สีปัสสาวะบอกโรค

ปัญหาสุขภาพ สามารถสังเกตได้จากอะไรบ้าง? ปวดหัวบ่อย เหนื่อยง่าย แผลหายช้า นอนไม่หลับ ขับถ่ายไม่ปกติ เบื่ออาหาร และอีกหลากหลายอาการที่เหมือนเป็นการส่งสัญญาณเตือนจากภายในร่างกายว่าให้เราดูแลตัวเองบ้าง สัญญาณเตือนอีกอย่างหนึ่งที่ต้องพูดถึงคงเป็นเรื่องสีของปัสสาวะ ที่สามารถบอกสุขภาพโดยรวม พฤติกรรม และสามารถบอกโรคเราได้เช่นกัน สีปัสสาวะ บอกโรคอะไรได้บ้าง ปัสสาวะปกติสีอะไร แล้วแบบไหนถึงจะผิดปกติ? ในบทความนี้มีคำตอบ

สีปัสสาวะ

ทำไมสีปัสสาวะ บอกโรคเราได้ ความสำคัญของสีปัสสาวะ

สีของปัสสาวะ มีความสำคัญด้วยหลายเหตุผล ซึ่งสีปัสสาวะ บอกโรคได้ และสามารถใช้ตรวจวินิจฉัยปัญหาสุขภาพ รวมถึงการติดตามอาการของโรคหรือภาวะต่าง ๆ ได้

ซึ่งความสำคัญของสีปัสสาวะ จะมีดังนี้

1.      เป็นสิ่งชี้ระดับความชุ่มชื้นหรือน้ำในร่างกาย สีของปัสสาวะจะสามารถบ่งบอกสถานะของเหลวในร่างกายได้เป็นอย่างดี ปัสสาวะที่มีสีเข้มจะบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำ ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอจะเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมและการทำงานของไตเช่นกัน

2.      สามารถตรวจหาโรคได้ เช่น ปัสสาวะสีแดงหรือชมพู อาจเป็นสัญญาณแรกของโรคนิ่วในไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

3.      ติดตามการทำงานของยา เพราะยาบางชนิดและอาหารเสริมบางอย่างสามารถเปลี่ยนสีของปัสสาวะได้ สีของปัสสาวะที่เปลี่ยนเพราะยา จะทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยผลของยาได้อย่างแม่นยำ

4.      ใช้สำหรับติดตามและวินิจฉัยสุขภาพ การสังเกตหรือการตรวจปัสสาวะเป็นประจำ จะช่วยทำให้สามารถพบปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น คนที่สงสัยว่าตัวเองเป็นโรคตับหรือไม่ หากตรวจปัสสาวะแล้วสีเข้มมาก ก็จะเป็นเครื่องมือในการวินิจฉัยในขั้นต่อไป นั่นคือการตรวจสอบเอนไซม์ของตับนั่นเอง

5.      สังเกตสุขภาพโดยรวม เพราะสีปัสสาวะจะสามารถสะท้อนถึงระบบการเผาผลาญโดยรวมได้ด้วยเช่นกัน สีปัสสาวะที่ไม่ปกติ ร่างกายของเราอาจกำลังบอกเราว่า สมดุลการเผาผลาญของเรากำลังแย่นะ จะทำให้ติดเชื้อง่ายนะ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการเรื้อรังด้วยเช่นกันนะ

สีปัสสาวะ สีไหนปกติ สีไหนไม่ปกติ?

ปัสสาวะสีปกติ จะมีสีใสถึงเหลืองอ่อน ซึ่งสีนี้เกิดจากเม็ดสีในปัสสาวะที่เรียกว่ายูโรโครม (Urochrome) ซึ่งเฉดสีของเม็ดสีนี้จะแตกต่างกันออกไปด้วยปัจจัยทางความชุ่มชื้นหรือของเหลวที่มีอยู่ในร่างกาย หากร่างกายมีของเหลวมาก มีความชุ่มชื้นมากหรือดื่มน้ำอย่างพอประมาณ จะยิ่งมีสีอ่อน หากร่างกายขาดน้ำ ปัสสาวะจะยิ่งเข้ม

ปัสสาวะสีผิดปกติ จะเริ่มตั้งแต่สีเหลืองเข้ม สีส้ม สีน้ำตาล น้ำตาลเข้มหรือดำ สีแดงหรือชมพู สีเขียวหรือสีฟ้า สีม่วง สีขาวขุ่น ซึ่งสีปัสสาวะเหล่านี้สามารถบอกปัญหาสุขภาพหรือบอกโรคได้เช่นกัน

สีปัสสาวะ บอกโรคอะไรได้บ้าง?

