อาการนิ่วในถุงน้ำดี

ภาวะนิ่ว สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยและอาจเกิดขึ้นได้ตามจุดต่าง ๆ เช่น นิ่วในไต ท่อไต กรวยไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ รวมถึงนิ่วในถุงน้ำดี สาเหตุของการเกิดนิ่วในแต่ละประเภทก็มีหลากหลายสาเหตุ ในบทความนี้เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี ว่า อาการนิ่วในถุงน้ำดี เป็นอย่างไร มีอาการเริ่มต้นที่รับรู้ได้ไหม มีสาเหตุหลักมาจากอะไรบ้าง นิ่วในถุงน้ำดีหายเองได้ไหม หากไม่ดูแล จะมีโอกาสเสี่ยงในการภาวะแทรกซ้อนหรือเปล่า? เรามีคำตอบ

นิ่วในถุงน้ำดีคือ

นิ่วในถุงน้ำดี คืออะไร

นิ่วในถุงน้ำดี คือก้อนสิ่งสะสมที่แข็งตัวที่เกิดขึ้นในถุงน้ำดี เป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้ตับ ถุงน้ำดีจะทำหน้าที่ในการเก็บน้ำดี ซึ่งเป็นน้ำย่อยที่ถูกผลิตโดยตับ ช่วยในการสลายไขมัน ซึ่งนิ่วในถุงน้ำดีอาจมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายไปจนถึงขนาดใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ ยิ่งขนาดใหญ่ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดอาการต่าง ๆ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนด้วยเช่นกัน

อาการนิ่วในถุงน้ำดี เป็นอย่างไร?

อาการนิ่วในถุงน้ำดี หลายเคสอาจไม่แสดงอาการ แต่ถ้าหากนิ่วในถุงน้ำดีมีขนาดใหญ่มากขึ้นจนทำให้เกิดการอุดตันบริเวณท่อน้ำดี ก็อาจทำให้มีอาการได้ เช่น

-          ปวดเฉียบพลันบริเวณช่องท้องส่วนบนขวา (ใกล้กับตับ)

-          ปวดเฉียบพลันบริเวณกลางช่องท้อง

-          ปวดบริเวณสะบักหรือไหล่ขวา

-          คลื่นไส้อาเจียน

-          อาจเกิดอาการดีซ่าน (ผิวและดวงตาเป็นสีเหลือง) หากท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน

ประเภทของนิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดีจะมีด้วยกัน 2 ประเภท

1.      นิ่วในถุงน้ำดีคอเลสเตอรอล (Cholesterol gallstones) เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดสำหรับผู้ป่วยภาวะนิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากการที่คอเลสเตอรอลเกิดการแข็งตัว เมื่อมีคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีมากเกินไป

2.      นิ่วในถุงน้ำดีที่เกิดจากเม็ดสี (Pigment gallstones) เป็นประเภทที่มีขนาดเล็กกว่า มีสีเข้มกว่า ประกอบไปด้วยบิลิรูบิน (Bilirubin) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงจากภาวะต่าง ๆ เช่น โรคตับแข็ง การติดเชื้อในท่อน้ำดี หรือความผิดปกติของเลือด

อาการนิ่วในถุงน้ำดี มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง?

นิ่วในถุงน้ำดีจะเกิดเมื่อมีส่วนผสมหลักในน้ำดีมากเกินไปจนกลายเป็นตะกอนในถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดี ตะกอนจะค่อย ๆ แข็งตัวเป็นก้อน จนกลายเป็นนิ่วคอเลสเตอรอล เมื่อมีคอเลสเตอรอลผสมมากเกินไป กับนิ่วเม็ดสี ที่เกิดจากบิลิรูบินผสมมากเกินไป สาเหตุหลัก ๆ สามารถอธิบายได้ดังนี้

-          คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีมากเกินไป ปกติ น้ำดีจะมีสารเคมีที่เพียงพอต่อการละลายคอเลสเตอรอลที่ขับออกมาทางตับ หากตับผลิตคอเลสเตอรอลเกินกว่าที่น้ำดีจะละลายได้ ก็จะได้คอเลสเตอรอลส่วนเกินไปจนอาจตกผลึกเป็นก้อนนิ่วในถุงน้ำดี หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นก็อาจทำให้เกิดอาการนิ่วในถุงน้ำดีได้

-          บิลิรูบินในถุงน้ำดีมากเกินไป บิลิรูบินคือสารเคมีที่ผลิตจากการสลายตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดง โรคบางอย่าง เช่น โรคตับแข็ง การติดเชื้อทางเดินน้ำดี โรคโลหิตจาง อาจทำให้ตับผลิตบิลิรูบินส่วนเกินจนทำให้เกิดก้อนนิ่วได้

 

นิ่วในถุงน้ำดีหายเองได้ไหม

นิ่วในถุงน้ำดีหายเองได้ไหม?

นิ่วในถุงน้ำดีไม่สามารถหายได้เองหากไม่ได้รับการรักษา นิ่วในถุงน้ำดีโดยเฉพาะก้อนเล็ก ๆ สามารถขับออกมาได้ผ่านการอุจจาระ แต่ไม่ใช่ทุกก้อนที่จะออกมา ต้องเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อรักษาในรูปแบบต่าง ๆ เท่านั้นถึงจะหายได้

หากไม่ดูแล จะมีโอกาสเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง?

หากไม่ดูแลอาการนิ่วในถุงน้ำดี ก็อาจมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนี้

-          ถุงน้ำดีอักเสบ เกิดเมื่อก้อนนิ่วปิดกั้นท่อน้ำดี ซึ่งเป็นช่องเปิดหลักของถุงน้ำดี เมื่อน้ำดีสะสมมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบของถุงน้ำดีได้

-          นิ่วในท่อถุงน้ำดี ก้อนนิ่วในถุงน้ำดีอาจขยับเข้าไปในท่อถุงน้ำดีได้

-          ท่อน้ำดีอักเสบ การอุดตันของท่อน้ำดีอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียจนท่อน้ำดีอักเสบได้

-          ตับอ่อนอักเสบ หากนิ่วเกิดการปิดกั้นท่อตับอ่อน ก็อาจทำให้ตับอ่อนเกิดอาการอักเสบได้เช่นกัน หากไม่ดูแลก็อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

-          หนองในถุงน้ำดี เกิดขึ้นเมื่อหนองสะสมในถุงน้ำดีจากการติดเชื้อที่รุนแรง

-          ถุงน้ำดีทะลุ หากไม่รักษาภาวะถุงน้ำดีอักเสบ ก็อาจทำให้เกิดภาวะถุงน้ำดีทะลุได้

 

อาการนิ่วในถุงน้ำดี บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย บางคนก็อาจมีก้อนนิ่วก้อนใหญ่จนทำให้เกิดอาการปวดเฉียบพลันบริเวณช่องท้องขวาบนหรือบริเวณกลางช่องท้องและอาจปวดลามไปที่หัวไหล่ขวาได้ หากมีอาการเหล่านี้ก็อาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหากไม่ดู เพราะฉะนั้น การรู้จักวิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี จึงเป็นสิ่งสำคัญ