การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

เมื่อผู้สูงอายุเป็นอัลไซเมอร์

อัลไซเมอร์ เกิดจากหลายปัจจัยความเสี่ยง แต่ปัจจัยหนึ่งที่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ “อายุ” ที่หยุดไม่ได้ นอกจากจะเป็นความเสี่ยงที่สามารถทำให้เกิดโรคร้ายได้หลากหลายโรคแล้ว โรคทางสมองหรือประสาทก็สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โรคอัลไซเมอร์มักเกิดกับผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสองเท่าทุก ๆ 5 ปี และตัวเลขผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจากอัลไซเมอร์ก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์เป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งควรรู้ เพื่อให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์และคนในครอบครัวหรือคนดูแล สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

อาการอัลไซเมอร์

รู้จักอาการของโรคอัลไซเมอร์

อัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุอย่างหนึ่งที่มีพัฒนาการตามเวลา ซึ่งหมายความว่าอาการจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ การที่คนสูงอายุเป็นผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ผู้ดูแลอาจต้องปรับตัวในการดูแลอยู่หลายอย่างและเป็นเรื่องท้าทายอย่างหนึ่ง การทำความเข้าใจอาการของโรคอัลไซเมอร์ในแต่ละระยะ จะสามารถทำให้เราวางแผนดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ดียิ่งขึ้น

อัลไซเมอร์ระยะแรก : เป็นระยะที่แสดงอาการไม่รุนแรงและอาจสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ แต่มีปัญหาบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการคิดและการจำ การตัดสินใจ มีความสับสนบ้าง มีอารมณ์เสียง่ายและเริ่มกีดกันการเข้าสังคม

อัลไซเมอร์ระยะกลาง : ในระยะนี้ ความจำจะถดถอยลงมากขึ้น สับสนมากขึ้น นึกถึงคนที่รู้จัก สิ่งของและสถานที่ต่าง ๆ ได้ยากขึ้น เริ่มสนธนาลำบาก ก้าวร้าวมากขึ้น ใจลอยและเริ่มไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

อัลไซเมอร์ระยะรุนแรง : เป็นระยะที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเกือบทุกทาง เพราะสูญเสียความทรงจำแบบสิ้นเชิง สนธนาไม่ได้ สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ ต้องใช้รถเข็น ไม่สามารถกลืนอาหารเองได้ อาบน้ำเองไม่ได้ ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

อาการของโรคอัลไซเมอร์อาจแตกต่างกันออกไปแล้วแต่บุคคล ซึ่งการดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ดูแลจะต้องเรียนรู้และปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้งจนอาจทำให้รู้สึกท้อหรือรู้สึกเครียดได้ แต่การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็เหมือนเป็นรางวัลที่ทำให้เราภูมิใจได้เช่นกัน

ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ดูแลได้อย่างไรบ้าง?

นอกจากการรู้จักกับอาการและการพัฒนาของโรคอัลไซเมอร์แล้ว วิธีเหล่านี้ก็เป็นวิธีการที่ทำให้คนดูแล สามารถดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การสร้างกิจวัตรประจำวันสำหรับการดูแลผู้ป่วย ปรับเปลี่ยนการสนธนาระหว่างผู้ป่วยอัลไซเมอร์ให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้สภาพแวดล้อมรอบข้างปลอดภัยยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ดูแลความสะอาด และที่สำคัญคือการดูแลตัวเองด้วยเช่นกัน

การสร้างกิจวัตรประจำวันสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด ความจำและเหตุผล ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก และอาจต้องได้รับการช่วยเหลือบางอย่าง เช่น การสร้างกิจวัตรประจำวันที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์สามารถจดจำและรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น เช่น การทำกิจวัตรประจำวันอย่างการอาบน้ำ แต่งตัวหรือการรับประทานอาหารอย่างตรงต่อเวลาทุกวันโดยให้ผู้ป่วยทำเองให้ได้มากที่สุดแล้วค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย ช่วยเขียนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันและอนาคต หากิจกรรมผู้สูงอายุ ที่ผู้ป่วยชอบและให้ทำทุกวัน เวลาเดิม สร้างการจดจำให้ผู้ป่วยทานยาอย่างตรงเวลา

