รูมาตอยด์อาการ

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

อาการปวดข้อ เป็นอาการอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคไขข้ออักเสบได้ ซึ่งสามารถเกิดได้กับคนทุกวัย โดยเฉพาะวัยสูงอายุที่มีปัจจัยเสี่ยงเยอะกว่าคนหนุ่มสาวและเป็นโรคยอดฮิตของผู้สูงอายุ และโรคไขข้ออักเสบโรคหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือโรค “รูมาตอยด์” ซึ่งเป็นโรคไขข้อเรื้อรังโรคหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกช่วงอายุ และเป็นโรคที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก แล้วโรครูมาตอยด์ อาการเป็นอย่างไร สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงมากจากอะไรบ้าง

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

รูมาตอยด์ คืออะไร?

โรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่มีอาการอักเสบ เจ็บปวด บวมและร้อนบริเวณข้อต่อที่มักเกิดขึ้นที่มือ เท้าและข้อมือ อาจมีช่วงที่อาการแย่ลงแบบวูบวาบในช่วงระยะเวลาหนึ่งซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ นอกจากจะทำให้ไขข้ออักเสบแล้ว หากไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจทำให้ไขข้ออักเสบมากขึ้นจนขยับร่างกายไม่ได้ และอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด ปอด ผิวหนัง ดวงตา รวมถึงระบบประสาทด้วยเช่นกัน เมื่อเข้าใจโรครูมาตอยด์มากยิ่งขึ้น จะทำให้รู้จักวิธีดูแลตัวเองโรครูมาตอยด์ได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ในปี 2019 มีผู้ป่วยโรครูมาตอยด์กว่า 18 ล้านคนและอาจมีตัวเลขมากขึ้นในเวลานี้และในอนาคต โดยกว่า 70% ของผู้ป่วยโรครูมาตอยด์เป็นผู้หญิง และผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ 55% เป็นคนที่มีอายุมากกว่า 55 ปี กว่า 13 ล้านคนมีอาการป่วยรุนแรงที่ต้องเข้ารับการบำบัด

รูมาตอยด์ อาการเป็นอย่างไร

อาการและสัญญาณของโรครูมาตอยด์ คืออาการเจ็บปวดบริเวณข้อ บวม ตึงและร้อนในบริเวณที่เป็น โดยอาการของรูมาตอยด์มักจะค่อย ๆ เกิดขึ้นภายในเวลาหลายสัปดาห์ แต่บางรายก็อาจมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเป็นวัน ซึ่งอาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่โรครูมาตอยด์ อาการเริ่มต้นมักจะปวดบริเวณข้อต่อเล็ก ๆ บริเวณนิ้วมือและนิ้วเท้า เมื่ออาการเริ่มรุนแรง จะขยายไปยังข้อมือ หัวเข่า ข้อเท้า ข้อศอก สะโพก หัวไหล่ โดยส่วนใหญ่ อาการมักเกินขึ้นสองข้างพร้อมกัน เช่นปวดหัวไหล่ซ้ายกับขวาพร้อมกัน

อาการปวด มักเป็นอาการปวดแบบตุบ ๆ หรือปวดแบบวูบวาบ มักจะมีอาการหนักในตอนเช้าและช่วงหลังจากที่ไม่มีการใช้งานอวัยวะบริเวณนั้นระยะเวลาหนึ่ง

อาการตึง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ สามารถทำให้รู้สึกตึงได้ เช่น หากอาการปวด บวมบริเวณข้อมือ อาจทำให้เราบิดนิ้ว บิดข้อมือหรือกำปั้นได้ไม่สุด และอาการตึงมักจะแย่ในช่วงเช้าหรือช่วงที่อวัยวะส่วนนั้นไม่ได้ใช้งาน ซึ่งอาการตึงในตอนเช้าของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อาจคล้ายกับโรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ที่มักจะบรรเทาลงภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากตื่น แต่อาการตึงของโรครูมาตอยด์มักจะอยู่นานกว่า

