ปวดหัว..แบบนี้ หาหมอด่วน !
โพสต์เมื่อ : 22 ก.ค 2565 เวลา 8:50 น.
ปวดหัว..แบบนี้ หาหมอด่วน !
จากข้อมูลเชิงวิชาการจากศูนย์สมองโรงพยาบาลกรุงเทพ ระบุว่า ผู้ป่วยที่มีอาการป่วยศีรษะทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต การแบ่งโรคปวดศีรษะทั่วไป จากโรคปวดศีรษะที่มีสาเหตุอื่นซ่อนอยู่ อาจจะมาได้จากสาเหตุจากภายในสมอง อย่างเช่น เนื้องอก สมองมีเลือดออก หรือเส้นเลือดในสมองแตก ฉะนั้น วันนี้ แอดมิน จะพามาดูต้นเหตุของการปวดศีรษะ ที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต มีอะไรบ้าง ?
**แชร์ให้คนที่คุณรักแลห่วงใย มีประโยชน์มาก**
(ที่มา : รพ.กรุงเทพ)
1) ปวดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน
อาการปวดศีรษะรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมักใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตของหลอดเลือด
2) ปวดเริ่มต้นหลังตื่นนอน
อาการปวดศีรษะเริ่มต้นและหลังตื่นนอน มักบ่งบอกถึงภาวะความดันในกระโหลกศีรษะสูง
3) อาการผิดปกติในระบบประสาท
อาการแสดงผิดปกติในทางระบบประสาท ได้แก่ พฤติกรรม หรืออาการที่เกิดจากบุคคลิกภาพเปลี่ยนจากเดิม เช่น แขนขาอ่อนแรง การรับรู้สารทสัมผัสผิดปกติ การมองเห็น หรือการได้ยินผิดปกติ
4) อาการเจ็บป่วยทางกายภาพ
โรคและอาการเจ็บป่วยทางกายภาพอื่น ๆ ที่เกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะ เช่น มีไข้ หนาวสั่น เหงื่อออกตอนกลางคืน ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักลด หรือภาวะภูมิคุ้มกันบ่งพร่อง เช่น เอชไอวี หรือ ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาเสตียรอยด์ ยาละลายลิ่มเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน ประวัติเหล่านี้ บ่งบอกถึงโรคติดเชื้อ การอักเสบ และการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง
5) อาการปวดศีรษะช่วงอายุ 50 ปี
เป็นอาการปวดศีรษะครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี เป็นการปวดศีรษะจากความเครียด ไมเกรน อาการปวดหัวผสม และปวดหัวเป็นชุด ๆ แต่เมื่ออายุที่มากขึ้นมักสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะได้ ที่พบบ่อย เช่น ก้อนเนื้องอก การติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลาง การอักเสบของหลอดเลือด ดังนั้น ผู้ป่วยที่อาการปวดศีรษะครั้งแรกช่วงอายุ 50 ปี จะได้รับการเอ๊กเรย์สมองทุกราย
6) อาการปวดศีรษะที่แย่ลงเมื่อมีอาการไอ
ลักษณะอาการปวดศีรษะที่แย่ลงเมื่อมีอาการไอ หรือจาม หรือเบ่ง มักสัมพันธ์กับความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้นเช่นกัน
7) อาการปวดศีรษะรุนแรงเป็นประจำ
ลักษณะการปวดศีรษะต่างจากอาการปวดศีรษะที่เป็นประจำ โดยเฉพาะาอาการปวดศีรษะที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยทีไม่มีช่วงใดหายปวดเลย หรือเพิ่มความถี่รุนแรงมากขึ้น
8) อาการปวดศีรษะแย่ลงเมื่อมีการเปลี่ยนท่า
ลักษณะอาการปวดศีรษะที่แย่ลง เมื่อมีอาการเปลีี่ยนท่าทาง เช่นปวดมากขึ้นช่วงยืน นอน หรือ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของศีรษะและคอ อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบน้ำในโพรงสมองและไขสันหลัง หรือกระดูกต้นคอ
9) อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นข้างเดียวตลอดเวลา
อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นข้างเดียวตลอดเวลา หรือมักปวดในบริเวณด้านหลังศีรษะ แสดงถึงพยาธิสภาพที่อาจเกิดอยู่บริเวณนั้นของศีรษะ หากเป็นอาการปวดศีรษะทั่วไป มักมีการสลับข้างซ้ายขวาบ้าง แต่มักพบว่าจะปวดข้างใด ข้างหนึ่ง มากกว่าอีกข้าง
10) อาการปวดศีรษะจากสุขภาพฟัน
จะมีอาการปวดหัวสองข้าง หรือข้างเดียว รัดตึงที่หัว ปวดรอบ ๆ เบ้าตา ปวดร้าวแนวกรามและขากรรไกร บางรายอาจมีอาการกัดฟันในตอนกลางคืนร่วมด้วย และสัมผัสได้ถึงอาการปวดศีรษะเมื่อเอามือไปแตะที่หน้าผาก พร้อมทั้งอ้าปาก อาจมีเสียงดังกึ้กให้ได้ยินเบา ๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะปวดหัวลักษณะใด ๆ หรือหากมีการปวดเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะการรับประทานยาบรรเทาปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลต่อการทำงานของตับ อันตรายต่อสุขภาพโดยตรงค่ะ
จากข้อมูลเชิงวิชาการจากศูนย์สมองโรงพยาบาลกรุงเทพ ระบุว่า ผู้ป่วยที่มีอาการป่วยศีรษะทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต การแบ่งโรคปวดศีรษะทั่วไป จากโรคปวดศีรษะที่มีสาเหตุอื่นซ่อนอยู่ อาจจะมาได้จากสาเหตุจากภายในสมอง อย่างเช่น เนื้องอก สมองมีเลือดออก หรือเส้นเลือดในสมองแตก ฉะนั้น วันนี้ แอดมิน จะพามาดูต้นเหตุของการปวดศีรษะ ที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต มีอะไรบ้าง ?
