แนวทางการป้องกันโรคเบาหวาน 7 วิธี ลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวาน
ดูแลสุขภาพ ให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน
การดูแลสุขภาพ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังสามารถเป็นเกราะป้องกันโรคเรื้อรังได้ดีด้วยเช่นกัน เช่นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไขข้ออักเสบ โรคปอด โรคไตวายเรื้อรัง และโรคเบาหวาน ซึ่งโรคเบาหวานเป็นโรคที่พบได้บ่อยในวัยทองและวัยสูงอายุ ซึ่งอาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานโดยที่เราไม่รู้ตัว นอกจากการดูแลสุขภาพแล้ว มีแนวทางการป้องกันโรคเบาหวานอย่างไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน

ประเภทของโรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน เป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงในประเทศไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปี 2019 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 8.6% ของจำนวนประชากรที่มีอายุระหว่าง 20-79 ปี ซึ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อยจะเป็นเบาหวานประเภท 2 มากกว่าเบาหวานประเภท 1 นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคเกี่ยวกับประสาท โรคเบาหวานขึ้นตา ก็เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยด้วยเช่นกัน เบาหวานประเภท 1 กับเบาหวานประเภท 2 ต่างกันอย่างไร?
1. เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) : เป็นประเภทของเบาหวานที่พบได้ตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น เกิดขึ้นเมื่อภาวะภูมิต้านทานตนเองที่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเข้าไปโจมตีและทำลายเซลล์เบต้าที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อน ส่งผลให้มีการผลิตอินซูลินเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย มักเกิดขึ้นในวัยเด็กหรือวัยรุ่น แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับวัยอื่นเช่นกัน การรักษา ต้องรักษาโดยการฉีดอินซูลินเข้าร่างกายตลอดชีวิตเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
2. เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) : เป็นประเภทของเบาหวานที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก เกิดขึ้นเมื่อร่างกายต้านทานอินซูลิน หรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน และตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โรคเบาหวานประเภทที่ 2 มักจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น โรคอ้วน การไม่ออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกาย ซึ่งโรคเบาหวานประเภทที่ 2 นี้ มักจะเกิดขึ้นกับวัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ
3. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes) : เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์นี้ จะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์และการคลอดบุตร ซึ่งอาจมีผลกระทบทั้งแม่และเด็กทารก แม้ว่าโดยทั่วไป ภาวะเบาหวานจะหายไปหลังคลอดบุตร แต่ผู้หญิงที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 สูงขึ้นในภายหลัง
4. ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) : คือภาวะเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงพอที่จะวินิจฉัยอาการได้ว่าเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งผู้ป่วยที่มีภาวะนี้ส่วนใหญ่ มักจะไม่ทราบว่าตัวเองกำลังมีภาวะก่อนเบาหวานอยู่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นในการป่วยเป็นเบาหวานประเภท 2 เช่นเดียวกับโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง แต่ภาวะก่อนเบาหวานนี้ สามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดเบาหวานประเภท 2 ได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพพฤติกรรมบางอย่าง

แนวทางในการป้องกันโรคเบาหวาน มีอะไรบ้าง?
การป้องกันและการชะลอการเกิดโรคเบาหวาน โดยเฉพาะโรคเบาหวานประเภท 2 และภาวะก่อนเบาหวาน การควบคุมปัจจัยเสี่ยง มีแนวทางหลายวิธี เช่น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ติดตามและตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือด เลิกสูบบุหรี่ ลดปริมาณแอลกอฮอล์ และจัดการกับความเครียด
1 . การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
การรับสารอาหารอย่างครบถ้วน คือกุญแจหลักในการป้องกันโรคเบาหวาน รับประทานอาหารอย่างผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนที่ดีต่อร่างกาย และไขมันดี ซึ่งเป็นคุณค่าทางอาหารที่เป็นอาหารลดน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน และควรลดปริมาณอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกายเช่น ขนม ของหวาน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเกินไป
2 . ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
โรคอ้วนในผู้สูงอายุ หรือภาวะน้ำหนักตัวมากเกินไป เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างมากต่อการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 การลดน้ำหนักส่วนเกินและทำให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2 ได้
3 . ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
จะสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้ นอกจากนี้ก็ช่วยในเรื่องของภาวะไวต่ออินซูลินได้ และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยเช่นกัน โดยการออกกำลังกายวันละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็เพียงพอต่อการป้องกันโรคเบาหวานแล้ว แต่การออกกำลังกายโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุก็สำคัญเช่นกัน
4 . ติดตามและตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือด
หากมีภาวะก่อนเบาหวานหรือมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคเบาหวาน การตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้
5 . เลิกสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ มีส่วนเกี่ยวข้องการกับการเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2 และโรคเรื้อรังชนิดอื่นร่วมด้วย หากเป็นคนสูบบุหรี่ การเลิกบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานและทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
6 . ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ การดื่มอย่างพอดีหรือการเลิกดื่ม อาจส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวมและลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานได้
7 . จัดการกับความเครียด
ภาวะความเครียด อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้ และเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 การนั่งสมาธิ เข้าสังคม และการหากิจกรรมทำทั้งส่วนตัวและส่วนรวม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ เช่นเดียวกับภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่ต้องดูแลอย่างดี
โรคเบาหวาน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน การดูแลสุขภาพร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นอกจากจะสามารถป้องกันหรือชะลอโรคเบาหวานได้แล้ว ยังช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วย ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ ด้วยการดูแลตัว โดยเฉพาะวัยสูงอายุที่ต้องดูแลสุขภาพตัวเองเป็นพิเศษ