อาการบวมน้ำ เกิดจากอะไร สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องใส่ใจ พร้อมวิธีดูแล
ตัวบวม หน้าบวม เป็นอาการอย่างหนึ่งที่ใครหลายคนอาจมีความกังวล ไม่ว่าจะเป็นหลังมื้ออาหาร หลังตื่นนอน ซึ่งอาจทำให้เรามีคำถามว่ามันคืออาการอะไร ทำไมจู่ ๆ ตัวถึงบวม? อาการตัวบวมที่ว่านี้ อาจเป็น อาการบวมน้ำ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยและมีหลากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่สามารถพบอาการนี้ได้บ่อยกว่า ซึ่งเราจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจว่าอาการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีอาการอย่างไรบ้าง หากปล่อยไว้แล้วไม่ดูแลก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

อาการบวมน้ำ เป็นอย่างไร?
อาการตัวบวมน้ำ อาจแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรงของอาการและตำแหน่งบริเวณร่างกายที่เกิดการสะสมของเหลว ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย จะมีดังนี้
- บวมน้ำ โดยเฉพาะบริเวณเท้า ข้อเท้า ขา มือ หรือบริเวณในหน้า
- กดแล้วเป็นหลุม ค้างอยู่สักพัก ซึ่งเป็นอาการบวมแบบรูพรุนหรือบวมแบบกดบุ๋ม
- ผิวยืดหรือผิวเป็นเงา เนื่องจากเกิดการสะสมของเหลว
- รู้สึกตึงหรือหนักบริเวณที่บวม รู้สึกไม่สบายโดยเฉพาะหากมีอาการบวมมาก
- เคลื่อนไหวลำบาก โดยเฉพาะบริเวณขาหรือแขน
- เวลาสัมผัสแล้วรู้สึกเจ็บปวด โดยเฉพาะถ้าหากมีการติดเชื้อ หรือภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน
- บวมแดง หากมีอาการอักเสบหรือติดเชื้อ
หากมีอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีอาการบวมข้างเดียวโดยเฉพาะขา ให้พบแพทย์ทันที
อาการบวมน้ำ เกิดจากอะไรได้บ้าง?
อาการร่างกายเกิดการบวมน้ำ จะมีสาเหตุด้วยกันหลายอย่างทั้งในเคสเบาหรือเคสที่ไม่รุนแรง และเคสที่เกิดจากโรคต่าง ๆ ดังนี้
สาเหตุที่ไม่รุนแรง
- ทานอาหารที่มีโซเดียมสูง จะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำจนเกิดอาการบวมได้
- นั่งหรือยืนเป็นเวลานานเกินไป ทำให้ของเหลวไปสะสมบริเวณขา
- ตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความกดดันจากมดลูกที่กดทับหลอดเลือดดำ อาจเกิดอาการบวมที่ขาหรือเท้าได้
- การมีประจำเดือน อาการบวมที่มือและเท้า สามารถเกิดขึ้นได้ก่อนหรือหลังประจำเดือน
สาเหตุจากการใช้ยา
- ยาลดความดันโลหิตบางชนิด
- ยาบำบัดฮอร์โมน
- ยาแก้อักเสบคอร์ติโคเตียรอยด์
- ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช้สเตียรอยด์
- ยาต้านอาการทางจิต
- ACE Inhibitors
สาเหตุจากโรคหรือภาวะต่าง ๆ
- ภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี จะทำให้ของเหลวก่อตัวตามจุดต่าง ๆ
- โรคไตวายเรื้อรัง อาจทำให้ร่างกายกักของเหลวและโซเดียมในร่างกาย
- โรคตับแข็ง ทำให้การสร้างอัลบูมินหรือโปรตีนลดลง ทำให้ของเหลวไหลรั่วออกจากหลอดเลือด ก่อตัวรอบเนื้อเยื่อ
- หลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง โดยเฉพาะที่บริเวณขา อาจทำให้เกิดอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้าได้
- ภาวะบวมน้ำเหลือง ทำให้น้ำเหลืองระบายได้ไม่ดี ทำให้เกิดอาการบวมได้
- ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ที่ลดการไหลเวียนเลือด ทำให้มีอาการบวม

วิธีลดบวมน้ำ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
วิธีลดอาการบวมน้ำ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะและความรุนแรง วิธีลดอาการบวม สามารถทำได้ตามวิธีเหล่านี้
1. ยกขาหรือเท้าขึ้นสูงกว่าหัวใจ ยกค้างไว้ 30 นาที หลาย ๆ ครั้งใน 1 วัน ซึ่งจะเป็นวิธีที่ทำให้ของเหลวไหลกลับไปสู่หัวใจ ลดอาการบวมลง
2. ยกแขนหรือมือสูงกว่าหัวใจ เหมือนกับวิธียาขาหรือเท้า
3. ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ไม่ควรออกหนักจนเกินไป เพื่อให้เลือดไหลเวียนและลดการสะสมของเหลว เช่น การเดิน การว่ายน้ำ
4. ออกกำลังกายบริเวณขา งอ ยืด หมุนข้อเท้า กระดิกนิ้วเท้า เพื่อให้เลือดเกิดการไหลเวียน
5. สวมถุงน่องที่มีแรงกด เพื่อช่วยไม่ให้ของเหลวสะสม
6. ลดอาหารที่มีรสเค็มหรือมีโซเดียมสูง
7. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ดื่มน้ำตลอดวัน
8. นวดเบา ๆ บริเวณที่ปวด ใช้นิ้วกดบริเวณนั้นเข้าหาตัวเอง
9. อย่านั่งหรือนอนท่าเดิมเป็นเวลานาน
อาการบวมน้ำในผู้สูงอายุ ทำไมถึงต้องใส่ใจ
อาการบวมน้ำ สำหรับผู้สูงอายุแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ เพราะอาการนี้จะสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้ เช่น โรคหัวใจล้มเหลว โรคไต หรือปัญหาการไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ง่ายในวัยสูงอายุ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จากโรคเหล่านั้นได้ การพบแพทย์เมื่อมีอาการบวมเพื่อตรวจวินิจฉัยภาวะต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับผู้สูงอายุ