ปรับเปลี่ยนการสนธนาระหว่างผู้ป่วยอัลไซเมอร์ให้ดียิ่งขึ้น

การสนธนากับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อาจมีความยาก เพราะมีปัญหาเรื่องของความจำ บางครั้งอาจมีอาการกระวนกระวาย วิตกกังวล หรือรู้สึกโกรธ สำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะกลางหรือระยะรุนแรง อาจมีปัญหากับการใช้ภาษามากขึ้น หาคำมาพูดไม่ได้หรือพูดยาก สิ่งนี้อาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดหรือรู้สึกใจร้อนได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ โรคอัลไซเมอร์จะมีผลกับทักษะในการพูดคุย การสนธนา ทำให้ผู้ดูแลต้องปรับเปลี่ยนการสนธนาให้ดีขึ้น เช่น พูดอย่างใจเย็น ช่วยส่งเสริมความมั่นใจให้ผู้ป่วย รับฟังให้มากขึ้น มองตาและยิ้มในเวลาเดียวกัน ถามคำถามเดียวทีละครั้ง ไม่ขึ้นเสียง อย่าพูดคำว่า “จำไม่ได้หรือ” “ทำไมถึงจำไม่ได้”

ช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ อาจมีความยากง่ายที่ขึ้นอยู่กับระยะของโรค แต่สารอาหารที่สำคัญ ครบ 5 หมู่และการทำให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เช่นเดียวกัน ผู้ป่วยอาจจำไม่ได้ว่าเคยทานอะไรไปหรือชอบทานอะไรเป็นพิเศษ ลืมการทำอาหาร ทานอาหารเดิมทุกวัน ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือมีปัญหากับการเคี้ยวและกลืน การแก้ปัญหาเหล่านี้สามารถทำได้โดยการเสิร์ฟอาหารให้ผู้ป่วยตรงเวลาทุกวัน เตรียมผักหรือผลไม้หลากหลายให้ได้รับประทานเพื่อสารอาหารที่มากขึ้น เลือกอาหารที่เคี้ยวและกลืนง่าย เลือกทำอาหารที่ผู้ป่วยชอบและต้องดีต่อสุขภาพ อาจมีการทานอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อประโยชน์ที่มากขึ้นได้ด้วย นอกจากนี้ การรับประทานเห็ดหลินจือแคปซูล ก็มีส่วนช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์และเสริมสร้างความสามารถในการเรียนรู้และจดจำได้ดีอีกด้วยเช่นกัน

ทำให้สภาพแวดล้อมปลอดภัยมากขึ้น

ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อาจมีอาการวิตกกังวลและรู้สึกไม่ปลอดภัยในบางครั้ง ผู้ดูแลสามารถทำให้ที่อยู่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น ทำให้บ้านกว้างขึ้นโดยการย้ายของที่วางเกะกะออกไป ทำให้บ้านสว่างมากขึ้นเพื่อการมองเห็นที่ดี ดูแลระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยต่อผู้ป่วย ระวังเรื่องของมีคมเป็นพิเศษ

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

นอกจากไลฟ์สไตล์การทานอาหาร การทำกิจกรรมบางอย่าง ก็สำคัญต่อผู้สูงอายุรวมถึงผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ด้วยเช่นกัน พยายามหากิจกรรมให้ผู้ป่วยทำ เช่น การทำกับข้าว ทำขนม การออกกำลังกายคลายเครียด ทำสวน โดยผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือร่วมกันเพื่อทำให้ผู้ป่วยมีความสุข ซึ่งผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางคนอาจรู้สึกไม่อยากทำหรือไม่สนใจ แต่ถ้าเห็นใครสักคนทำ ก็อาจเพิ่มความอยากมากขึ้น พาผู้ป่วยออกไปเดิน ชมวิวบ้าง

การดูแลตัวเองจากการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์นั้นมีความยากเสมอ และมันส่งผลกระทบต่อชีวิตมากกว่าที่คิด อาจทำให้ผู้ดูแลรู้สึกเหนื่อยหรือรู้สึกท้อได้ ซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการดูแล อาจทำให้เรารู้สึกเหงา รู้สึกหงุดหงิด หรือแม้กระทั่งรู้สึกโกรธได้เช่นกัน สัญญาณของความรู้สึกเหล่านี้ เป็นสัญญาณของการทำงานที่หนักจนเกินไป การหาเวลาดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องดูแลตัวคนเดียวเสมอไป การหาคนมาช่วยก็สามารถทำได้ นอกจากนี้ ต้องมีเวลาพัก ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกไปใช้ชีวิตส่วนตัวกับเพื่อนฝูง การออกกำลังกาย นั่งสมาธิและนอนหลับให้เพียงพอ