ระวัง! ความเครียดกับสุขภาพ อันตรายใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิถีการดำเนินชีวิตปัจจุบันของเราทุกคนเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น หนึ่งสิ่งที่ไม่ควรละเลย คือ ปัญหาความเครียดกับสุขภาพ เพราะความเครียดส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก จนอาจลามไปถึงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ดังนั้นในวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับปัญหาความเครียดกับสุขภาพให้เข้าใจมากขึ้น หากพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย

เข้าใจต้นเหตุ ความเครียดกับสุขภาพ เกิดขึ้นได้อย่างไร
ความเครียดเกิดจากจากการหดตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องมีอยู่ในการดำรงชีวิต นับว่าเป็นปฏิกิริยาทางชีวภาพต่อสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย เมื่อพบกับความเครียด สมองจะหลั่งสารเคมีและฮอร์โมน เช่น อะดรีนาลีนและคอร์ติซอล กระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง
การตอบสนองมีอยู่ 2 ทางก็คือ สู้ หรือ หนี ซึ่งโดยปกติแล้วหลังจากการตอบสนองเกิดขึ้น ร่างกายควรผ่อนคลาย ความเครียดแบบนี้ถือว่าเป็นข้อดี เพราะจะทำให้เราตื่นตัว และกระตุ้นให้มีสติกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าความเครียดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้
8 โรคร้าย! ผลพวงปัญหาความเครียดกับสุขภาพ
ความเครียดเป็นต้นเหตุหนึ่งของโรคร้ายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคทางจิตใจที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จนอาจเกิดโรคทางกายตามมาอีกก็ได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
1. โรคความดันโลหิตสูง
คนที่อยู่ในภาวะเครียด มีโอกาสเกิดความดันโลหิตสูงมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า อาจมีอาการปวดศีรษะ หายใจถี่ หรือมีเลือดกำเดาไหล
2. โรคหัวใจ
ความเครียดมีผลต่อเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตามมา รวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และมีโอกาสหัวใจวายได้สูง
3. โรคเครียดลงกระเพาะ
หากมีความเครียดสะสมเป็นเวลานาน ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหารออกมามากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดอาการท้องอืด ลำไส้แปรปรวน กรดไหลย้อน
4. โรคนอนไม่หลับ
ความเครียดทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลายๆ ชนิด ซึ่งมีผลกระทบต่อการนอนหลับ หรือหากนอนหลับก็หลับไม่สนิท ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิดและเจ็บป่วยง่าย
5. โรคไมเกรน
ความเครียดส่งผลให้สารซีโรโทนินในสมองพร่องไป จะทำให้หลอดเลือดเกิดการพองขยายและหดตัวมากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้
6. โรคออฟฟิศซินโดรม
เกิดจากพฤติกรรมของคนทำงานส่วนใหญ่ ที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง และกล้ามเนื้ออักเสบได้
7. โรคกรดไหลย้อน
เนื่องจากทำงานหนัก ทำให้ทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานอย่างเร่งรีบ รวมไปถึงการชอบทานเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของมัน ของทอด หรือน้ำอัดลม ล้วนทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้
8. โรคอ้วน
นั่งทำงานนานติดต่อกันวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารได้น้อยลง และอาจทำให้มีโรคอื่นตามมาได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ
ความเครียดกับสุขภาพจิตใจ ปัญหาโรคซึมเศร้าที่อาจตามมาได้