บวมแดง เยื่อบุของข้อต่อจะเกิดการอักเสบ ทำให้ข้อต่อบวมแดง บางคนอาจมีปุ่มรูมาตอยด์ (Rheumatoid nodules) เกิดขึ้นที่บริเวณผิวหนังบริเวณข้อต่อ และสามารถเกิดขึ้นที่บริเวณปอดได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากจะมีอาการบริเวณข้อต่อแล้ว ผู้ที่ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์อาจมีผลกระทบส่วนอื่น ทำให้ร่างกายเกิดอาการอื่น ๆ ได้ เช่น เหนื่อย ขาดพลังงาน ไข้ขึ้นสูง เหงื่อออก น้ำหนักลด ไม่อยากอาหาร อาจทำให้เกิดอาการตาแห้งเมื่อโรครูมาตอยด์ส่งผลกระทบต่อตา หรืออาจเจ็บหน้าอกเมื่อโรครูมาตอยด์ลามถึงปอด

นอกจากนี้ โรครูมาตอยด์ยังมีอาการที่ไม่แสดงออกมาแค่ทางบริเวณข้อต่อเท่านั้น สามารถแสดงออกทางอื่นได้ด้วย เช่น ผิวหนัง ดวงตา ปอด หัวใจ ไต ต่อมน้ำลาย หลอดเลือด ไขกระดูกและเนื้อเยื่อเส้นประสาท

รูมาตอยด์สาเหตุ

รูมาตอยด์ สาเหตุมาจากอะไร

ร่างกายของเรา จะมีภูมิต้านทานที่ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ อย่างแบคทีเรียหรือไวรัส

แต่สำหรับโรครูมาตอยด์ กลับเป็นโรคภูมิต้านทานบกพร่องอย่างหนึ่ง หรือเรียกได้ว่าเป็นภาวะแพ้ภูมิตนเอง ซึ่งภูมิต้านทานเหล่านั้นได้เข้าไปทำลายเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายบริเวณข้อต่อ ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณข้อต่อ มีอาการปวด แดงและบวม ทำให้ขยับร่างกายยากกว่าเดิม

 นอกจากนี้ การทำลายเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณนั้น ยังเป็นการปล่อยสารเคมีจากการทำลายเซลล์ ส่งผลต่อการทำลายกระดูก กระดูกอ่อนและเส้นเอ็น หากไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้ช่วยชาญ เคมีที่หลั่งออกมามากขึ้น ก็อาจทำให้ข้อต่อเริ่มผิดรูปและทำลายข้อต่อจนหมดสภาพ

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยที่วิจัยเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ยังไม่ทราบถึงที่มาของภาวะนี้อย่างแน่ชัด

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีสาเหตุมาจากภาวะภูมิต้านทานตัวเอง แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้ เช่น

เพศ เพศหญิง มักจะมีอัตราการเกิดโรครูมาตอยด์มากกว่าเพศชาย อาจเป็นเพราะผลกระทบจากฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ข้อสันนิษฐานนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์อย่างแน่ชัด

อายุ ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ แต่พบบ่อยมากที่สุดดในวัยกลางคนถึงวัยสูงอายุ

พันธุกรรมหรือยีน หากคนในครอบครัวมีประวัติการป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ได้ แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้น้อย

น้ำหนักเกิน คนที่มีน้ำหนักเกินหรือป่วยเป็นโรคอ้วน มีความเสี่ยงในการเกิดโรครูมาตอยด์ได้มากกว่า

การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรครูมาตอยด์ได้ด้วยเช่นกัน ควรเลิกบุหรี่เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อาจมีความคล้ายคลึงกับโรคไขข้ออักเสบประเภทอื่น ซึ่งอาจมีคนสงสัยและตั้งคำถามว่า รูมาตอยด์กับเก๊าท์ ต่างกันอย่างไร? ซึ่งโรคไขข้ออักเสบทั้งสองโรคนี้มีความแตกต่างอยู่มาก แต่ถ้าหากมีอาการเริ่มต้นหรือเริ่มปวดข้อ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไขข้อและกระดูกโดยเฉพาะ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้รับการดูแลและการรักษาที่ดี มีประสิทธิภาพมากที่สุด