วิธีสังเกตผู้สูงอายุ ปัญหาสุขภาพจิต สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
สุขภาพจิตกับอายุที่มากขึ้น
ผู้สูงอายุทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ในปี ค.ศ. 2020 ประชากรโลกที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีมากกว่า 1 พันล้านคน ซึ่งตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นไปเป็น 1.4 ล้านคนในปี ค.ศ. 2030 1 ใน 6 ของประชากรทั่วโลก นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2050 วัยสูงอายุจะ 60 ปีขึ้นไป จะมากขึ้นถึง 2.1 พันล้านคน
ประชากรวัยสูงอายุที่มากขึ้น นอกจากเรื่องของสุขภาพที่มีความเสี่ยงกว่าวัยอื่น ๆ ผู้สูงอายุหลายคนก็มีความเสี่ยงในเรื่องของสุขภาพจิตด้วย อย่างอาการซึมเศร้า หรืออาการวิตกกังวล และมักจะมีอาการทางสุขภาพควบคู่ไปด้วย ซึ่งต้องได้รับการสังเกตและดูแลอย่างดี วิธีสังเกตผู้สูงอายุ ปัญหาสุขภาพจิต ที่ไม่ควรมองข้ามในวัยสูงอายุ

ปัจจัยความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ
ประสบการณ์และสภาพร่างกายที่เสื่อมลง
ในวัยสูงอายุ ปัญหาสุขภาพจิต ไม่ได้มีปัจจัยมาจากสุขภาพร่างกายและสภาพแวดล้อมทางสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงวัยเยาว์ รวมถึงความเครียดที่เกิดจากอายุที่มากขึ้นซึ่งทำให้เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต อย่างความสามารถในการขยับร่างกายที่ลดน้อยลง ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้เหมือนเมื่อก่อน มีปัญหากับโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวัยชรา เจ็บปวดร่างกายบ่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความทุกข์ทางใจจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิตในที่สุด
วัยสูงอายุกับการสูญเสียที่มากล้น
วัยสูงอายุ เป็นวัยที่มีประสบการณ์มากที่สุด โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านการสูญเสีย สูญเสียคนรักหรือคนในครอบครัว สูญเสียหน้าที่การงาน สูญเสียรายได้หรือมีรายได้ลดลงจากการเกษียณอายุ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตน้อยลง เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตอย่างมากในวัยสูงอายุ
ความโดดเดี่ยว
การเลี่ยงสังคมและความโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยที่เด่นชัดอย่างหนึ่งที่ส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ
ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ
ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งเช่นกัน ตั้งแต่ความรุนแรงทางร่างกาย ความรุนแรงทางคำพูด และอีกหลากหลายวิธีที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวล
ความเศร้าที่เกิดจากการดูแลผู้อื่น
ผู้สูงอายุหลายคน ก็เป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุอีกด้วยเช่นกัน การดูแลคนรักที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังหรือโรคที่ร้ายแรง อย่างเช่นโรคสมองเสื่อม การแบกรับความรับผิดชอบดูแลผู้ป่วยที่อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตนี้ ก็เป็นความรับผิดชอบที่ล้นหลาม และสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจได้ด้วยเช่นกัน
โรคที่เลวร้าย
เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างมากที่อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะเครียดและวิตกกังวล เพราะโรคต่าง ๆ ที่ส่งผลลกับการใช้ชีวิตอย่างมากอย่างโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงภาวะทางประสาทอย่างโรคสมองเสื่อม และสภาพร่างกายที่แย่เกินไปจนทำให้สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ เจ็บปวดตามร่างกายบ่อยครั้ง รวมถึงการใช้ยาในประมาณมาก ก็ส่งผลทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ได้เช่นกัน

วิธีการสังเกตปัญหาสุขภาพจิตใจ ที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ
สุขภาพจิตใจ มักส่งออกมาผ่านพฤติกรรมหลากหลายทาง เช่น พฤติกรรมการกินไม่เหมือนเดิม พฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่ทำกิจกรรมหรือไม่เข้าสังคม ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ภาวะหลงลืมง่าย ปัญหาด้านร่างกายเพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมการหลับนอนแย่ลง เริ่มแสดงออกแบบตัดพ้อ
พฤติกรรมการกินไม่เหมือนเดิม
ทานอาหารมากขึ้นเกินกว่าความจำเป็น หรือน้อยเกินกว่าความจำเป็น หรือเริ่มเลี่ยงการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ก็สามารถสังเกตน้ำหนักของผู้สูงอายุได้ด้วยเช่นกัน
พฤติกรรมเปลี่ยนไป
เริ่มแสดงพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น พูดสบถหรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย เสียงดังหรือเงียบผิดปกติ มีอาการวิตกกังวล รำคาญง่าย
ไม่ทำกิจกรรมหรือไม่เข้าสังคม
เมื่อผู้สูงอายุเริ่มออกห่างจากกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ตัวเองรัก เริ่มตีตัวออกจากสังคมที่ตัวเองมีส่วนร่วม หรือเริ่มออกจากบ้านน้อยลง
ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น
อาจสังเกตพฤติกรรมในผู้สูงอายุบางคนได้จากพฤติกรรมการดื่มที่มากขึ้น มีอาการมึนเมาบ่อยครั้งและมักจะไม่ค่อยได้สติตอนมีอาการมึนเมา
ภาวะหลงลืมง่าย
สัญญาณอย่างหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต คือภาวะหลงลืมง่าย ซึ่งผู้สูงอายุมักมีอาการหลงลืมง่ายกว่าปกติ จำอะไรไม่ค่อยได้หรือจำได้ไม่นาน
ปัญหาด้านร่างกายเพิ่มมากขึ้น
เริ่มเจ็บปวดตามร่างกายบ่อยขึ้น มีแผล บวม หรือรอยบาดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมากยิ่งขึ้น
พฤติกรรมการหลับนอนแย่ลง
ผู้สูงอายุนอนทั้งวัน มีปัญหาการนอนที่ไม่ตรงตรงเวลา หรือไม่สามารถนอนในเวลาปกติได้ นอนกลางวันทุกวัน ชอบตื่นกลางดึก
เริ่มแสดงออกแบบตัดพ้อ
เริ่มพูดถึงเรื่องการจากลาของตัวเอง เริ่มบ่นถึงปัญหาร่างกายที่แย่เกินไปจนไม่อยากใช้ชีวิต หรือเหนื่อยกับทุกเรื่อง บ่นมากขึ้นกว่าเดิม
การ “พูดคุย” ก้าวแรกของการแก้ปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ
ในผู้สูงอายุ การขาดสังคมและความโดดเดี่ยว ก็ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะในช่วงวัยนี้ที่มักเกิดความรู้สึกนั้นได้ง่าย การทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือการได้พูดคุยกับผู้อื่นจะเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาสุขภาพจิตได้เป็นอย่างดี และการได้พูดคุยกับคนอื่น จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการลดความเครียดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ปัญหาอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงกับผู้สูงอายุ หรือปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุจนทำให้เสี่ยงต่อภาวะสุขภาพจิต การปรึกษาแพทย์และองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน