เสริมวิตามินเเละเเร่ธาตุสำหรับผู้ป่วยโรคตับเเข็ง1

ผู้ป่วยโรคตับแข็งมักจะขาดวิตามินเเละเเร่ธาตุหลายชนิด จึงควรรับประทานวิตามินเเละเเร่ธาตุเสริมร่วมด้วย แต่ไม่ควรรับประทานวิตามินที่ละลายในไขมันเอง เช่น วิตามินเอและอี เพราะวิตามินชนิดนี้ ถ้ารับประทานมากไปจะมีการสะสมที่ตับและอาจมีผลเสียต่อตับเอง นอกจากนี้ถ้าผู้ป่วยไม่ได้ขาดธาตุเหล็กก็ไม่ควรรับประทานธาตุเหล็กเสริมเข้าไป เพราะธาตุเหล็กจะเข้าไปทำให้การสร้างพังผืดในตับมากขึ้น วันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีผักผลไม้ประเภทใดบ้างที่เป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น

เสริมวิตามินเเละเเร่ธาตุสำหรับผู้ป่วยโรคตับเเข็ง1

โรคตับแข็งคืออะไร ?

โรคตับแข็งเป็นภาวะของโรคตับเรื้อรังขั้นสุดท้าย ที่เกิดจากมีการอักเสบเรื้อรังของตับทำให้มีการสูญเสียเซลล์เนื้อตับรวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตับไปทำให้เกิดพังผืดในตับปริมาณมาก จนตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติและมีภาวะแทรกซ้อนตามมา แล้วสาเหตุของโรคตับแข็งมาจากไหน? มาดูกันเลย

โรคตับแข็งสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่

-ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง เช่นไวรัสตับอักเสบบีและซี
- การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากและเป็นเวลานาน
- โรคทางพันธุกรรม เช่น Wilson disease (ความผิดปกติของตับที่ไม่สามารถขับทองแดงออกจากร่างกายได้ทำให้มีการสะสมทองแดงมากเกินไป), Hemochromatosis (ภาวะธาตุเหล็กในร่างกายเกินซึ่งอาจจะเป็นจากโรคทางพันธุกรรมทำให้ไม่สามารถขับธาตุเหล็กออกจากร่างกายได้หรือเป็นจากการได้รับธาตุเหล็กเกินโดยเฉพาะในคนไทยที่มีโรคเลือดจางธาลัสซีเมียรุนแรงจนต้องได้รับผลิตภัณฑ์เลือดอยู่บ่อย ๆ), cystic fibrosis, alpha 
one antitrypsin deficiency, glycogen storage disease
- ภาวะไขมันคั่งตับ มักพบในคนอ้วน หรือคนไข้เบาหวาน
- โรคแพ้ภูมิตนเองที่เกิดกับตับ เช่น autoimmune hepatitis, primary biliary cholangitis, primary sclerosing cholangitis
- โรคท่อทางเดินน้ำดีฝ่อตั้งแต่แรกเกิด (Biliary atresia)
- การได้รับยาบางชนิดหรือสมุนไพรบางอย่างที่มีผลต่อตับ
- การมีภาวะหัวใจด้านขวาล้มเหลวเรื้อรัง
- มีการอุดกั้นของหลอดเลือดดำทางออกของตับ
- ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งพบในผู้ป่วยโรงคตับเเข็งถึง 1 ใน 4

