ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ อยู่ที่เท่าไหร่ เท่าไหร่ถึงต่ำหรือสูง
ระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโรคเบาหวานเท่านั้นที่ต้องคำนึงถึง คนที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานก็ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะระดับน้ำตาลที่สูงจนเกินไป อาจทำให้เกิดภาวแทรกซ้อนได้หลายอย่าง นอกจากนี้ การที่น้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น สับสน เหงื่อออกมาก หากอาการรุนแรงก็อาจหมดสติหรือชักได้ ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับ ระดับน้ำตาลในเลือกปกติ สำหรับคนที่ไม่ได้ป่วยโรคเบาหวานและคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานว่าอยู่ที่เท่าไหร่ เท่าไหร่ถึงจะต่ำหรือสูงเกินไป

ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ เท่าไหร่ เท่าไหร่ถึงจะต่ำหรือสูงเกินไป?
การรู้ระดับน้ำตาลในเลือดของตัวเอง จะทำให้รู้ความเสี่ยงโรคเบาหวาน หรือเพื่อใช้ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดระดับปกติ ระดับน้ำตาลสูงและต่ำ ที่วัดจากการอดอาหารประมาณ 8 ชั่วโมง จะมีดังนี้
ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ เท่าไหร่?
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ : 70-100 mg/dL
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ : 70-130 mg/dL
ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เท่าไหร่?
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง : 100-126 mg/dL มีความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือเรียกว่าภาวะก่อนเบาหวาน
สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง : มากกว่า 130 mg/dL มีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน หากมีระดับน้ำตาลมากกว่า 180 mg/dL หลังอาหาร 2 ชั่วโมง จะเป็นตัวเลขที่สูงมากเช่นกัน
ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เท่าไหร่?
อาการน้ำตาลต่ำมีหลายอาการ ตั้งแต่เวียนหัวไปจนถึงชักหมดสติ ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จะต่ำกว่า 70 mg/dL หากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่านี้หรือต่ำกว่า 40 mg/dL จะมีความเสี่ยงอาการรุนแรงได้

วิธีคุมน้ำตาลในเลือด
ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ เป็นสิ่งที่เราต้องควบคุมและใส่ใจเป็นอย่างดี ซึ่งการรู้จักกับวิธีคุมน้ำตาลในเลือดด้วยวิธีต่าง ๆ จะมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน รวมถึงลดความเสี่ยงน้ำตาลสูงสำหรับผู้ป่วยเบาหวานด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จะมีดังนี้
1. จัดการมื้ออาหารใหม่
เลือกทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงอาหารที่มีการปรุงรสเยอะ ควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป ทานอาหารที่มีไฟเบอร์หรือใยอาหารสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อของเรานำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพียงออกกำลังกายวัน 30 นาที ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน รวมถึงการออกกำลังกายทุกรูปแบบเท่าที่ร่างกายจะทำได้
3. จัดการความเครียด
ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้ การจัดการกับความเครียดเลยเป็นสิ่งสำคัญ หากิจกรรมยามว่างที่ช่วยให้ผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิ เล่นโยคะ หรืออะไรก็ได้ที่ช่วยให้เราสามารถลืมความเครียดได้
4. ควบคุมน้ำหนัก
การลดน้ำหนักจะช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือดและการตอบสนองต่ออินซูลินในร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งการควบคุมน้ำหนักก็สามารถทำได้ตั้งแต่การออกกำลังกายเป็นประจำไปจนถึงการควบคุมอาหาร
5. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ
การดื่มน้ำจะช่วยให้ไตของเราขับน้ำตาลส่วนเกินในร่างออกทางปัสสาวะ นอกจากนี้ก็จะช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นภาวะหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
6. ลดดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนได้ โดยเฉพาะการดื่มแอลกอฮอล์โดยที่ไม่ได้รับประทานอาหาร หากเป็นคนดื่ม ควรควบคุมปริมาณการดื่มเป็นอย่างดี
7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลต่อการตอบสนองต่ออินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น ควรนอนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน
ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ เป็นสิ่งที่ทั้งคนป่วยเป็นโรคเบาหวานและคนที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานควรให้ความสำคัญ เพราะระดับน้ำตาลที่สูงเกินไปก็อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและอาจทำให้อาการเบาหวานกำเริบได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น เราหันมาดูแลระดับน้ำตาลในเลือด รู้จักวิธีคุมน้ำตาลในเลือด เพื่อสุขภาพร่างกายโดยรวมที่ดีขึ้น