**แชร์ให้คนที่คุณรักแลห่วงใย มีประโยชน์มาก**
(ที่มา : รพ.กรุงเทพ)
1) ปวดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน
อาการปวดศีรษะรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมักใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตของหลอดเลือด
2) ปวดเริ่มต้นหลังตื่นนอน
อาการปวดศีรษะเริ่มต้นและหลังตื่นนอน มักบ่งบอกถึงภาวะความดันในกระโหลกศีรษะสูง
3) อาการผิดปกติในระบบประสาท
อาการแสดงผิดปกติในทางระบบประสาท ได้แก่ พฤติกรรม หรืออาการที่เกิดจากบุคคลิกภาพเปลี่ยนจากเดิม เช่น แขนขาอ่อนแรง การรับรู้สารทสัมผัสผิดปกติ การมองเห็น หรือการได้ยินผิดปกติ
4) อาการเจ็บป่วยทางกายภาพ
โรคและอาการเจ็บป่วยทางกายภาพอื่น ๆ ที่เกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะ เช่น มีไข้ หนาวสั่น เหงื่อออกตอนกลางคืน ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักลด หรือภาวะภูมิคุ้มกันบ่งพร่อง เช่น เอชไอวี หรือ ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาเสตียรอยด์ ยาละลายลิ่มเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน ประวัติเหล่านี้ บ่งบอกถึงโรคติดเชื้อ การอักเสบ และการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง
5) อาการปวดศีรษะช่วงอายุ 50 ปี
เป็นอาการปวดศีรษะครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี เป็นการปวดศีรษะจากความเครียด ไมเกรน อาการปวดหัวผสม และปวดหัวเป็นชุด ๆ แต่เมื่ออายุที่มากขึ้นมักสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะได้ ที่พบบ่อย เช่น ก้อนเนื้องอก การติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลาง การอักเสบของหลอดเลือด ดังนั้น ผู้ป่วยที่อาการปวดศีรษะครั้งแรกช่วงอายุ 50 ปี จะได้รับการเอ๊กเรย์สมองทุกราย
6) อาการปวดศีรษะที่แย่ลงเมื่อมีอาการไอ
ลักษณะอาการปวดศีรษะที่แย่ลงเมื่อมีอาการไอ หรือจาม หรือเบ่ง มักสัมพันธ์กับความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้นเช่นกัน
7) อาการปวดศีรษะรุนแรงเป็นประจำ
ลักษณะการปวดศีรษะต่างจากอาการปวดศีรษะที่เป็นประจำ โดยเฉพาะาอาการปวดศีรษะที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยทีไม่มีช่วงใดหายปวดเลย หรือเพิ่มความถี่รุนแรงมากขึ้น
8) อาการปวดศีรษะแย่ลงเมื่อมีการเปลี่ยนท่า
ลักษณะอาการปวดศีรษะที่แย่ลง เมื่อมีอาการเปลีี่ยนท่าทาง เช่นปวดมากขึ้นช่วงยืน นอน หรือ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของศีรษะและคอ อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบน้ำในโพรงสมองและไขสันหลัง หรือกระดูกต้นคอ
9) อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นข้างเดียวตลอดเวลา
อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นข้างเดียวตลอดเวลา หรือมักปวดในบริเวณด้านหลังศีรษะ แสดงถึงพยาธิสภาพที่อาจเกิดอยู่บริเวณนั้นของศีรษะ หากเป็นอาการปวดศีรษะทั่วไป มักมีการสลับข้างซ้ายขวาบ้าง แต่มักพบว่าจะปวดข้างใด ข้างหนึ่ง มากกว่าอีกข้าง
10) อาการปวดศีรษะจากสุขภาพฟัน
จะมีอาการปวดหัวสองข้าง หรือข้างเดียว รัดตึงที่หัว ปวดรอบ ๆ เบ้าตา ปวดร้าวแนวกรามและขากรรไกร บางรายอาจมีอาการกัดฟันในตอนกลางคืนร่วมด้วย และสัมผัสได้ถึงอาการปวดศีรษะเมื่อเอามือไปแตะที่หน้าผาก พร้อมทั้งอ้าปาก อาจมีเสียงดังกึ้กให้ได้ยินเบา ๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะปวดหัวลักษณะใด ๆ หรือหากมีการปวดเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะการรับประทานยาบรรเทาปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลต่อการทำงานของตับ อันตรายต่อสุขภาพโดยตรงค่ะ