย อาการทั่วไปที่สามารถพบได้บ่อยจากภาวะร่างกายขาดน้ำ สามารถแบ่งตามความรุนแรงได้ดังนี้
ภาวะร่างกายขาดน้ำ อาการเล็กน้อยจนถึงปานกลาง
- กระหายน้ำ
- ปากแห้ง น้ำลายน้อย และลิ้นแห้ง
- ปัสสาวะน้อย
- ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม
- ผิวแห้ง
- วิงเวียนศีรษะ
- ปวดหัว
- ปวดบริเวณกล้ามเนื้อ
- รู้สึกเหนื่อยล้า
- มีอาการท้องผูก
ภาวะร่างกายขาดน้ำ อาการขั้นรุนแรง
- กระหายน้ำมาก
- ปากและผิวแห้งมาก
- ปัสสาวะออกน้อยหรือไม่มีเลย
- ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มมากหรือออกสีส้มอัมพัน
- ผิวเหี่ยวแห้ง
- หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วมากขึ้น
- ความดันเลือดต่ำ
- ไข้ขึ้น
- รู้สึกสับสน เพ้อ
- ภาวะหมดสติ
ภาวะร่างกายขาดน้ำ อาการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงเนื่องจากการขาดน้ำ ยิ่งร่างกายขาดน้ำเยอะ ก็อาจเกิดอาการขั้นรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับภาวะหรือโรคอื่น ๆ ได้ หากมีอาการเหล่านี้ การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ร่างกายขาดน้ำ อาการปกติกับอาการขาดน้ำในผู้สูงอายุ เป็นอย่างไร?
ภาวะร่างกายขาดน้ำ อาการสำหรับผู้สูงอายุจะเหมือนกับอาการขาดน้ำทั่วไป แต่อาจมีความรุนแรงมากกว่าและส่งผลเสียกับร่างกายในด้านต่าง ๆ มากขึ้น เช่น สับสนหรืองุนงง ความสามารถในการทำกิจกรรมลดลง เยื่อเมือกภายในปากและจมูกแห้งอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว และความยืดหยุ่นของผิวลดลงอย่างมาก อาการเหล่านี้อาจมีความรุนแรงมากขึ้นหากไม่ดูแลภาวะร่างกายขาดน้ำให้ดีขึ้น

ภาวะร่างกายขาดน้ำ อาการที่ไม่ได้ดูแล ส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกาย?
เมื่อร่างกายขาดน้ำแล้วไม่ได้ดูแลหรือรักษาอาการ จะส่งผลเสียอย่างมากต่อร่างกายหลายด้าน และส่งผลต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกาย ดังนี้
- ไตและระบบปัสสาวะ ร่างกายขาดน้ำ อาการที่รุนแรงก็อาจส่งผลทำให้เกิดนิ่วในไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และการบาดเจ็บไตเฉียบพลันได้
- ระบบหัวใจและหลอดเลือด จำนวนเลือดที่ลดลงจากร่างกายขาดน้ำ อาจทำให้ความดันโลหิตแย่ลง หัวใจเต้นเร็ว และระบบไหลเวียนเลือดลดลง
- ระบบย่อยอาหาร อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกและระบบย่อยอาหารเสื่อมถอยลงได้ เนื่องจากน้ำในร่างกายที่น้อยลง
- ผิวหนังและเยื่อเมือก ร่างกายขาดน้ำ อาการอย่างหนึ่งคือผิวแห้งและเยื่อเมือกลดน้อยลง อาจทำให้ ผิวหนังแพ้และอักเสบง่าย รวมถึงอาการปากแห้งและน้ำลายน้อยเช่นกัน
- ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อ อาจทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ร่างกายอ่อนล้า ไม่มีแรง
- ผลกระทบต่อระบบประสาท อาจทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไมเกรน เวียนหัว ประสาทการรับรู้น้อยลงและเกิดอาการสับสนได้
- ระบบหายใจ อาจทำให้เกิดอาการหายใจแห้ง และส่งผลต่อการหายใจที่ลำบากมากขึ้น
- ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ร่างกายอ่อนแอ เกิดอาการฮีทสโตรกได้ง่าย และส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกัน
ร่างกายขาดน้ำ อาการลดลงได้ด้วยอาหาร แล้วร่างกายขาดน้ำ กินอะไรดี?
ร่างกายขาดน้ำ อาการของมันเกิดขึ้นจากน้ำในร่างกายที่มีอยู่น้อย การเติมน้ำเข้าร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยได้มากในการแก้อาการร่างกายขาดน้ำ แล้วร่างกายขาดน้ำ กินอะไรดี? เรามีตัวเลือกอาหารที่มีน้ำเยอะมาให้มากมาย ดังนี้
- ผลไม้ : แตงโม สตรอวเบอร์รี่ แคนตาลูป ส้ม และเกรปฟรุต
- ผัก : แตงกวา ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง บวบ มะเขือเทศ
- ผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนผสม : โยเกิร์ต นม นมอัลมอนด์
- ซุป : ซุปผัก ซุปไก่
- น้ำต่าง ๆ : น้ำเปล่า น้ำผลไม้ปั่น ชาเย็นหรือร้อน
สรุป ร่างกายขาดน้ำ อาการมีหลากหลาย โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ร่างกายสูญเสียน้ำและไม่ได้รับการเติมน้ำเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ ผู้เขียนเองก็เคยมีปัญหาร่างกายขาดน้ำและมักจะเป็นร้อนในบ่อย ๆ เพราะอาการร้อนใน สาเหตุส่วนหนึ่งคือมาจากการที่ปากของเราแห้งจากการขาดน้ำ การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะหรือดื่มน้ำประมาณ 2.5-3 ลิตรทุกวันจะช่วยป้องกันปัญหาร้อนในได้ ไม่ใช่แค่ร้อนในเท่านั้น การดื่มน้ำเท่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันจะช่วยลดอาการจากภาวะร่างกายขาดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการทานอาหารที่มีน้ำเยอะและการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่อร่างกาย