ความเครียดเป็นภาวะของความรู้สึก ความคิดหรืออารมณ์ที่เกิดจากการบีบคั้นกดดัน เมื่อมีภาวะความเครียดสะสมเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงแล้ว ภาวะความเครียดอาจกลายเปลี่ยนเป็นภาวะซึมเศร้าหรือโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งในปัจจุบันถือว่าเป็นโรคที่น่ากังวลมาก ส่งผลให้มีอาการทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและความคิด แถมกระทบต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เช่น การไปโรงเรียน การทำงาน หรือการพบปะสังสรรค์ บางรายอาจรู้สึกเศร้าหมอง ไม่มีความสุขโดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการของโรคซึมเศร้าในทุกวัยมักมีอาการคล้าย ๆ กัน เมื่อมีอาการซึมเศร้าครั้งหนึ่งแล้ว อาการอาจกำเริบขึ้นได้อีก ภาวะโรคซึมเศร้ามักจะเกิดขึ้นเป็นระลอก อากรที่พบได้บ่อย ๆ ก็จะมีความรู้สึกเศร้า ว่างเปล่า อยากร้องไห้ สิ้นหวัง หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมส่วนใหญ่หรือกิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำวัน

5 เทคนิค ทำอย่างไรจะรับมือปัญหาความเครียดกับสุขภาพได้
การจัดการรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นนั้น อย่างแรกเราต้องทราบสาเหตุของความเครียดนั้นก่อนเพื่อจะแก้ปัญหาได้ถูกจุด หากเรารู้วิธีจัดการ และบรรเทาความเครียดต่าง ๆ เหล่านั้นได้ อย่างน้อยก็ช่วยให้เราพร้อมรับมือกับความเครียดได้มากขึ้น จะมีวิธีอะไรบ้างไปดูกันเลย
1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายในที่นี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างน้อย ๆ ถ้าเรารู้สึกตัวว่ากำลังเครียดอยู่ การได้ออกจากโต๊ะทำงานไปยืดเส้นสาย หรือเดินขึ้นลงบันไดอาจทำให้เราหลุดโฟกัสเรื่องเครียดสักพักหนึ่งมาผ่อนคลาย
2. นั่งสมาธิผ่อนคลายจิตใจ
เมื่อเรารู้สึกเครียดจะเหมือนมีก้อนความคิดบางอย่างลอยอยู่ในหัวตลอดเวลา ทำให้เราคิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เรื่องเดียว ซึ่งอาจจะทำให้เราจมปรักกับก้อนความคิดนั้นได้จนไม่อยากทำอย่างอื่น แนะนำว่าลองหายใจเข้า-ออกอย่างช้า ๆ ทำให้ชีพจรเต้นช้าลง จะช่วยบรรเทาความเครียดนั้นได้
3. จัดสรรเวลาว่างและเวลาทำงานให้สมดุล
นอกจากการจัดสรรเวลาการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวให้ดีจะช่วยให้ชีวิตส่วนตัวดีขึ้นแล้ว ยังช่วยในเรี่องของการที่เราไม่เอาความเครียดต่าง ๆ ไปให้กับคนรอบข้างด้วย
4. ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม
การที่เราเอาตัวเองออกมาจากความเครียดได้สักพักหนึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่ได้ทำตามใจตัวเองบ้าง และแน่นอนว่าจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งและอาจทำให้กลับมาคิดแก้ไขปัญหาหรือเรื่องเครียดได้ด้วย
5. ปรับเปลี่ยนความคิด
การจมอยู่กับความคิดใดความคิดหนึ่งมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการเครียดโดยไม่รู้ตัวได้ โดยแนะนำให้เอาตัวเองออกจากความเครียดนี้ด้วยการลองปรับมุมมองปัญหาต่าง ๆ อาจทำให้เราเห็นสาเหตุของปัญหาและวิธีแก้ไขได้ง่ายกว่าการเอาตัวเองไปจมอยู่กับตรงนั้น
ความเครียดกับสุขภาพจัดการได้ หากเข้าใจหลักวิธี
ความเครียดกับสุขภาพนั้นมักสัมพันธ์กันเสมอ โดยความเครียดจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของเรา ทางร่างกายนั้นอาจจะก่อให้เกิดโรคคร้ายต่าง ๆ ส่วนทางจิตใจก็จะทำให้เราไม่มีความสุข วิธีรับมือกับความเครียดนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงเรารู้จักปล่อยวางและดูแลสุขภาพร่างกาย เพียงเท่านี้เราก็จะมีสุขภาพใจและกายที่แข็งแรงแล้ว