อาการวัยทองผู้หญิง เป็นนานแค่ไหน วัยทองควรดูแลตัวเองอย่างไร
การเตรียมพร้อมรับมือวัยทองสำหรับผู้หญิง
อาการวัยทองผู้ชายและผู้หญิง เป็นอะไรที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ สักวันหนึ่ง อายุของเราก็จะย่างเข้าสู่วัยทองเป็นที่แน่นอน ทำให้การเตรียมพร้อมรับมือเป็นสิ่งสำคัญ อาการวัยทองผู้หญิง เป็นอาการอย่างหนึ่งต้องรู้ เพราะเป็นอาการอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณผู้หญิงต้องปรับตัว ต้องรู้วิธีดูแลตัวเอง ทำให้คุณผู้หญิงมีคำถามว่า อาการวัยทองนี้ เป็นนานแค่ไหน แล้วจะมีวิธีการอย่างไรบ้างในการดูแลตัวเอง เพื่อที่จะสามารถเตรียมตัวรับมือได้โดยไม่ต้องกังวล

วัยทองผู้หญิง หรือวัยหมดประจำเดือน คืออะไร?
วัยหมดประจำเดือน คือกระบวนการทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในผู้หญิงที่เข้าสู่ช่วงวัยทองอย่างเต็มตัว และเป็นช่วงวัยที่ไม่มีประจำเดือนมาเลยเป็นระยะเวลา 12 เดือนเต็มติดต่อกัน
อาการของวัยหมดประจำเดือนอาจเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงวัยปลาย 40 ไปจนถึงวัย 50 ตอนต้น
อาการของวัยทองผู้หญิง หรือวัยหมดประจำเดือน เป็นอย่างไร?
ในช่วงระยะเวลาหมดประจำเดือน รังไข่จะค่อย ๆ ผลิตฮอร์โมนน้อยลง เช่นฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการมีอยู่ของประจำเดือนและภาวะเจริญพันธุ์ ซึ่งการลดลงของฮอร์โมนที่ว่านี้ จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา เช่น
1. ประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นอาการในระยะแรก หรือระยะก่อนวัยหมดประจำเดือน (Perimenopause) หรือก่อนช่วงที่ประจำเดือนจะหมดติดต่อกัน 12 เดือน อาจสังเกตได้ว่าประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมาในรูปแบบที่หนักหรือเบากว่าปกติ
2. อาการร้อนวูบวาบ เป็นอาการร้อนจัดอย่างกะทันหัน มักจะมาพร้อมกับอาการหน้าแดงและเหงื่อออก อาการนี้อาจจะเกิดระหว่างวันหรือตอนกลางคืน และอาการร้อนวูบวาบมักพบบ่อยในคนวัยทอง
3. มีปัญหาการหลับนอน เนื่องจากอาการร้อนวูบวาบ ที่จะมีอาการเหงื่อออกและมักจะมีอาการตอนกลางคืน ทำให้การหลับนอนมีปัญหา หรือนอนไม่หลับ
4. ช่องคลอดมีความแห้งมากขึ้น อาจทำให้รู้สึกคัน หรือไม่สบายจากความแห้ง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง และมีส่วนทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้ก็อาจทำให้ปากแห้ง ผิวแห้ง หรือตาแห้งด้วยเช่นกัน
5. ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เพราะความผันผวนของฮอร์โมน จะทำให้อารมณ์ของเราผันผวนด้วยเช่นกัน ทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย รู้สึกวิตกกังวล และอาจมีอาการซึมเศร้าในบางคน บางคนอาจมีปัญหาเรื่องความจำเข้ามาด้วย
6. ความต้องการทางเพศลดลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและภาวะที่ช่องคลอดมีความแห้ง
7. อาจมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง นอกจากนี้ก็อาจส่งผลต่อเส้นผม ทำให้ผมบางลง และปัญหาผิวหนังด้วยเช่นกัน
8. ความหนาแน่นของกระดูกลดลง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเป็นฮอร์โมนที่ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก เมื่อวัยหมดประจำเดือนมาถึง ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ก็ทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลงด้วย เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและกระดูกหักได้
9. มีอาการปวดตามบริเวณต่าง ๆ ตามร่างกาย เช่น ปวดบริเวณข้อต่อ และมีอาการปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อ ปวดหัว ปวดไมเกรนรุนแรงมากขึ้น รวมถึงอาการปวดฟัน ปวดเหงือก หรือมีปัญหาในช่องปาก
10. ใจสั่น จนสังเกตหรือรู้สึกได้อย่างชัดเจน
อาการวัยทองของผู้หญิง หรือวัยหมดประจำเดือน อยู่นานแค่ไหน?
