5 วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี วิธีบรรเทาอาการปวด
สำหรับผู้ป่วยที่มีนิ่วในถุงน้ำดี คล้ายกับอาการนิ่วในไต ความถี่ของอาการปวดที่เกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีก็อาจแตกต่างกันออกไปบ้าง บางคนอาจปวดบ่อย ปวดเป็นบางครั้ง หรือปวดแบบเฉียบพลันเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี หากไม่มีอาการหรือก้อนนิ่วไม่ใหญ่จนทำให้เกิดอาการก็ไม่น่าห่วงเท่ากับคนที่มีอาการปวด ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายถึง วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี พร้อมวิธีบรรเทาอาการปวดท้องนิ่วในถุงน้ำดี เพื่อลดโอกาสอาการกำเริบให้ได้มากที่สุด

นิ่วในถุงน้ำดี ปวดตรงไหน ปวดแบบไหน?
การปวดนิ่วในถุงน้ำดี มักจะปวดบริเวณช่องท้องด้านขวาฝั่งบนใต้ชายโครง อาการปวดมักจะปวดร้าวไปที่หัวไหล่ขวาหรือหลังส่วนบน เนื่องจากเส้นประสาทในถุงน้ำดีจะเชื่อมโยงกับเส้นประสาทบริเวณนั้น บางครั้งอาจปวดบริเวณกลางหน้าอก
ปวดแบบไหน? อาการปวดนั่วในถุงน้ำดีมักจะให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทิ่ม อาการเจ็บมักเฉียบพลันและอาจรุนแรง อาการอาจอยู่นานตั้งแต่ 1-5 ชั่วโมง และอาการปวดมักจะค่อย ๆ ทุเลาลง หลังจากนั้นอาจมีอาการเจ็บเมื่อสัมผัสหรือกดบริเวณช่องท้องส่วนบนอยู่
อาการปวดเหล่านี้ หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลตัวเองก็อาจทำให้อาการแย่ลงได้ ทำให้ต้องรู้จักวิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีเป็นอย่างดี
5 วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ลดโอกาสอาการกำเริบให้ได้มากที่สุด
อาการจะกำเริบเมื่อไหร่ก็ได้ สิ่งที่สามารถทำได้เพื่อลดโอกาสอาการปวดกำเริบให้ได้มากที่สุด คือการรู้วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งจะมีวิธีการตั้งแต่การจัดการอาการด้วยยา การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และการเข้ารับการรักษาจากแพทย์แบบไม่ขาด ซึ่งการดูแลตัวเอง จะมีดังนี้
1. ทานอาหารที่ควรทานสำหรับผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี
เลือกทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เลือกอาหารที่มีโปรตีนไร้มัน อาหารที่มีไขมันดี ผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี เพราะอาหารที่มีไขมันเลว LDL สูงหรือของทอดจะทำให้อาการนิ่วในถุงน้ำดีกำเริบได้ รวมถึงพยายามลดอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมหวาน ขนมปังขาว อาหารเส้น เน้นทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ถั่ว ข้าวโอ๊ต ผลไม้ที่มีไฟเบอร์หรือผักที่มีไฟเบอร์สูงด้วยเช่นกัน
2. ดื่มน้ำ จิบน้ำตลอดทั้งวัน
การทำให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ เป็นวิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะการที่ร่างกายขาดน้ำ จะช่วยลดโอกาสการเกิดนิ่วในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ใช่แค่กับนิ่วในถุงน้ำดีเท่านั้น นิ่วในไตก็เช่นกัน
3. ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
เลี่ยงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ห้ามอดอาหาร เพราะอาจทำให้มีความเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดีมากขึ้น ค่อย ๆ ลดน้ำหนักให้เป็นไปตามขั้นตอน และออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงทุกวัน
4. ติดตามอาการเป็นประจำ
ติดตามอาการปวด ปวดเวลาไหน รุนแรงแค่ไหน ก่อนปวดรุนแรงทานอาหารอะไรไป มีอาการแทรกซ้อนหรือไม่ เช่น ไข้ขึ้น ผิวซีดหรือตาซีด คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการแทรกซ้อนเหล่านี้จะต้องเข้าพบแพทย์ทันที
5. ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่ส่งผลต่อนิ่วในถุงน้ำดี
เลี่ยงทานอาหารปริมาณมาก โดยเฉพาะการทานบุฟเฟต์หรืออาหารทุกประเภท เพราะจะทำให้ถุงน้ำดีทำงานหนักและกระตุ้นอาการปวดได้ การเลิกสูบบุหรี่ก็จำเป็นเช่นกัน เพราะอาจทำให้นิ่วในถุงน้ำดีก่อตัวได้

วิธีบรรเทาอาการปวดท้องนิ่วในถุงน้ำดี
นอกจากจะต้องรู้วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีแล้ว ก็จำเป็นต้องรู้วิธีบรรเทาอาการปวดท้องนิ่วในถุงน้ำดีด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีการบรรเทาอาการปวด จะมีดังนี้
1. เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีรสเผ็ดจัด รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
2. ทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งเมื่อมีอาการ อย่าทนอาการปวด
3. ประคบอุ่นบริเวณหน้าท้อง ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือแผ่นประคบร้อนจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี
4. ดื่มน้ำจบน้ำตลอดวัน
การรู้วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีและการรู้วิธีบรรเทาอาการนิ่วในถุงน้ำดีเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม จะไม่มีวิธีดูแลที่ดีที่สุดเท่ากับการรักษาจากแพทย์ ยิ่งถ้ามีอาการที่รุนแรงยิ่งแล้วใหญ่ เพราะฉะนั้น อย่ารอช้าก่อนที่อาการจะรุนแรงมากไปกว่าเดิม

