โรคหลอดลมอักเสบ

หลอดลม เป็นส่วนหนึ่งของระบบทางหายใจ ทำหน้าที่ในการนำออกซิเจนผ่านการหายใจเข้าสู่ปอด และนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซของเสียออกจากร่างกายผ่านการหายใจออก เรียกได้ว่าเป็นระบบทางเดินหายใจส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก แต่ก็เหมือนกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่มีโอกาสเกิดการอักเสบได้ ซึ่งหลอดลมก็สามารถอักเสบได้เช่นกัน ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง โรคหลอดลมอักเสบ ว่ามีอาการอย่างไร เกิดจากอะไรได้บ้าง อันตรายไหมหากปล่อยไว้ กี่วันถึงจะหาย แล้วจะมีวิธีดูแลตัวเองและหลอดลมอักเสบห้ามกินอะไร? ในบทความนี้มีคำตอบ

หลอดลมอักเสบคืออะไร

โรคหลอดลมอักเสบ คืออะไร?

โรคหลอดลมอักเสบ คือการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ซึ่งเป็นระบบทางเดินหายใจส่วนหนึ่งที่นำอากาศเข้าและออกจากปอด สามารถเกิดขึ้นได้ 2 รูปแบบ ทั้งภาวะหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน และภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

โรคหลอดลมอักเสบ อาการเป็นอย่างไร?

โรคหลอดลมอักเสบ อาการของภาวะนี้จะมีหลากหลาย และจะมีอาการที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง อาการที่สามารถพบได้บ่อยจะมีดังนี้

-          อาการไอ ไอค่อนข้างบ่อย ในภาวะอักเสบเรื้อรังอาจไอนานกว่า 2-3 เดือน

-          มีเสมหะ สีของเสมหะอาจใส ขาว เท่าอมเหลือง หรือสีเขียว

-          รู้สึกเหนื่อยล้า รู้สึกอ่อนแรง

-          หายใจถี่ หายใจลำบาก หรือรู้สึกเหมือนกับว่าหายใจไม่ออก

-          แน่นหน้าอก รู้สึกไม่สบายบริเวณหน้าอก เจ็บหน้าอก

-          หายใจเสียงดังฮืด ๆ เสียงแหลม

-          อาจมีไข้เล็กน้อยหรือรู้สึกหนาวสั่น

หากมีอาการเหล่านี้ และมีอาการที่รุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์โดยทันที

ภาวะหลอดลมอักเสบ เกิดจากอะไรได้บ้าง?

สาเหตุของโรคหลอดเลือดอักเสบทั้งภาวะหลอดเลือดอักเสบฉับพลันและหลอดเลือดอักเสบเรื้อรัง จะมีด้วยกันหลายสาเหตุ ดังนี้

ภาวะหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

-          เชื้อไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย เช่น เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดหวัด และไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

-          เชื้อแบคทีเรีย เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยกว่าเชื้อไวรัส

-          สารก่อระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ฝุ่นควัน ไอระเหย รวมถึงมลพิษทางอากาศ

-          โรคหอบหืด ไซนัสอักเสบเรื้อรัง สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน

ภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

-          สูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โดยเฉพาะคนที่สูบมาเป็นระยะเวลานาน สารเคมีในควันจะเข้าไปทำลายหลอดลมและทำให้เกิดการอักเสบ

-          มลพิษทางอากาศ อากาศเสีย ฝุ่น หรือสภาพแวดล้อมที่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ สัมผัสสิ่งเหล่านี้มาอย่างยาวนาน

-          การติดเชื้อบ่อย หรือเกิดภาวะหลอดลมอักเสบเฉียบพลันบ่อย

-          โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ภาวะหลอดลมอักเสบ อันตรายไหม?

ภาวะหลอดลมอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาหรือหากเกิดขึ้นกับคนที่มีสภาวะสุขภาพอื่น ๆ ร่วมด้วยก็อาจทำให้อาการของภาวะหลอดลมอักเสบรุนแรงและอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

หลอดลมอักเสบ กี่วันหาย?

สำหรับโรคหลอดลมอักเสบฉับพลัน ส่วนใหญ่จะมีอาการอยู่ประมาณ 2-3 อาทิตย์ อาการบางอย่างเช่นอาการไอเรื้อรัง อาจเกิดขึ้นนานกว่าอาการอื่น ๆ

สำหรับภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ส่วนใหญ่จะไม่หาย โดยมักจะมีอาการไอต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน และมีอาการซ้ำ ๆ อย่างน้อย 2 ปีติดต่อกัน

โรคหลอดลมอักเสบวิธีดูแล

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการโรคหลอดลมอักเสบ

การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการของภาวะหลอดลมอักเสบ จะช่วยบรรเทาอาการและมีส่วนช่วยทำให้หายได้เร็วขึ้น ซึ่งวิธีการจะมีดังนี้

1.      พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดี และการพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายด้าน

2.      ดื่มน้ำมาก ๆ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

3.      ทานยา เช่น ยาแก้ปวด ยาขับเสมหะ ยาแก้ไอ เพื่อลดไข้และบรรเทาอาการ

4.      เลิกสูบบุหรี่

5.      หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือสูดดมสารระคายเคือง เช่น ฝุ่น ควัน สารเคมีต่าง ๆ

6.      ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ครบ 5 หมู่ ทานผัก ผลไม้ โปรตีนไร้ไขมัน ธัญพืช เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

7.      ทานวิตามินหรืออาหารเสริมที่มีวิตามินซี ธาตุสังกะสี ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

8.      รักสะอาด ล้างมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งแปลกปลอม

โรคหลอดลมอักเสบ เป็นโรคที่สามารถหายได้เอง แต่อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้น มีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น หรือมีอาการยาวนานแล้วไม่หายสักที ทางที่ดีที่สุดคือการพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างตรงไปตรงมา