อาการวัยหมดประจำเดือนอาจอยู่ได้นานถึง 10 ปีหรือมากกว่านั้น แต่ผู้หญิงบางคนก็มีอาการอยู่หลักหลายเดือนหรือหลายปี แต่โดยเฉลี่ย ผู้หญิงที่มีอาการวัยหมดประจำเดือน จะอยู่นานประมาณ 4-5 ปี
หลังวัยหมดประจำเดือน อาการบางอย่างอาจค่อย ๆ ดีขึ้น ในขณะที่อาการอื่น ๆ ก็ยังคงมีอยู่ เช่น อาการร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกตอนกลางคืนอาจดีขึ้น ลดความถี่และความรุนแรงลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ก็อาจมีอาการอ่อน ๆ นี้อยู่อีกหลายปี รวมถึงอาการอื่น ๆ เช่นอาการทางอารมณ์ก็อาจแย่ลง หรืออาการช่องคลอดแห้งก็อาจจะยังอยู่ไปได้อีกหลายปี

วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
วัยหมดประจำเดือน สามารถดูแลอาการของตัวเอง เพื่อลดความรุนแรงของอาการในระยะยาว ด้วยวิธีการดังนี้
1 . แก้อาการร้อนวูบวาบ
โดยการสวมเสื้อผ้าที่ไม่หนามากจนทำให้อาการร้อนวูบวาบหนักเกินไป ดื่มน้ำเย็นแก้ร้อน อยู่ในที่เย็น ๆ เลี่ยงอาหารรสชาติเผ็ดร้อน เครื่องดื่มร้อน คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือเลี่ยงอยู่ในที่อากาศร้อน ๆ โดยเฉพาะตอนนอน
2 . นอนหลับให้เพียงพอ
เนื่องจากอาการร้อนวูบวาบที่อาจทำให้มีปัญหาการหลับนอน การแก้อาการร้อนวูบวาบตามที่อธิบายไปข้างต้นจะช่วยได้ นอกจากนี้ก็ควรเลี่ยงการดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ ที่สามารถส่งผลเสียต่อการหลับนอน อาจออกกำลังกายในแต่ละวัน เพื่อให้การหลับนอนสบายขึ้น
3 . รับประทานอาหารให้ครบสารอาหารที่ควรได้รับ
ทานผัก ผลไม้ ธัญพืช พยายามเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง น้ำตาลสูง พยายามทานอาหารที่มีไขมันดี โปรตีนดี และทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามิน D เพื่อช่วยลดปัญหากระดูกเปราะ
4 . ฝึกเทคนิคที่ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดอารมณ์แปรปรวน
เช่น การหายใจลึก ๆ การหายใจตามจังหวะ หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ตัวเองชอบ นอกจากนี้ก็สามารถออกกำลังกายคลายเครียด ที่ช่วยผ่อนคลายความกังวลจากอารมณ์แปรปรวน และทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วยเช่นกัน
5 . ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายเบา ๆ อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไขข้ออักเสบ รวมถึงทำให้อาการวัยทองโดยรวมดีขึ้นด้วยเช่นกัน
6 . วิธีลดภาวะช่องคลอดแห้ง
ซื้อมอยส์เจอไรเซอร์ หรือสารหล่อลื่นในช่องคลอดที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นและการหล่อลื่นในช่องคลอดได้
7 . ป้องกันภาวะกระดูกเปราะ
โดยการทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง หรืออาหารเสริมที่มีวิตามิน D การออกไปรับแสงแดดในตอนเช้า พยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่หนักจนเกินไป เช่นการเดิน วิ่งเบา หรือการเต้น ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาการวัยทองในผู้หญิง เตรียมตัวไว้ก่อน ดีกว่าเสมอ
เพราะเราไม่รู้ว่าอาการของมันจะมาตอนอายุเท่าไหร่ เมื่อเป็นแล้วก็ไม่รู้จะเป็นนานแค่ไหน ทำให้การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความวิตกกังวลของอาการ ลดความรุนแรงของอาการ สามารถรับมือและอยู่กับอาการวัยทองไปได้อย่างปลอดภัย หายห่วง