สีปัสสาวะ บอกโรคและสุขภาพของเราได้ ดังนี้

สีเหลืองเข้ม สีนี้อาจเป็นสีปัสสาวะปกติ แต่สามารถบอกได้ว่าร่างกายของเรากำลังขาดน้ำ

สีส้ม เกิดจากการขาดน้ำ ปัญหาเกี่ยวกับตับหรือท่อน้ำดี หรือการทานอาหารบางชนิดอย่างแครอท รวมถึงการทานยา เช่น ฟีนาโซไพริดีน ซึ่งเป็นยาบรรเทาอาการระคายเคืองท่อปัสสาวะ รวมถึงยาชนิดอื่น ๆ เช่น ยารักษาโรคท้องผูก ยาสำหรับการรักษาจากการทำคีโม

สีส้มเข้มหรือสีน้ำตาล สีนี้เป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง โรคตับ อาหารบางชนิดอาจทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้

สีน้ำตาลเข้มหรือดำ เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง โรคตับ มีเลือดปะปนอยู่ในปัสสาวะในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ปัสสาวะมีสีน้ำตาลออกดำ คล้ายสีของโคล่า

สีแดงหรือสีชมพู เป็นสีที่กำลังบอกว่ามีเลือดปนอยู่ในปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นิ่วในไต รวมถึงโรครุนแรงอย่างมะเร็งกระเพาะปัสสาวะหรือมะเร็งไตได้ แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกับอาหารบางอย่าง เช่น การทานแบล็กเบอร์รี บีท ก็สามารถทำให้ปัสสาวะสีชมพูหรือแดงได้เช่นกัน

สีฟ้าหรือสีเขียว มักเกิดจากการทานยาบางชนิด เช่น อะมิทริปไทลีน โปรโพฟอล เป็นต้น และอาจเกิดจากการทานของที่มีสีผสมอาหาร และอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ

สีม่วง อาจเกิดจากภาวะปัสสาวะในถุงเป็นสีม่วง เป็นภาวะที่พบได้ยาก อาจเกิดกับคนไข้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะ

สีขาวขุ่น อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะสุขภาพ เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคไคลูเรียที่น้ำเหลืองมีการปะปนกับปัสสาวะ ก็ทำให้ปัสสาวะมีสีขุ่นได้เช่นกัน

ตรวจปัสสาวะ

สีปัสสาวะ สีใสถึงเหลืองอ่อนจะเป็นสีปัสสาวะปกติ หากสีเหลืองเข้มหรือมีสีส้ม แสดงว่าร่างกายกำลังขาดน้ำ สีส้มเข้มหรือสีน้ำตาลเกิดจากภาวะขาดน้ำรุนแรงหรืออาจเกิดจากโรคตับ สีน้ำตาลเข้มหรือดำอาจเกิดจากปัสสาวะมีเลือดปะปนอยู่ ปัสสาวะสีแดงหรือสีชมพูก็เช่นกันซึ่งอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ รวมถึงสีขาวขุ่นที่อาจมีที่มาจากโรคไคลูเรีย

สรุป สีปัสสาวะ บอกโรคได้หลายโรค รวมถึงสามารถบอกสุขภาพโดยรวมและระดับของเหลวในร่างกายด้วย การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน การดูแลรักษาสุขภาพโดยรวม รวมถึงการเข้ารับการวินิจฉัยปัสสาวะจากแพทย์ จะช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมและทำแผนรักษาอาการของโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