วิธีบรรเทาอาการปวดเก๊าท์ ลดอาการปวดเก๊าท์เฉียบพลันด้วยตัวเอง
ปวดเก๊าท์เฉียบพลัน ปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ได้
ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ หากไม่ได้รับการดูแลหรือการบรรเทาอย่างดี ก็อาจทำให้ข้ออักเสบรุนแรงขึ้น มีอาการนานขึ้นหรือมีอาการถี่มากขึ้น การรู้วิธีบรรเทาอาการปวดเก๊าท์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดแล้ว ยังช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากปัญหาของโรคเก๊าท์อีกด้วย การลดอาการปวดเก๊าท์เฉียบพลัน มีวิธีการอย่างไรบ้าง?

การปวดเก๊าท์ ปวดบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ของการปวดเก๊าท์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งบางคนอาจมีอาการกำเริบไม่บ่อย นาน ๆ ครั้ง บางคนปวดเก๊าท์อีกครั้งในอีกหลายเดือนหรือเป็นปีจึงมีอาการปวดเก๊าท์อีกครั้ง แต่บางคนก็มีอาการปวดเก๊าท์บ่อยครั้งหรือเป็นอาการแบบเรื้อรัง
การปวดเก๊าท์ ปกติจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันโดยที่ไม่ได้แสดงอาการล่วงหน้าให้เราได้เตรียมพร้อม ซึ่งอาการปวดที่ว่าอาจปวดอยู่หลายวันหรือปวดเป็นเวลาหลายอาทิตย์ บางคนต้องใช้เวลาให้อาการบรรเทาลงเรื่อย ๆ เป็นเดือนหรือเป็นปี
มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การปวดเก๊าท์ถี่ขึ้น เช่น
- กรดยูริกในเลือดสูงเกินไป
- ทานอาหารที่มีพิวรีนสูง
- ไม่รับประทานยาอย่างเป็นระบบตามที่แพทย์สั่ง
- การไม่ดูแลสุขภาพ เช่น ภาวะน้ำหนักเกิน การขาดน้ำ ความเครียด ไม่ออกกำลังกาย
- ปัญหาจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น
อาการของโรคเก๊าท์ เป็นอย่างไร
อาการของโรคเก๊าท์ที่พบได้บ่อย จะที่บริเวณข้อนิ้วหัวแม่เท้า แต่สามารถพบได้ที่บริเวณข้อต่อส่วนอื่นเช่นกัน เช่น ข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อศอก หัวไหล่ รวมถึงบริเวณข้อเท้า ข้อต่อหัวเข่า เป็นต้น
ลักษณะของอาการ จะเป็นอาการปวด บวมแดง ปวดร้อนบริเวณข้อต่อ อาการปวดแบบเฉียบพลันของโรคเก๊าท์มักจะเกิดที่ข้อต่อเดียว ไม่มีการปวดข้ออื่น ๆ ตามร่างกายพร้อมกัน
หากว่าไม่ได้รับการรักษาดูแลอย่างดีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ก็อาจทำให้อาการของโรคเก๊าท์รุนแรงขึ้นและทำให้ข้ออักเสบรุนแรงมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ก็ทำให้อาการปวดถี่ขึ้น กำเริบได้ง่ายขึ้น และอาจส่งผลทำให้ข้อต่อที่อาการกำเริบบ่อย ๆ ถูกทำลายได้เลยเช่นกัน

วิธีบรรเทาอาการปวดเก๊าท์เฉียบพลัน ทำอย่างไร?
