ต่อมลูกหมากโตห้ามกินอะไร

ต่อมลูกหมากโตกับอาหารการกิน

ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลอาจมีคำถามว่า ต่อมลูกหมากโต ห้ามกินอะไร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจเช่นเดียวกับโรคเรื้อรังอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรครูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง และอีกหลายโรคที่มักจะมีอุปสรรคเกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกิน เพราะอาหารบางอย่างที่ทานเข้าไป อาจทำให้อาการกำเริบหรืออาการแย่ลง โรคต่อมลูกหมากโตก็เช่นกัน นอกจากอาหารที่ควรเลี่ยง ถ้าหากเป็นโรคต่อมลูกหมากโต ควรกินอะไรดี เพื่อควบคุมอาการให้อยู่หมัด

ต่อมลูกหมากโตอาหารที่ห้ามกิน

ต่อมลูกหมากโต มีความเกี่ยวข้องกับอาหารการกินมากแค่ไหน?

ความเสี่ยงในการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia : BPH) จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงวัย 50 ปี ซึ่งปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคต่อมลูกหมากโตจะมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้ รวมถึงเป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ใช้ควบคุมอาการของโรคต่อมลูกหมากโต ซึ่งอาการหลัก ๆ ของโรคนี้คือปัญหาในการปัสสาวะ การเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร เลี่ยงอาหารที่เสี่ยงรวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อโรคต่อมลูกหมาก จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ไม่ควรหลีกเลี่ยง แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างเดียวก็ไม่อาจรักษาโรคต่อมลูกหมากโตได้ ควรปรึกษาแพทย์ เข้ารับการตรวจและรักษาอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน

ต่อมลูกหมากโต ห้ามกินอะไร อาหารที่ควรเลี่ยง

1 . เนื้อแดง

เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ โดยเฉพาะการรับประทานในปริมาณมากหรือทานบ่อย ๆ นอกจากจะเสี่ยงต่การเกิดโรคหัวใจแล้ว ก็เสี่ยงจ่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโตด้วยเช่นกัน เพราะเนื้อแดงมีไขมันอิ่มตัวจำนวนมาก ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย และเนื้อแดงก็มีแคลอรี่สูง เมื่อทานในปริมาณมากหรือทานติดต่อกันก็อาจทำให้น้ำหนักเกิน ซึ่งปัญหาน้ำหนักเกินก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคต่อมลูกหมากด้วยเช่นกัน

2 . อาหารโซเดียมสูง

การรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง นอกจากจะเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคไตแล้ว ก็มีความเสี่ยงต่อโรคต่อมลูกหมากโตด้วย เพราะอาหารที่มีความเค็มหรือมีเกลือปริมาณมากก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินปัสสาวะให้ทำงานหนักและกักเก็บของเหลวมากขึ้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโตมากขึ้นเช่นกัน

3 . คาเฟอีน

กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนนั้นเป็นเหมือนยาขับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น สำหรับผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะอยู่แล้ว การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะทำให้อาการแย่ลงและมีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น

4 . เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เช่นเดียวกับเครื่องดื่มคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นเหมือนยาขับปัสสาวะเช่นกัน ทำให้ปัสสาวะบ่อยมากขึ้นและอาจทำให้อาการแย่ลง

5 . อาหารรสชาติเผ็ดและอาหารที่มีกรดสูง

เนื่องจากอาหารประเภทนี้ สามารถทำให้กระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมากระคายเคืองและอาจอักเสบได้ การลดหรือเลี่ยงอาหารรสชาติเผ็ดและอาหารที่มีกรดสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต

6 . ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนม

เช่น ชีส นม เนย ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง การบริโภคอาหารประเภทนี้เป็นจำนวนมากก็อาจทำให้มีความเสี่ยงอาการกำเริบ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโตด้วยเช่นกัน

7 . อาหารที่มีความหวานหรือมีส่วนผสมของสารให้ความหวานสูง

โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลสูง นอกจากจะส่งผลเสียหลายอย่างต่อร่างกายแล้ว ก็มีส่วนที่เป็นปัจจัยเสีย่งต่อการเกิดโรคต่อลูกหมากโตด้วย เช่น โรคอ้วน อาการอักเสบภายใน ซึ่งอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็อาจทำให้เกิดปัญหาการปัสสาวะได้ด้วยเช่นกัน

ต่อมลูกหมากโตควรกินอะไร

ต่อมลูกหมากโต ควรกินอะไร

-          อาหารไขมันดี เช่น อะโวคาโด ถั่ว ปลาแซลมอน แมคเคอเรลและปลาซาร์ดีน เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีโอเมก้า 3 และเป็นอาหารลดคอเลสเตอรอลอย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยลดอาการอักเสบภายในร่างกายและอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่อมลูกหมากโตด้วยเช่นกัน

-          ผัก เช่น ผักตระกูลบรอคโคลี่ ผักตระกูลแตง ผักใบเขียวอย่างผักโขม ผักคะน้า แอสปารากัส ซึ่งผักจำพวกนี้มีสารประกอบ แร่ธาตุและวิตามินหลายอย่างที่ช่วยลดอาการอักเสบภายในร่างกาย รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยเช่นกัน

-          มะเขือเทศ ในมะเขือเทศจะมีไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อเซลล์ต่อมลูกหมาก

-          ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น สตรอวเบอร์รี บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี แบล็คเบอร์รี ผลไม้ตระกูลนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยขจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหลักของการเกิดการอักเสบภายในร่างกาย และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต

-          ถั่ว ถั่วหลายชนิดมีสารประกอบอย่างซิงค์และเซเลเนียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อต่อมลูกหมาก ช่วยในเรื่องของความสมดุลฮอร์โมน รวมถึงเมล็ดฟักทองที่มีซิงค์ด้วยเช่นกัน

-          เห็ด อย่างเห็ดชิตาเกะ ไมตาเกะและเห็ดหลากหลายชนิดจะมีสารประกอบเบต้า กลูแคนและโพลีแซคคาไรด์ เป็นสารประกอบที่มีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและอาจลดอาการอักเสบได้

-          ชาเขียว เนื่องจากชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างหนึ่งที่เรียกว่าคาเทชิน ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในเรื่องของการต้านการอักเสบและมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลาย และเป็นผลดีต่อต่อมลูกหมากด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารเสริมถั่งเช่าแคปซูล ที่มีส่วนผสมของถั่งเช่า Cordyceps Sinesis และเบต้ากลูแคน ก็มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตด้วยเช่นกัน

มีอาหารอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ดีต่อโรคต่อมลูกหมากโต แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่ควรเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยผู้สูงอายุ เพราะอาจมีโรคแทรกซ้อนหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ร่วมด้วย เพราะฉะนั้น การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับอาหารการกินจึงเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

ประโยชน์ของการเลี่ยงและการทานอาหารที่ดีต่อโรคต่อมลูกหมาก

กล่าวโดยสรุป การเลี่ยงอาหารบางประเภทและการเลือกทานอาหารบางประเภทตามที่อธิบายไว้ข้างต้น จะมีส่วนช่วยในการควบคุมอาการของโรคต่อมลูกหมากโต การหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะจะช่วยบรรเทาอาการทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้ก็ช่วยควบคุมน้ำหนัก ซึ่งการที่น้ำหนักเกินมาตรฐานก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต ลดอาการอักเสบ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รักษาสุขภาพหัวใจ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างระบบขับถ่าย และทำให้สุขภาพต่อมลูกหมากดีขึ้น