7 วิธีทำให้น้ำตาลสะสมลด ค่าน้ำตาลสะสมปกติเท่าไหร่ กินอะไรดี
รู้จักค่าน้ำตาลสะสม ดูแลให้ดี ลดเสี่ยงโรคเบาหวาน
การดูแลระดับน้ำตาลในเลือด เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากในทุกวัย โดยเฉพาะวัยสูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากที่สุด แน่นอนว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็เป็นสิ่งที่ต้องระวัง แต่จะมีอีกอย่างที่ต้องรู้ นั่นคือระดับน้ำตาลสะสม แล้วน้ำตาลสะสม คืออะไร ค่าน้ำตาลสะสมปกติอยู่ที่เท่าไหร่ วิธีทำให้น้ำตาลสะสมลด มีอะไรบ้าง กินอะไรช่วยควบคุมและดูแลระดับน้ำตาลสะสม

น้ำตาลสะสมในเลือด หรือ HbA1c คืออะไร?
HbA1c คือ ฮีโมโกลบินที่มีความเชื่อมโยงทางเคมีกับน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการวัดระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
น้ำตาลสะสมหรือ HbA1c เกิดจากอะไร?
ฮีโมโกลบินเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในเซลล์เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ในการส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และเมื่อน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เส้นเลือด กลูโคสจะจับกับฮีโมโกลบิน กลายเป็น HbA1c นั่นเอง
ค่าน้ำตาลสะสมปกติ อยู่ที่เท่าไหร่?
การตรวจวัดค่าน้ำตาลสะสมในเลือด หรือการตรวจ HbA1c ไม่จำเป็นต้องงดอาหารเหมือนกับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นการดูระดับความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผลค่าน้ำตาลสะสม จะมีดังนี้
ค่าน้ำตาลสะสมปกติ : ต่ำกว่า 5.7%
ค่าน้ำตาลสะสมผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน : 5.7-6.4%
ค่าน้ำตาลสะสมผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน : 6.5% หรือมากกว่า

ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด หรือ HbA1c สำคัญอย่างไร?
- เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดระยะยาว เพราะการวัดระดับน้ำตาลสะสมในเลือดจะวัดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เห็นภาพที่กว้างมากขึ้นเมื่อเทียบกับการวัดระดับน้ำตาลประจำวัน ทำให้มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมระยะยาวได้
- เพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานและภาวะก่อนการเป็นเบาหวาน การตรวจค่าระดับน้ำตาลสะสมหรือ HbA1c เป็นมาตรฐานสำคัญในการตรวจโรคเบาหวานและภาวะก่อนเป็นเบาหวาน สามารถบ่งบอกถึงความเสี่ยงโรคเบาหวานได้ ทำให้จัดการได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ช่วยวางแผนในการดูแลรักษา การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดสะสมเป็นประจำ จะทำให้แพทย์สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการรักษา ตั้งแต่การให้ยา พฤติกรรมการทานอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ และสามารถหาแนวทางการป้องกันโรคเบาหวานในระยะยาวได้
- ตรวจดูภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลสะสมพุ่งสูงเกินไป อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น โรคหัวใจ โรคจอประสาทตา โรคไต เป็นต้น ซึ่งการวัดระดับ HbA1c จะช่วยวินิจฉัยโรคเหล่านั้นได้
ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลสะสมบ่อยแค่ไหน? สำหรับคนปกติที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มีระดับน้ำตาลสะสมคงที่ ควรตรวจอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี สำหรับคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือป่วยเป็นโรคเบาหวาน ควรตรวจทุก ๆ 3 เดือน
7 วิธีทำให้น้ำตาลสะสมลดลง ทำอย่างไรได้บ้าง?
การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จะเป็นส่วนสำคัญในการลดระดับน้ำตาลสะสม อีกทั้งยังเป็นวิธีลดน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย เช่น การเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้น การออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทำกิจกรรมลดเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่
1 . การเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร
- ทานอาหารอย่างหลากหลายและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น การทานผลไม้ ผัก ธัญพืช โปรตีน ถั่วนัตโตะหรือทานนัตโตะแคปซูล และอาหารที่มีไขมันดี
- เลือกอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (GI level) ต่ำ
- ควบคุมปริมาณอาหารและคาร์โบไฮเดรต เพื่อเลี่ยงน้ำตาลพุ่งสูง
2 . ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเป็นประจำ
- การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีและช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
- พยายามออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
- การออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น การเต้นแอโรบิก การเดินสลับวิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน
3 . ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
โดยการทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การลดน้ำหนักจะช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดี และลดระดับน้ำตาลสะสมได้ และที่สำคัญ ไม่ควรลดน้ำหนักโดยการอดอาหารเป็นอันขาด



