ภาวะหัวใจล้มเหลว

หัวใจ เป็นเหมือนศูนย์กลางของชีวิต หากสุขภาพหัวใจแย่ ปัญหาแทรกซ้อนต่าง ๆ จะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดมากยิ่งขึ้น เหมือนกับทะเลสาบใหญ่ที่ส่งน้ำผ่านแม่น้ำออกไปยังส่วนต่าง ๆ เพื่อให้พื้นที่มีน้ำใช้ มีการเจริญเติบโต มีการทำงาน หากจู่ ๆ ทะเลสาบที่สำคัญนั้นไม่สามารถส่งน้ำออกไปได้ คงไม่ต้องอธิบายว่าพื้นที่ต่าง ๆ จะอยู่ในสภาพแบบไหน เช่นเดียวกับหัวใจ หากจู่ ๆ เกิดสิ่งที่หนึ่งเรียกว่า ภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงภาวะหนึ่งที่สามารถส่งผลกระทบได้ถึงชีวิต แล้วภาวะนี้คืออะไร มีสาเหตุและสัญญาณเตือนอย่างไร อาการก่อนหัวใจล้มเหลวเป็นอย่างไร? ในบทความนี้มีคำตอบ

ภาวะหัวใจล้มเหลวคือ

ภาวะหัวใจล้มเหลว คืออะไร?

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart failure) คือภาวะการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เพียงพอ และเลือดจะเข้าไปสะสมในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยส่วนใหญ่จะสะสมที่ปอด ขาหรือเท้า เมื่อของเหลวสะสมที่ปอดก็อาจส่งผลให้หายใจไม่สะดวกหรืออาจทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดได้

ภาวะหัวใจล้มเหลว อาการเป็นอย่างไร?

ภาวะหัวใจล้มเหลว อาการของภาวะนี้อาจจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่บางครั้งอาการก็อาจเกิดขึ้นได้อย่างเฉียบพลันเช่นกัน อาการหัวใจล้มเหลวที่สามารถพบได้ จะมีดังนี้

-          หายใจถี่ หรือหายใจลำบาก โดยเฉพาะระหว่างการออกกำลังกายและการนอนราบ

-          เหนื่อยล้า อ่อนแรง เนื่องจากการสูบฉีดเลือดของหัวใจที่ลดลง

-          มีอาการบวม โดยเฉพาะบริเวณขา ท้อเท้า เนื่องจากมีการสะสมของของเหลวมากขึ้น

-          หัวใจเต้นเร็ว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

-          ไอตลอดเวลา มีเสมหะปนเลือด สีออกขาวหรือชมพู

-          หายใจมีเสียงแหลมหรือเสียงวื้ด ๆ

-          ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน

-          อาการบวมบริเวณช่องท้อง

-          น้ำหนักเพิ่มอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากการกักเก็บของเหลวภายในร่างกาย

-          คลื่นไส้

-          ไม่อยากอาหาร

หากมีอาการ การเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยเป็นสิ่งสำคัญ และถ้าหากมีอาการเจ็บหน้าอก เป็นลมหรืออ่อนแออย่างรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หายใจถี่และไออย่างรุนแรง ควรเข้าพบแพทย์ทันที

ภาวะหัวใจล้มเหลว มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

ภาวะหัวใจล้มเหลวจะเกิดจากการที่หัวใจอ่อนแอ ซึ่งการที่หัวใจอ่อนแอก็สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น คนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี การไม่ขยับร่างกายนาน ๆ หรือไม่ออกกำลังกาย การติดเชื้อ แอลกอฮอล์ บุหรี่ ทานอาหารที่มีรสเค็มและไขมันสูง รวมถึงยารักษาคีโม ยีนหรือพันธุกรรมก็อาจส่งผลได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ ภาวะที่เกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจก็สามารถทำให้หัวใจล้มเหลวด้วยเช่นกัน

โรคหัวใจและหลอดเลือดเหล่านี้จะส่งผลให้หัวใจอ่อนแอ เช่น

-          โรคหลอดเลือดหัวใจ การอุดตันของหลอดเลือดแดงของหัวใจ ลดการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ

-          โรคความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนามากขึ้น

-          โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ส่งผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง

-          โรคลิ้นหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนักได้

-          โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้แย่ลง นำไปสู่ความผิดปกติของหัวใจ

-          โรคเบาหวาน ที่ทำให้เกิดความเสียหายของหัวใจและหลอดเลือด

สัญญาณเตือน อาการก่อนหัวใจล้มเหลว มีอะไรบ้าง?

การรู้ถึงสัญญาณเตือนอาการก่อนหัวใจล้มเหลว เป็นการจัดการภาวะหัวใจล้มเหลวที่สำคัญ เพื่อให้สามารถเข้าพบแพทย์ได้ทันท่วงที ซึ่งสัญญาณเตือน จะมีดังนี้

-          หายใจถี่ ในระหว่างทำกิจกรรมสักอย่าง ระหว่างพักผ่อน หรือตื่นมาตอนกลางดึก ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

-          เหนื่อยล้าโดยไม่มีสาเหตุ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ลำบาก

-          หัวใจเต้นแรง เต้นผิดปก โดยเฉพาะระหว่างออกกำลังกาย

-          เท้าบวม ข้อเท้าบวม เท้าบวม ท้องบวม หรือน้ำหนักเพิ่มอย่างเฉียบพลัน

-          ไอบ่อย และมีเมือกสีขาวหรือสีชมพูปนออกมา

-          ปวดปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อย

-          มีปัญหาในการโฟกัส ปัญหาด้านความจำ สับสน

-          ไม่อยากอาหาร มีอาการคลื่นไส้

-          แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก อาจร้าวไปที่แขน คอ คาง หรือหลัง

ภาวะหัวใจล้มเหลววิธีป้องกัน

เราจะสามารถป้องกันภาวะนี้ได้อย่างไรบ้าง?

การป้องกันคือการจำกัดความเสี่ยงหรือการ “ควบคุม” เช่น

-          ควบคุมความดันโลหิต ด้วยยา ลดอาหารรสเค็ม ออกกำลังกายเป็นประจำ

-          ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ทานอาหารที่มีประโยชน์

-          ควบคุมน้ำหนัก ทานอาหารหลากหลาย ออกกำลังกายเป็นประจำ

-          ควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่

-          ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

-          ควบคุมระดับโซเดียม

-          ควบคุมโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว

 

ภาวะหัวใจล้มเหลว ยิ่งอายุเยอะยิ่งเป็นง่ายและมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เพราะฉะนั้น การดูแลสุขภาพหัวใจโดยการจำกัดความเสี่ยงต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ และต้องรู้จักอาการของมันเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถพบแพทย์ได้ทันท่วงที ลดเสี่ยงอันตรายที่อาจถึงชีวิต