สาเหตุเเละปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ
โรคไขมันพอกตับ คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของตับ เกิดขึ้นโดนจากการสะสมของไขมันในเซลล์ปริมาณที่มาก ซึ่งจะมีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ น้ำหนักเกิน เเละไขมันในเลือดสูง ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบที่รุนเเรงต่อตับโดยตรง เเต่ถ้าเกิดการสะสมไปนานๆ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้อย่างนั้นเรามาทำความรู้จักโรคไขมันพอกตับเเละวิธีการป้องกันการเกิดโรคไขมันพอกตับ กันดีกว่า

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ
ในยุคสมัยปัจจุบันเริ่มมีการใช้ชีวิตการกินเเบบทางวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้นทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดอาการที่อ้วนลงพุงเเละมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรคนี้จะมีโรคอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง เเละโรคเหล่านี้เป็นปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับตามมา เเละอาจจะมีโรคเเทรกซ้อนตามมาในอนาคตอีกด้วย เช่น มะเร็งตับ ตับอักเสบ เป็นต้น
อาการของโรคไขมันพอกตับ
ผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับ มักจะมีอาการตับอักเสบที่เกิดจากไขมันพอกตับส่วนใหญ่ เเละมีอาการเเสดงชัดเจนเมื่อมีอาการในระดับรุนแรงแล้ว โรคนี้มักตรวจพบได้จากการตรวจร่างกายประจำปี โดยจะมีการตรวจพบว่ามีค่าเอ็นไซน์ในตับผิดปกติ หรืออาจตรวจพบจากการทำอัลตร้าซาวน์ช่องท้องเเล้วพบว่ามีการสะสมของไขมันที่ตับ
ควรไปพบเเพทย์เมื่อไหร่ ?
ในผู้ป่วยซึ่งที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไขมันพอกตับมีความจำเป็นต้องได้รับการประเมินความรุนเเรงอย่างยิ่ง เพราะจะต้องมีการตรวจปริมาณพังผืดในตับว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด เเม้ว่าผู้ป่วยจะไม่มีอาการที่เเสดงออกมาอย่างเเน่ชัด ซึ่งควรจะตรวจหาโรคต่าง ๆ ร่วมด้วย เพราะอาจจะมีโรคเเทรกซ้อน เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น ผู้ป่วยควรพบเเพทย์เฉพาะทางเพื่อจรวจหาอาการของโรคเพิ่มเติม

การตรวจวินิจฉัยโรคไขมันพอกตับ
ส่วนใหญ่การวินิจฉัยโรคเบื้องต้นจากการทำอัลตร้าซาวน์ช่องท้องเป็นหลักเพื่อดูลักษณะของตับจากการสะสมของไขมัน ร่วมถึงกับการตรวจค่าเอ็นไซม์ในตับว่ามีตับอักเสบหรือไม่ เเละอาจจะมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อทำการทำวินิจฉัยเเยกโรคอื่นที่เป็นสาเหตุของตับอักเสบหรือไขมันสะสมในตับออกไป โดยที่เเพทย์จะทำการพิจารณาตรวจผู้ป่วยเพิ่มเติมดังนี้
- การตรวจเลือด
-การตรวจการทำงานของตับ
-การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ B เเละ C
-การตรวจเพื่อหาโรคร่วมต่าง ๆ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด, ตรวจวัดระดับไขมมันในเลือด
- การตรวจวัดพังผืดตับ
ปัจจุบันวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการตรวจประเมินพังผืดตับเรียกว่าการตรวจ fibroscan หรือ transient elastography วิธีการตรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจวัดความยืดหยุ่นของตับ และนำไปหาค่าปริมาณพังผืดในตับต่อไป หรือวิธีอื่นที่เป็นทางเลือกในการตรวจวัดพังผืดตับ ได้แก่ การสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ที่สามารถตรวจวัดค่าความยืดหยุ่นของตับได้เเม่นยำเเละสามารถนำค่าที่ได้นั้นมาหาค่าปริมาณของพังผืดในตับได้
- การเจาะชิ้นเนื้อตับ
ผู้ป่วยบางรายเท่านั้นที่จะต้องทำการผ่าเอาชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจหาสาเหตุของโรคยังไม่เเน่ชัด โดยนำชิ้นเนื้อที่ได้ไปส่องกับกล้องจุลทรรศน์
วิธีการรักษาโรคไขมันพอกตับ
การลดน้ำหนักก็เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาที่ดี เเละมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาโรคไขมันพอกตับ ถ้าเราสามารถลดได้ทั้งปริมาณไขมัน การอักเสบ เเละปริมาณพังผืดในตับ นอกจากนี้การลดน้ำหน้ำยังส่งผลดีต่อโรคร่วมต่าง ๆ ทั้งเบาหวาน ความดัน เเละไขมันในเลือดอีกด้วยเเละการควบคุมเรื่องของการกินเเต่ของที่มีประโยชน์ที่ไม่ส่งผลทำให้ร่างกายทำงานหนัก
โรคไขมันพอกตับสามารถป้องกันได้
โรคไขมันพอกตับป้องกันได้ง่าย ๆ ด้วย กฎ 3 ล คือ ลด ละ เลิก
-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะกระตุ้นให้ตับนั้นทำงานหนักมากยิ่งขึ้น
-ควบคุมการกินคาร์โบไฮเดรต เช่นน้ำตาล ข้าว แป้ง ผลไม้ เพราะถ้าร่างกายทำการย่อยสลายไม่หมดจะเปลี่ยนไปเป็นไตรกลีเซอไรด์สะสมในร่างกาย
- ควบคุมการกินอาหารกลุ่มที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด รวมไปถึง อาหารแปรรูปที่มีส่วนประกอบของไขมันสัตว์ เช่น ไส้กรอก กุนเชียง ลองหันมาเลือกกินไขมันดี เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดการสังเคราะห์ไตรกลีเซอไรด์ในตับได้
- เน้นการกินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ธัญพืช ผักและผลไม้ ที่มีกากใยอาหาร เพราะมีส่วนช่วยในการดักจับไขมันและเร่งการย่อยอาหารเเละขับออกจากร่างกายก่อนถูกดูดซึม
โรคไขมันพอกตับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เป็นอย่างไรกันบ้างพอเรามาทำความรู้จักกับโรคแบบเจาะลึกเเล้วอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ทั้งนี้ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อการตรวจหาโรคไขมันพอกตับ ในโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจคัดกรองโรคตับและวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ สำหรับท่านที่มีความเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานจากการหาค่าดัชนีมวลกาย(BMI) เรื่องการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือรับประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ ดังนั้นเเล้วการประเมินความเสี่ยงตัวเอง เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปี เพื่อตรวจหาโรคต่าง ๆ เเละรับคำเเนะนำจากเเพทย์