ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาการ

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ปัญหาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

มีหลายปัจจัยที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงจนมีอาการหลายอย่างที่กำเริบออกมา นอกจากนั้น ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงที่เกิดขึ้นบ่อย ก็อาจทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโรคแทรกซ้อนเพิ่มเติมอย่างโรคเบาหวานขึ้นตาและโรคอื่น ๆ ได้ การควบคุมน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นสิ่งสำคัญมาก แล้วภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อาการเป็นอย่างไร สาเหตุมาจากอะไรบ้าง แล้วจะมีวิธีการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงน้ำตาลพุ่งขึ้นสูงอย่างไร

น้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อันตรายแค่ไหน?

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อมีระดับน้ำตาล (กลูโคส) ในเลือดสูง มักเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอหรือร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีปัจจัยการเกิดอาการนี้หลายอย่าง ทั้งอาหารการกิน อาการป่วย ร่างกายไม่แข็งแรงหรือขาดการออกกำลังกาย การรับประทานยาที่ไม่ตรงต่อเวลาหรือรับอินซูลินไม่เพียงพอ รวมถึงสภาวะทางจิตใจ

ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่ว่าจะดูแลโรคเบาหวานที่ตัวเองเป็นดีแค่ไหน ก็อาจเจอภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้เหมือนกัน การรับรู้และการป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ เช่น

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับเลือดเป็นกรด (Diabetic Ketoacidosis : DKA) ที่เกิดจากผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมากเกินไป ทำให้ร่างกายสร้างสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดในกระแสเลือดอย่างสารคีโตน ที่อาจทำให้อันตรายถึงชีวิตได้ พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1

ภาวะโคม่าจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperosmolar Hyperglycemic State : HHS) เป็นภาวะที่เลือดมีความเข้มข้นสูงมากจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นภาวะเฉียบพลันที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้ มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2

นอกจากนี้ การที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานร่วมเดือนหรือปี ก็อาจส่งผลทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ เช่น ไตวายเรื้องรัง เบาหวานขึ้นตา เส้นประสาทและหลอดเลือดได้ด้วยเช่นกัน

 

อาการภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อาจไม่ได้แสดงอาการบ่อยนัก จนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงกว่า 180-200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งอาการเหล่านี้จะพัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ ต่อวันหรือต่อสัปดาห์ ยิ่งระดับน้ำตาลในเลือดสูงเท่าไหร่ อาการก็อาจแย่ขึ้นเท่านั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานบางคนอาจไม่แสดงอาการอะไรเลยจนระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากเกินไป

สัญญาณและอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

-          ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน

-          กระหายน้ำบ่อยขึ้น

-          ปากแห้ง

-          การมองเห็นไม่ชัดหรือเบลอ

-          รู้สึกร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยบ่อยหรือเหนื่อยง่าย ผู้สูงอายุอ่อนเพลียไม่มีแรง

-          น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

-          แผลหายช้า

-          มีการติดเชื้อซ้ำ

ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจมีอาการแตกต่างกันออกไป ถ้าดูแลภาวะน้ำตาลในเลือดสูงไม่ดี ปล่อยทิ้งไว้นาน อาจทำให้ร่างกายผลิตสารคีโตนที่ออกฤทธิ์เป็นกรดในเลือดควบคู่กับระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เสี่ยงต่อชีวิตได้ อาจมีอาการเหล่านี้ เช่น กลิ่นปากแรง ปากแห้ง ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน หายใจถี่ เกิดความสับสน และสูญเสียสติ

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

สาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะมีหลากหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น

-          ความเครียด ทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) และอดรีนาลีนหลั่งสูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ จะทำให้ตับปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น อาจมีความเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุร่วมด้วย

-          พฤติกรรมการทานอาหาร การทานอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้น

-          ขาดการออกกำลังกายหรือการขยับร่างกาย อาจทำให้ร่างกายต้านอินซูลินมากขึ้น ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้เช่นกัน

-          พฤติกรรมการทานยาและอินซูลิน ทานยาไม่ตรงเวลาหรือทานยาผิด ฉีดอินซูลินผิดวิธีหรืออินซูลินหมดอายุ

-          การทานยาบางชนิด ที่อาจส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

-          พฤติกรรมการดื่ม การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป จะทำให้ตับทำงานหนักและเข้าไปรบกวนระดับน้ำตาลในเลือด

 

การป้องกันและแก้ปัญหาภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อตั้งการแก้ปัญหาภาวะน้ำตาลในเลือดสูงควบคู่ไปกับการป้องกัน ต้องทำอย่างไรบ้าง?

1.      เปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง อย่างเช่นของหวาน น้ำหวาน หรือขนมขบเคี้ยว เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารดีต่อร่างกาย ไม่เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ลีนโปรตีน และอาหารที่มีไขมันดี ลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตลง ลดอาหารที่มีแคลอรี่สูง และควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อไม่ให้มากเกินไป

2.      ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นไปได้ควรออกกำลังกายวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายเป็นมิตรกับอินซูลิน ทำให้ร่างกายต้านอินซูลินน้อยลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วยเช่นกัน

3.      ควบคุมน้ำหนัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถควบคุมน้ำหนักได้ และเป็นก้าวแรกของการดูแลสุขภาพที่ดี ลดโอกาสการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

4.      ติดตามระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้เราสามารถติดตาม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.      รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและตรงเวลา ตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งรวมถึงอินซูลินและยารักษาต่าง ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

6.      จัดการกับความเครียด เนื่องจากความเครียดหรือปัญหาสุขภาพจิตใจ สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้ เพราะฉะนั้น การดูแลสุขภาพจิตใจถือเป็นสิ่งสำคัญ ต้องรู้จักวิธีสังเกตผู้สูงอายุ ปัญหาสุขภาพจิต ดูแลโดยการเข้าสังคมให้มากขึ้น พบปะครอบครัวบ่อย ๆ หรือหากิจกรรมใหม่ ๆ ทำ

7.      ลด ละ เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้ การลดปริมาณให้พอเหมาะ จะสามารถช่วยให้เราควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

8.      ไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อให้ทราบปัจจัยเสี่ยงและติดตามโรคเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน และจัดการกับระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