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น อาการปวดเก๊าท์เฉียบพลันที่เกิดขึ้นจะไม่มีการเตือนล่วงหน้าใด ๆ และการปวดนั้น นอกจากทำให้ผู้ป่วยทรมานแล้ว ก็จะทำให้เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน ทางที่ดี การรู้วิธีลดการปวดเก๊าท์เฉียบพลัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับทั้งผู้ป่วยโรคเก๊าท์และผู้ดูแล
1. รับประทานยาแก้อักเสบเฉียบพลัน ยาโคลชิซิน (Colchicine) ยาลดการอักเสบและลดอาการของโรคเก๊าท์ และจะมีผลดีอย่างมากหลังจากทานทันทีเมื่อมีอาการปวดเก๊าท์ ยาชนิดนี้อาจช่วยป้องกันการปวดเก๊าท์เฉียบพลันในอนาคตดด้วยเช่นกัน ควรรับประทานยาโคลชิซินครั้งแรกที่มีอาการ 2 เม็ด จากนั้นลดเหลือ 1 เม็ดโดยเว้นระยะห่างการทานยา 2 ชั่วโมงจนอาการปวดลดลง ห้ามรับประทานยาชนิดนี้เกิน 6 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะยาชนิดนี้อาจมีผลข้างเคียงกับระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้คลื่นไส้อาเจียน ปาดท้องได้
2. ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณข้อที่ปวด จะช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวดได้ ควรใช้ผ้าพันถุงน้ำแข็งเพื่อเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง ควรประคบน้ำแข็งเป็นเวลา 15-20 นาทีหากทนไหว
3. ยกข้อต่อที่ปวดขึ้น เพื่อให้เลือดและของเหลวไหลออกจากบริเวณข้อต่อที่ปวด ควรทำพร้อมกับการประคบน้ำแข็ง
4. ดื่มน่ำ การดื่มน้ำในปริมาณที่พอดี จะช่วยให้เราปวดปัสสาวะและเร่งการขับผลึกยูเรตหรือกรดยูริกที่จับอยู่บริเวณข้อต่อเหล่านั้นออกไปเพื่อลดอาการปวดเก๊าท์ได้
5. พักผ่อนหลังอาการกำเริบ เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เลี่ยงการยกของหนักหรือเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องขยับข้อต่อ ลดการเดินหรือเดินช้า ๆ ทางที่ควรนอนพักผ่อนให้อาการบรรเทาลงก่อน
6. เลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการกำเริบ อาหารที่มีปริมาณพิวรีนสูง อย่างเนื้อแดง เครื่องใน หอย แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะหลังจากที่มีอาการปวดเก๊าท์เฉียบพลัน เพื่อเลี่ยงอาการปวดเก๊าท์ไม่ให้มีอาการแย่ลง
7. สวมใส่รองเท้าที่ดีต่อสุขภาพเท้า ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง อาการปวดเก๊าท์โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อตรงนิ้วหัวแม่โป้งเท้า ข้อเท้าและข้อเข่า อาจทำให้การเดินลำบากและอาจทำให้อาการแย่ลงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทางที่ดีควรเลี่ยงการเดินที่ทำให้ข้อต่อขยับ แต่ถ้าจำเป็น ก็ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันอย่างรองเท้าที่มีพื้นนุ่ม แข็งแรง และการใช้ไม้เท้าช่วยพยุง ลดน้ำหนักการกดทับของข้อต่อได้ดียิ่งขึ้น
8. ปรึกษาแพทย์ อาการในบางครั้งอาจรุนแรงมากน้อยต่างกัน หากมีอาการที่รุนแรงก็ไม่ควรอดทน ควรจะเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันที เพื่อบรรเทาอาการต่อไป
9. รับประทานอาหารเสริมลดอักเสบโรคเก๊าท์ ลดกรดยูริก ด้วยสารสกัดจากผงขมิ้น นัตโตะ คอร์นไฟเบอร์และเบอร์ด๊อก เอ็กซ์แทรค มีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบของโรคเก๊าท์ รวมถึงลดกรดยูริกสะสมได้ด้วย
นอกจากการดูแลบรรเทาการปวดเก๊าท์เฉียบพลัน การดูแลรักษาโรคเก๊าท์ในระยะยาวก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองเคียงคู่ไปกับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีพิวรีนระดับกลางหรือต่ำ ควบคุมอาหารให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ลดน้ำหนัก ติดตามระดับกรดยูริกในเลือดให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ เป็นต้น