โรคกระดูกพรุนควรกินอะไร

ภาวะกระดูกพรุน เป็นภาวะหนึ่งที่พบได้บ่อยในวัยสูงอายุ เนื่องจากปัจจัยทางอายุที่มากขึ้น อวัยวะหลายส่วนเสื่อมลงรวมถึงกระดูก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความแน่นหนาของมวลกระดูกที่ลดลง ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งมีความเสี่ยง และทุก ๆ 10 ปี มวลกล้ามเนื้อจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และโอกาสการป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนจะเริ่มมีมากขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไปหรือผู้หญิงวัยทองนั่นเอง แล้วจะมีวิธีการอย่างไรบ้างเพื่อการชะลอภาวะโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ?  นอกจากอาหารที่ควรเลี่ยงแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงว่า โรคกระดูกพรุนควรกินอะไร รวมอาหารที่ป้องกันกระดูกเสื่อม ช่วยบำรุงกระดูก

โรคกระดูกพรุน สาเหตุ

โรคกระดูกพรุน สาเหตุ มาจากอะไรบ้างได้บ้าง?

1 ใน 5 ของผู้หญิงอายุ 50 ปีป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน แต่ในผู้ชาย 1 ใน 20 เท่านั้นที่จะป่วยโรคกระดูกพรุน ทำให้โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่มีความเสี่ยงกับผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ ภาวะโรคกระดูกพรุนก็มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ นอกจากอายุที่สามารถเกิดขึ้นได้

ก่อนจะไปรู้ว่าโรคกระดูกพรุนควรกินอะไร เราต้องรู้จักกับสาเหตุอื่น ๆ นอกจากอายุก่อน ซึ่งมีดังนี้

  • ครอบครัวมีประวัติโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกหัก
  • กระดูกเคยหักหลังจากอายุ 50 ปี
  • ฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงลดลงหรือหมด ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก
  • การผ่าตัดเอารังไข่ออกก่อนประจำเดือนหมดตามธรรมชาติ
  • การไม่ออกกำลังกาย
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์หนัก
  • ค่า BMI ต่ำ หรือภาวะน้ำหนักน้อยในผู้สูงอายุ
  • ภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะการขาดแคลเซียมและวิตามินดี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการรักษาความหนาแน่นของกระดูกและการป้องกันการเสื่อมของกระดูก ผู้สูงอายุอาจทานอาหารแคลเซียมน้อยลง หรือรับแสงแดดน้อยลง และผู้สูงอายุก็อาจมีความอยากอาหารลดลง ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน

โรคกระดูกพรุน อาหารที่ควรกิน

โรคกระดูกพรุนควรกินอะไร? รวมอาหารป้องกันกระดูกเสื่อม ช่วยบำรุงกระดูก

นอกจากเรื่องของอายุที่ยิ่งมากขึ้นยิ่งมีความเสี่ยง อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นสาเหตุของภาวะกระดูกพรุนคือการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อกระดูก แล้วโรคกระดูกพรุนควรกินอะไร? อาหารเหล่านี้จะมีส่วนช่วยป้องกันและช่วยจัดการโรคกระดูกพรุน ช่วยบำรุงกระดูก ดังนี้

1. อาหารที่มีแคลเซียม

แคลเซียม จะช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างแคลเซียมเองได้ และร่างกายจะรับแคลเซียมจากอาหารเท่านั้น เป็นอาหารซ่อมแซมกระดูก ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่มีแคลเซียมสูง จะมีดังนี้

  • นม
  • โยเกิร์ต
  • ชีส
  • อัลมอนด์
  • ถั่วเหลือง
  • ผักใบเขียว เช่น บรอกโคลี ผักโขม
  • เต้าหู้
  • ปลาซาร์ดีน

2. อาหารที่มีวิตามินดี

วิตามินดี เป็นส่วนเติมเต็มของแคลเซียม ร่างกายต้องการวิตามินดีเพื่อให้สามารถดูดซับแคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาหารที่มีวิตามินดีสูง จะมีดังนี้ (นอกจากอาหาร การรับแสงแดดก็จะได้วิตามินดีด้วยเช่นกัน)

  • ปลาไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล
  • ซีเรียล
  • ตับ
  • น้ำส้ม
  • กล้วย
  • ไข่แดง

3. อาหารที่มีโปรตีน

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและการป้องกันภาวะโรคกระดูกพรุน เพื่อให้กระดูกแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น รวมถึงทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงด้วยเช่นกัน ซึ่งอาหารที่แนะนำจะมีดังนี้

  • เนื้อสัตว์ (ไม่ติดมัน)
  • สัตว์ปีก เช่น ไก่
  • ปลา
  • ไข่
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนของนม
  • พืชตระกูลถั่ว
  • เมล็ดพืชต่าง ๆ

4. อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ที่มีแมกนีเซียมสูง ผักแมกนีเซียมสูงรวมถึงอาหารอื่น ๆ จะช่วยดูแลสุขภาพกระดูกและการดูดซับแคลเซียม

  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ถั่ว
  • เมล็ด
  • ผักโขม
  • อะโวคาโด

5. อาหารที่มีวิตามินเค

วิตามินเคจะสำคัญต่อการสร้างแร่ในกระดูก ซึ่งอาหารที่มีวิตามินเคสูงจะมีดังนี้

  • ผักโขม
  • กะหล่ำ
  • บรอกโคลี
  • ผักกาดหอม
  • หน่อไม้ฝรั่ง
  • ถั่วเหลือง
  • ผักกาดขาว
  • กระเจี๊ยบ
  • ถั่วนัตโตะ

6. อาหารที่มีโพแทสเซียม

ไม่ว่าจะเป็นผลไม้โพแทสเซียมสูง หรืออาหารประเภทอื่น ๆ จะมีส่วนช่วยป้องกันการสูญเสียแคลเซียมในกระดูก

  • กล้วย
  • แตงโม
  • มันฝรั่ง
  • มะเขือเทศ
  • ส้ม
  • ผักโขม
  • แตงกวา
  • ปลาแซลมอน

โรคกระดูกพรุนควรกินอะไร? อาหารที่มีแคลเซียม วิตามินดี โปรตีน แมกนีเซียม วิตามินเคและโพแทสเซียมสูง จะเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมสูงเพราะอาจทำให้สูญเสียแคลเซียม รวมถึงการลดดื่มกาแฟและลดแอลกอฮอล์ด้วยเช่นกัน เพื่อสุขภาพกระดูกของผู้สูงอายุที่ดีขึ้น