โรคกระเพาะอาหารอักเสบ อาการเป็นยังไง กี่วันหาย ห้ามกินอะไร
รู้จักโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ตัวการปัญหาท้องไส้ในคนทุกช่วงวัย
ปัญหาท้องไส้ที่เกิดจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ อาการเป็นอย่างไร เป็นคำถามที่คนทุกวัยอาจไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะปัญหาท้องไส้เกิดขึ้นบ่อยจนคิดว่าเป็นแค่อาการท้องผูก ท้องเสีย หรือท้องอืดเฉย ๆ แต่อาการที่ว่ามาก็อาจเป็นสัญญาณของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ด้วยเช่นกัน อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบเป็นอย่างไร กี่วันหาย แล้วห้ามกินอะไรบ้างเพื่อให้อาการดีขึ้น มีวิธีดูแลด้วยตัวเองอย่างไร?

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ คืออะไร?
โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis) คือโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุในกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกระคายเคือง บวม แดง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน (Acute gastritis) และแบบเรื้อรังหรือมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ (Chronic gastritis)
ในบางกรณี โรคกระเพาะอาหารอักเสบนั้นจะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือคนที่มีอายุ 60-80 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม โรคกระเพาะอาหารอักเสบนั้นไม่ได้ร้ายแรงและอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับการดูแลอย่างดี
โรคกระเพาะอาหารอักเสบ อาการเป็นอย่างไร?
อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน แต่อาการส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อย เช่น
- ปวดท้องหรือไม่สบายท้อง อาจปวดน้อยจนถึงขั้นรุนแรงได้ อาจรู้สึกแสบร้อนบริเวณช่องท้องส่วนบน
- คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอักเสบของกระเพาะอาหารรุนแรง
- อาหารไม่ย่อย อาจรวมถึงอาการท้องอืด เรอบ่อย และรู้สึกแย่หลังจากรับประทารอาหาร
- ไม่อยากอาหาร เนื่องจากความเจ็บปวด หรือรู้สึกอิ่มง่ายเกินไป
- ท้องอืด แน่นท้อง ลำไส้แปรปรวน
- อาเจียนเป็นเลือด เกิดขึ้นในกรณีที่มีความรุนแรง เนื่องจากมีเลือดออกจากเยื่อบุกระเพาะอาหาร
- อุจจาระเป็นสีดำ เกิดขึ้นในกรณีที่มีความรุนแรง เนื่องจากมีเลือดออกจากเยื่อบุกระเพาะอาหาร
สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เกิดจากอะไร?
ผู้ที่มีอาการกระเพาะอาหารอักเสบ อาจมีสาเหตุแตกต่างกันออกไปและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยความเสี่ยง เช่น
- การติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โดยเฉพาะอาการกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน โดยเชื้อหนึ่งที่เป็นสาเหตุหลักคือ Helicobacter pylori (H. pylori) และเป็นสาเหตุหลักของโรคกระเพาะอาหารอักเสบระยะยาวด้วยเช่นกัน
- การใช้ยาแก้อักเสบเป็นประจำ เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาประเภทเอ็นเสด สามารถทำให้เกิดอาการอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรังได้โดยการเข้าไปกัดกระเพาะ ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ทั้งรูปแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง
- ความเครียดทางอารมณ์ อาจส่งผลต่อการเกิดโรคกระเพาะได้ด้วยเช่นกัน
- น้ำดีไหลย้อน (Bile reflux) เมื่อน้ำดีไหลย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะ ก็สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคือง และทำให้เกิดอาการกระเพาะอาหารอักเสบได้
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอาการอักเสบ เรื่องจากภูมิคุ้มกันเข้าไปทำลายเซลล์ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการอักเสบในกระเพาะอาหารเรื้อรังได้ นอกจากนั้น ภาวะภูมิคุ้มกันตกก็อาจทำให้กระเพาะอาหารอักเสบได้ด้วยเช่นกัน
- อายุที่มากขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบในกระเพาะอาหารมากขึ้นเนื่องจากเยื่อบุในกระเพาะอาหารบางลง นอกจากนี้ก็มีแนวโน้มที่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ H. pylori มากขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้นด้วยเช่นกัน
โรคกระเพาะอาหารอักเสบ กี่วันหาย?
โดยปกติแล้ว อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบจะดีขึ้นเรื่อย ๆ อาการกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลันจะอยู่ประมาณ 2-10 วัน และจะหายไปเองโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน หากรับประทานยา ดูแลอย่างต่อเนื่องถูกวิธี ก็อาจทำให้หายไวมากยิ่งขึ้น

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ห้ามกินอะไร? อาหารที่ควรลดและเลี่ยง
นอกจากการรับประทานอาหารให้น้อยลง ช้าลง รับประทานอาหารให้ตรงเวลาแล้ว มีอาหารประเภทไหนบ้างที่ต้องเลี่ยงเป็นพิเศษเมื่อมีภาวะกระเพาะอาหารอักเสบ?
1. อาหารที่มีรสเผ็ดทุกชนิด
2. อาหารที่มีกรดสูง เช่น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ หัวหอม กระเทียม พริก รวมถึงน้ำผลไม้บางชนิด เป็นต้น
3. อาหารที่มีไขมันสูงหรือของทอด เช่น เนื้อแดง เครื่องใน เนย ชีส เฟรนช์ฟรายส์ เป็นต้น
4. เครื่องดื่มอัดลม เช่น โซดา น้ำอัดลม เป็นต้น
5. อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ขนมขบเคี้ยว อาหารที่มีรสชาติเค็มทุกชนิด
6. แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
7. คาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา เนื่องจากเข้าไปกระตุ้นการผลิตกรดในกระเพาะ
8. ผักดิบ โดยเฉพาะผักที่มีไฟเบอร์สูง ทำให้ย่อยยาก ควรนำไปต้มให้ย่อยง่าย
9. ของหวาน เช่น เค้ก คุกกี้ ช็อคโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง ไอศกรีม หรือสารเพิ่มความหวาน
นอกจากนี้ อาจมีอาหารบางประเภทที่ควรเลี่ยง หากมีเหตุผลทางโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังที่แตกต่างกันออกไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกสำหรับการรับประทานอาหาร เพื่อให้สามารถแก้ปัญหากระเพาะอาหารอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบโรคประจำตัว
โรคกระเพาะอาหารอักเสบ วิธีป้องกันด้วยตัวเอง
- ลดหรือเลี่ยงการใช้ยาแก้อักเสบ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาแก้อักเสบชนิดอื่น ๆ เพราะอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารหากทานเป็นประจำ
- ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ พยายามควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ให้มากจนเกินไปหรือเลี่ยงการดื่ม
- จัดการความเครียด เพราะความเครียดสามารถทำให้กระเพาะอาหารอักเสบได้ ควรจัดการกับความเครียดโดยการนั่งสมาธิหรือหากิจกรรม งานอดิเรกใหม่ ๆ ทำ
- เลิกสูบบุหรี่ เพราะควันบุหรี่ทำให้ร่างกายโดยรวมอ่อนแอรวมถึงกระเพาะอาหารด้วยเช่นกัน
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พยายามเลี่ยงอาหารที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นและทานอาหารที่มีประโยชน์และเป็นมิตรต่อกระเพาะอาหารและสำไส้ รวมถึงอาหารเสริมที่เสริมสร้างระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้น อย่างนัตโตะแคปซูลด้วยเช่นกัน
- รักษาความสะอาด ล้างมืออย่างถูกวิธี โดยเฉพาะก่อนการทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำเพื่อลดโอกาสโรคกระเพาะอาหารอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
- ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที
โรคกระเพาะอาหารอักเสบ สามารถหายได้ด้วยวิธีการดูแลที่ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ถ้าเป็นบ่อย อาการไม่ดีขึ้น หรือปัจจัยทางอายุที่อาจทำให้โรคกระเพาะอาหารอักเสบเกิดขึ้นได้บ่อยและง่ายมากยิ่งขึ้น ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น การดูแลกระเพาะอาหารรวมถึงลำไส้และสุขภาพโดยรวม เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย