9 วิธีดูแลตับ ดูแลสุขภาพตับ ฟื้นฟูตับ ลดเสี่ยงโรคตับ
เพราะสุขภาพตับเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องใส่ใจ หลังจากที่รู้ว่าค่าตับสูงเท่าไหร่อันตรายแล้ว ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ค่าตับสูงจนเสี่ยงต่อภาวะต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากปล่อยให้ตับทำงานหนักหรือไม่ดูแลสุขภาพตับ โรคตับจะถามหาได้ แล้วเราจะดูแลตับของเราอย่างไรได้บ้าง? ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับ 9 วิธีดูแลตับ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพตับให้แข็งแรง มีส่วนช่วยฟื้นฟูตับ ลดเสี่ยงโรคตับ

พฤติกรรมเสี่ยงโรคตับ
ก่อนจะรู้จักกับวิธีดูแลตับ เราขอพาไปรู้จักกับพฤติกรรมเสี่ยงโรคตับกันก่อน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าหากปล่อยปละละเลยก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงสุขภาพตับเสื่อมถอยได้ไวยิ่งขึ้นและเสี่ยงโรคตับมากขึ้น พฤติกรรมที่ว่านี้มีอะไรบ้าง? ดังนี้
ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือติดแอลกอฮอล์เรื้อรัง จะมีความเสี่ยงโรคตับสูงมากเมื่อเทียบกับคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ อาจเสี่ยงต่อโรคไขมันพอกตับ โรคตับจากแอลกอฮอล์ โรคตับแข็ง มีผลการศึกษาออกมาว่า ผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 14 แก้วต่อสัปดาห์ และผู้หญิงที่ดื่มมากกว่า 7 แก้วต่อสัปดาห์ จะเพิ่มความเสี่ยงโรคตับมากขึ้น (World Health Organization)
สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงภาวะโรคมะเร็งตับมากขึ้นกว่า 50% (Clinical Gastroenterology and Hepatology) เมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่ และกระตุ้นให้เกิดพังผืดในตับสำหรับคนที่ป่วยโรคตับเรื้อรัง เพราะบุหรี่มีสารก่อมะเร็ง กระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำลายตับในระยะยาว
ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และไม่ออกกำลังกาย
การเลือกทานอาหารแปรรูปที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทอด ย่าง ปิ้ง หรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงอาหารที่มีไขมันทรานส์สูง จะเพิ่มความเสี่ยงภาวะโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (NAFLD) ทำให้ตับเกิดการอักเสบมากขึ้น รวมถึงการที่ไม่ออกกำลังกายเลยก็เป็นพฤติกรรมเสี่ยงโรคตับได้เช่นกัน
ภาวะน้ำหนักเกิน
ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน จะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดภาวะโรคไขมันพอกตับได้ เหตุผลหนึ่งคือเนื่องจากปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ในตับที่มากจนเกินไป และเสี่ยงต่อภาวะไขมันคั่งสะสมในตับ (Non-alcoholic steatohepatitis) ได้ด้วยเช่นกัน
ไม่ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ
เพราะการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอและบี จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้อย่างมาก ทำให้การฉีดวัคซีนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้ามาช่วยดูแลสุขภาพตับได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้มีความเสี่ยงอย่างบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ

9 วิธีดูแลตับ ช่วยดูแลสุขภาพตับให้แข็งแรง
เพราะสุขภาพตับเป็นสิ่งสำคัญ และปัจจัยเสี่ยงก็มีด้วยกันหลายอย่างที่เราต้องดูแลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีดูแลตับให้ดี ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
1. เลี่ยงหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์
เพราะการดื่มแอลกอฮอล์มากไปจะเพิ่มความเสี่ยงโรคตับอย่างไขมันพอกตับ โรคตับอักเสบและโรคตับแข็งได้ หากเป็นคนดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 14 แก้วต่อสัปดาห์ ผู้หญิงไม่ควรเกิน 7 แก้วต่อสัปดาห์ แต่ถ้าหากเป็นไปได้ การเลี่ยงดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ของทอด ของย่าง อาหารแปรรูป อาหารหวานจัด อาหารที่มีไขมันเลวสูง จะเพิ่มความเสี่ยงโรคไขมันพอกตับ ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ครบโภชนาการ เช่น ทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนแบบไร้มัน และอาหารที่มีไขมันดีสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น ใช้น้ำมันมะกอกในการทำอาหาร
3. ออกกำลังกายเป็นประจำ
เพราะการออกกำลังกายจะช่วยลดไขมันในตับได้ ช่วยปรับปรุงการตอบสนองต่ออินซูลิน และช่วยป้องกันภาวะไขมันพอกตับได้เป็นอย่างดี โดยการออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ ที่ใช้แรงปานกลางหรือใช้แรงสูง
4. เลี่ยงการใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มากจนเกินไป
ยาหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น อะเซตามีโนเฟน หรือพาราเซตามอล รวมถึงการทานอาหารเสริมแบบไม่ควบคุม จะเพิ่มความเสี่ยงโรคตับที่เกิดจากยา (Drug Induced Liver Injury) ได้ และอาจเสี่ยงภาวะไตวายเฉียบพลันได้จากการใช้ยาเกินขนาด ควรเลี่ยงการทานยาในปริมาณมากเกินไป หรือทานตามที่แพทย์ เภสัชกรสั่งเท่านั้น
5. ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ
เพราะไวรัสตับอักเสบเอและบี เป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับเรื้อรังและโรคมะเร็งตับ ทำให้การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอและบีเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงไวรัสตับอักเสบบีได้ถึง 90% (CDC Hepatitis B)
6. เลิกสูบบุหรี่
เพราะการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยโรคมะเร็งตับ ทำให้การเลิกสูบบุหรี่จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับ ลดเสี่ยงตับถูกทำลายจากสารก่อมะเร็ง
7. ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ภาวะน้ำหนักมากเกินไป คือความเสี่ยงของโรคไขมันพอกตับ และภาวะไขมันคั่งสะสมในตับ ทำให้การดูแลน้ำหนักโดยรวมหรือค่าดัชนีมวลกาย BMI ไม่ให้เกิน 24.9 เป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 18.5 ด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีการลดน้ำหนัก สามารถทำได้จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทานอาหาร และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการออกกำลังกาย จะเป็นวิธีดูแลตับที่ดี
8. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ
ภาวะร่างกายขาดน้ำ เสี่ยงต่อภาวะสุขภาพต่าง ๆ ได้มากมายโดยเฉพาะสุขภาพตับ การที่ร่างกายของเราไม่ขาดน้ำ จะช่วยในเรื่องของการทำงานของตับ ขับสารพิษ เพราะฉะนั้น เราควรดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน
9. ดูแลโรคที่ตัวเองเป็นอยู่ โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง
หากเป็นคนป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคไขมันในเลือดสูง จะเพิ่มความเสี่ยงโรคตับด้วยเช่นกัน ทำให้การดูแลจัดการโรคเรื้อรังเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ ลดความเสี่ยงโรคตับ
วิธีดูแลตับ คือการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจสุขภาพโดยรวมมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ อย่างเรื่องของการลดดื่มแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ และที่สำคัญคือการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอและบี นอกจากนี้ การเลือกทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง คินน์ หลินจือ เรียว สูตรดูแลสุขภาพ (KINN Lingzhi Reel) ซึ่งเป็น หลินจือ แคปซูล สกัดจากเห็ดหลินจือแดงสายพันธุ์ Ganoderma lucidum ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์มากที่สุด รวมถึงมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงตับ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ตับ ขับสารพิษในตับ ช่วยการทำงานของตับ