เสริมวิตามินเเละเเร่ธาตุสำหรับผู้ป่วยโรคตับเเข็ง2

กินวิตามมินมากเกินไป อาจทำลายตับไม่รู้ตัว

วิตามิน มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้เป็นไปตามปกติ ซึ่งแหล่งที่มาของวิตามินโดยทั่วไป วิตามิน เอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันและสามารถสะสมไว้ในร่างกายเพื่อเก็บไว้ใช้งาน แต่ถ้าหากได้รับในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น หรือได้รับเป็นระยะเวลานานเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ผมร่วง ตับอักเสบ เเละอาจมีผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคตับเเข็ง
- 
วิตามิน ซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมได้ การรับประทานวิตามินซีมากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะอึดอัดแน่นท้อง ท้องเสีย รวมถึงระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรือถ้าหากกินวิตามินซีติดต่อกันนานเกินไป ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นนิ่วในไตได้
- 
วิตามิน ดี เป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองจากผิวหนังเมื่อสัมผัสกับแสงแดด มีประโยชน์ในการยับยั้งการเกิดโรคกระดูกพรุนและลดการแตกหักของกระดูก รวมทั้งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- 
วิตามิน อี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ใช้ในการรักษาภาวะไขมันพอกตับ แต่ถ้าได้รับมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติได้
- 
สังกะสี ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและป้องกันเชื้อโรค และสามารถขับออกทางอุจจาระได้ ถ้าร่างกายดูดซึมได้ไม่หมด แต่ถ้าได้รับมากเกินไป อาจทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ เวียนศีรษะ และระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ
- 
ธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญในเม็ดเลือดแดง ช่วยลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปสู่เซลล์ทั่วร่างกาย แต่ถ้าหากได้รับมากเกินไป อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย และเกิดการเป็นพิษต่อเซลล์ ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญในร่างกาย

5 อาหารเสริมวิตามินเเละเเร่ธาตุบำรุงผู้ป่วยโรคตับเเข็ง

- 
เเครอทเป็นพืชชนิดหนึ่งที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี สามารถบำรุงตับได้เพราะในแครอทมีวิตามินที่หลากหลายชนิด อย่างเช่น วิตามินเอ บี1 บี 2 ซี และวิตามินเค ทั้งยังมีกรดโฟลิกฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และทองแดง ทั้งหมดนี้มีความสามารถในการช่วยบำรุงตับ (ตามศาสตร์ของแพทย์แผนจีน) และยังมีผลพลอยได้ในการบำรุงเลือด บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยได้อีกด้วย
- กะหล่ำปลีในกะหล่ำปลีช่วยเพิ่มกลูต้าไธโอนในร่างกายทำให้ล้างพิษได้ บำรุงตับได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และยังมีกากใยที่มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
- 
องุ่น และเมล็ดองุ่น หรือผลิตภัณฑ์จากองุ่นองุ่นที่สกัดออกมาเป็นยา จะช่วยให้ตับทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์ตับ เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยให้ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลดลง ทำให้ไขมันพอกตับ หรืออาการของตับอักเสบทุเลาลง หากทานในรูปแบบของผลไม้ ต้องทานอย่างเหมาะสม เนื่องจากองุ่นเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง
- 
บลอกโคลีเป็นผักที่มีดีท็อกซิฟิเคชั่นเอนไซม์ช่วยในการกำจัดสารพิษในร่างกาย ช่วยลดเซลล์ตับถูกทำลาย ผลของค่าตับดีขึ้น และเนื่องจากบลอกโคลีเป็นอาหารที่มีกากใย ก็จะช่วยเรื่องของระบบขับถ่าย และเป็นอาหารที่มีวิตามินที่ดีที่ร่างกายต้องการ
- 
ถั่ว หรือ ธัญพีชอัลมอนด์ ถั่วแดง ถั่วเขียว เมล็ดทานตะวัน เมล็ดพืชต่าง ๆ ถือเป็นไขมันดี โปรตีนชั้นดี และมีกากใยที่ดี ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ตัวตับโดนทำลายน้อยลง ไขมันพอกตับน้อยลง แต่ผู้ป่วยโรคตับแข็งก็ต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป

เป็นโรคตับแข็งเลือกกินผักผลไม้ให้ถูกวิธี สร้างเสริมความแข็งแรงได้ง่าย ๆ

จะเห็นได้ว่าผักผลไม้ที่หาทานได้ง่ายทั่วไป 5 ประเภทที่เราหยิบมาแนะนำวันนี้เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งวิตามินและแร่ธาตุ ครั้งต่อไปที่เลือกกินอาหาร อย่าลืมอาหารเสริมจากธรรมชาติเหล่านี้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามควรควบคุมปริมาณให้เหมาะสมในแต่ละวัน