6 โรคยอดฮิตที่เกิดในหมู่ผู้สูงอายุ พร้อมรับมือและเตรียมเข้ารักษา เจอปัญหาจากโรคเหล่านี้ มีอะไรบ้าง
หากพูดถึงสุขภาพของคนเรา มักจะมีช่วงพัฒนาการที่ดีที่สุด สมบูรณ์มากที่สุดอยู่ในช่วงวัยรุ่น หรืออายุประมาณ 20-25 ปี หลังจากนั้นการทำงานระบบต่างๆในร่างกายจะเริ่มเสื่อมถอยลงเรื่อยๆตามช่วงอายุ ทำให้บางคนมีปัญหาทั้งสุขภาพร่างกาย และจิตใจ มีโรคประจำตัวชนิดต่างๆเกิดขึ้น โดยเฉพาะในหมู่ผู้สูงอายุ มีโรคแทรกซ้อนรุมเร้า มีปัญหาทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจ บางคนรับสภาพไม่ไหวจนป่วยเป็นสภาวะซึมเศร้า และทำร้ายตัวเองถึงขั้นจบชีวิตเลยก็มี และเรามาดูกันว่า 10 โรคยอดฮิตที่เกิดในหมู่ผู้สูงอายุมีโรคอะไรกันบ้าง และควรรับมือกันอย่างไร

6 โรคยอดฮิตที่เกิดในหมู่ผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง
1.โรคความดันโลหิตสูง
เป็นโรคที่สูงอันดับต้นๆในหมู่ผู้สูงอายุ เป็นโรคยอดฮิตที่เกิดในหมู่ผู้สูงอายุ ไม่ค่อยแสดงอาการแต่เป็นภัยร้ายต่อหัวใจและหลอดเลือด ผู้สูงอายุบางรายจะมีอาการปวดหัวหนัก หรือมีอาการปวดหัวตุ๊บๆ ลักษณะเหมือนไมเกรน สำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงแบบเรื้อรัง มีอาการเหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ และหากเป็นหนักอาจทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว ข้อควรแนะนำ ให้ผู้สูงอายุงดการดื่มแอลกอฮอล์ ชาหรือกาแฟ และไม่สูบบุหรี่ เป็นต้น มันออกกำลังกายสม่ำเสมอ สามารถวัดระดับความดันได้ด้วยตัวเอง คือต้องมีความดันในหลอดเลือดไม่เกินปกติ 140/90 มิลลิเมตรปรอทนั่นเอง การรับประทานอาหารเสริมอย่าง นัตโตะแคปซูล มีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิตพร้อมกับการทานอาหารที่ดีต่อร่างกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
2.โรคข้อเสื่อม
โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่ผู้สูงอายุสามารถป่วยเป็นโรคนี้ได้แทบทุกคน เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนทั่วร่างกายโดยเฉพาะ ผิวหัวเข่า,กระดูกต้นคอ,และข้อต่อต่างๆทั้งร่างกาย เป็นต้น เนื่องจากบริเวณใกล้กับข้อต่อของร่างกายมีการสึกหรอหรือการเสียดสีกัน เสื่อมลงตามอายุเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุถือว่าเป็นเรื่องที่ทรมาน สาเหตุการเกิดโรคข้อเสื่อม มีหลายปัจจัยเช่น การใช้งานหนักของร่างกาย,เป็นที่กรรมพันธุ์,น้ำหนักตัวมากเกินไป,มีอายุมากขึ้นและความบกพร่องของข้อต่อในร่างกายมีความผิดปกติ เป็นต้น
3.โรคสมองเสื่อม
สำหรับโรคสมองเสื่อมมักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุโดยอายุเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 60 ปีขึ้นไป ช่วงแรกอาจไม่แสดงอาการเกี่ยวกับพฤติกรรมความจำ การตัดสินใจ จินตนาการและการคำนวณยังสามารถใช้งานได้ดี แต่เมื่ออายุมากขึ้นเริ่มมีความผิดปกติในเรื่องพฤติกรรม ที่ตรงกันข้ามทั้งหมด เช่น ความจำสั้น,การหลงๆลืมๆบ่อยครั้ง,และไม่สามารถจำถิ่นกำเนิดได้ เป็นต้น สภาวะโรคสมองเสื่อมเป็นสาเหตุของการเป็นอัลไซเมอร์ หรือสมองฝ่อไปตามอายุขัย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคสมองเสื่อมอย่างรวดเร็วผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น การไม่ชอบออกกำลังกาย,การสูบบุหรี่จัด,การดื่มแอลกอฮอล์,สภาวะความเครียดรุมเร้า,และการเข้าร่วมสังคมที่ดี เป็นต้น ดังนั้นผู้สูงอายุควรหยุดพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคสมองเสื่อมอย่างรวดเร็วในอนาคต
4.โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ท้องผูกและท้องอืด
ในผู้สูงอายุ โดยส่วนใหญ่ระบบย่อยอาหารและทางเดินอาหารมีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยลง มียิ่งอายุมากขึ้น จุลินทรีย์ที่คอยช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารลดน้อยลงตามไปด้วย ทำให้ระบบขับถ่ายหรือระบบทางเดินอาหารเริ่มมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นเช่น อาการท้องผูก,อาการท้องอืด,และอาการท้องเสีย เป็นต้น จึงไม่ควรปล่อยให้อาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเป็นระยะเวลานานเพราะมันอาจส่งผลกระทบกลายเป็นโรคชนิดต่างๆแบบเรื้อรังได้ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน,โรคกระเพาะอาหารอักเสบ,โรคลำไส้รั่ว,และโรคมะเร็งลำไส้ เป็นต้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินของผู้สูงอายุเริ่มต้นจาก งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด,ดื่มนมเปรี้ยวที่มีแลคโตบาซิลลัสในปริมาณที่เหมาะสม, ดื่มน้ำมากๆ,เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนทุกครั้ง,และรับประทานกากใยสูงและไขมันน้อย เป็นต้น
5.โรคความดันโลหิตสูง
สภาวะโรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ อย่าปล่อยไว้นานเพราะมีความอันตรายต่อชีวิตได้ สภาวะโลหิตสูงโดยทั่วไปแทบจะไม่มีสัญญาณใดๆมาเตือนเลย แม้ว่าการวัดความดันโลหิตจะออกมาในระดับปกติก็ตาม โดยเราสามารถสังเกตอาการของผู้สูงอายุได้ดังนี้ หายใจเบาและถี่ มีอาการปวดศีรษะ ผู้สูงอายุบางรายถึงขั้นมีเลือดกำเดาไหลออกเลยก็มี แน่นอนว่ายิ่งอายุมากขึ้นสภาพร่างกายก็ยิ่งเสื่อมถอยลงไปตามกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป หากมีสภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆอาจทำให้ความดันโลหิตสูงจนไม่สามารถควบคุมได้และอาจทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด ผลกระทบจากความดันโลหิตสูงมีหลายอย่างเช่น หัวใจวายหรือเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง,หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน,โรคสมองเสื่อมและโรคหลอดเลือดในไต เป็นต้น
6.โรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุถือว่าอันตรายมากกว่าที่คิด สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60-65 ปีขึ้นไป จะเริ่มมีอาการความแปรปรวนทางด้านอารมณ์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง การปล่อยให้อยู่ลำพังคนเดียวเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าสามารถจบชีวิตตัวเองได้ เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุเช่น การอยู่ตัวคนเดียวเป็นระยะเวลานาน,การห่างจากสังคม,และ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เป็นต้น เราสามารถสังเกตอาการโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้ดังนี้ สภาวะทางอารมณ์เปลี่ยนไป,รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า,มีสมาธิสั้น,รู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป,และการทำร้ายตัวเองอยู่บ่อยครั้งเป็นต้น การบรรเทาสภาวะโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุสามารถทำได้โดยการให้ความรักและเวลาของคนในครอบครัวให้มากที่สุด ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน พาผู้สูงอายุไปพบเพื่อนหรือคนที่รัก และที่สำคัญเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ให้เร็วที่สุด

โรคยอดฮิตที่เกิดในหมู่ผู้สูงอายุ ทั้ง 6 ชนิดโรคนี้ หากได้รับความเอาใจใส่จากคนที่ใกล้ชิด และการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุให้มากกว่าเดิม สามารถป้องกันการเกิดรวบยอดฮิตขึ้นกับผู้สูงอายุที่เรารักให้ช้าลงได้ ผู้สูงอายุที่มีอายุมากขึ้นเรื่อยๆเปรียบเสมือนเด็กที่ต้องการความเอาใจใส่การปกป้องที่ดี และการใช้คำพูดที่ไพเราะให้กำลังใจตลอดเวลา จะทำให้ผู้สูงอายุได้รับรู้ถึงความรักและความเอาใจใส่มีผลต่อทางด้านอารมณ์โดยตรง สามารถลดความรุนแรงเกี่ยวกับโรคประจำตัวและโรคยอดฮิตที่ผู้สูงอายุกำลังเผชิญอยู่ได้ดีขึ้น