วิธีลดน้ำตาลในเลือด

ดูแลน้ำตาลในเลือด ป้องกันเบาหวานและอาการกำเริบ

น้ำตาลในเลือดสูง ยิ่งอายุเยอะก็ยิ่งดูแลยาก โดยเฉพาะในวัยสูงอายุที่น้ำตาลขึ้น-ลงง่ายกว่าคนวัยอื่น ๆ และในผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ยิ่งมีข้อจำกัดมากมายในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับคนวัยสูงอายุ คนที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานหรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน การรู้จักวิธีลดน้ำตาลในเลือด ด้วยตัวเองแบบธรรมชาติ ถือเป็นความรู้อย่างหนึ่งที่ต้องมีติดตัว เพื่อป้องกันโรคเบาหวาน หรือลดอาการเบาหวานกำเริบ

ลดน้ำตาลในเลือด

อาการน้ำตาลในเลือดสูง เป็นอย่างไร?

หากมีอาการเหล่านี้ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเรากำลังมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่น

-          ปัสสาวะบ่อย เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ไตของเราจะพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าปกติ ถ้าเป็นผู้สูงอายุ ก็อาจเป็นปัญหาผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนด้วย

-          กระหายน้ำมากขึ้น ต่อเนื่องจากการปัสสาวะบ่อย จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ นำไปสู่ความรู้สึกกระหายน้ำที่มากขึ้น ทำให้ต้องดื่มน้ำเยอะกว่าปกติ

-          หิวมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง แต่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายอาจไม่ได้รับกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ให้พลังงานกับร่างกายได้มากพอ ทำให้รู้สึกหิวมากยิ่งขึ้น

-          รู้สึกเหนื่อยล้า เมื่อเซลล์ในร่างกายไม่สามารถรับกลูโคสได้เพียงพอ จะนำไปสู่ความอ่อนล้าและรู้สึกอ่อนแรง

-          เบลอ การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็อาจทำให้ของเหลวถูกดึงออกจากเลนส์ตา ส่งผลให้การมองภาพไม่ชัด หรือภาพเบลอได้

-          อาการปวดหัว เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็อาจส่งผลทำให้มีอาการปวดหัวและไมเกรนขึ้นได้ในบางคน

-          น้ำหนักลดแบบไม่ได้ตั้งใจ ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงบางคนอาจมีน้ำหนักที่ลดลง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำกลูโคสไปเป็นพลังงานให้กับร่างกายได้

-          แผลหายช้า การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะมีส่วนทำให้ความสามารถในการรักษาแผลนานมากขึ้น

-          ติดเชื้อง่าย ติดเชื้อบ่อย เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะมีส่วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น

-          คลื่นไส้ อาเจียน ในกรณีที่น้ำตาลในเลือดสูงรุนแรง ก็อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

อย่างไรก็ตาม คนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจไม่มีอาการอะไรเลย โดยเฉพาะในช่วงแรกของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง อย่างไรก็ตาม การไม่ดูแลระดับน้ำตาลให้คงที่ ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการเหล่านี้ และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จากน้ำตาลในเลือดสูงได้

ลดระดับน้ำตาลในเลือด

8 วิธีลดน้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันเบาหวานและอาการกำเริบ

1 . การออกกำลังกายเป็นประจำ

จะช่วยปรับปรุงให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ดี ทำให้เซลล์ในร่างกายของเราสามารถใช้น้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น และมีส่วนในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายก็ช่วยทำให้กล้ามเนื้อสามารถใช้น้ำตาลในเลือดเป็นพลังงานได้เช่นกัน สามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การยกน้ำหนัก เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น

2 . ดูแลคาร์โบไฮเดรตให้ดี

เพราะร่างกายของเราจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาล และอินซูลินในร่างกายจะช่วยในการใช้น้ำตาลและกักเก็บน้ำตาลเป็นพลังงานให้ร่างกาย เราสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้จากการควบคุมการทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง การทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำจะเป็นวิธีลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3 . ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

ไฟเบอร์หรือใยอาหาร จะทำให้การย่อยคาร์โบไฮเดรตและการดูดซึมน้ำตาลช้าลง ทำให้ร่างกายดูดซับน้ำตาลแบบเรื่อย ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่พุ่งพรวดกะทันหัน ไฟเบอร์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่อร่างกาย โดยเฉพาะไฟเบอร์ละลายน้ำ (Soluble fiber) ที่ส่งผลดีอย่างมากต่อผู้ป่วยเบาหวานและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น เสาวรส ผลไม้หลายชนิด ถั่ว และธัญพืชต่าง ๆ

4 . ดื่มน้ำเยอะ ๆ

เพราะน้ำ จะช่วยให้ไตขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวันจะทำให้ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ นอกจากนี้ก็ต้องเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงด้วย

5 . รับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่น้อย ไม่มากจนเกินไป

การควบคุมปริมาณอาหาร จะช่วยให้เราสามารถควบคุมแคลอรี่และน้ำหนักได้ เพราะน้ำหนักที่มาตรฐาน จะส่งผลให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดที่คงที่ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน นอกจากนี้ก็ควรทานข้าวช้า ๆ ด้วยเช่นกัน

6 . พยายามจัดการกับความเครียด

เพราะความเครียด จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยเช่นกัน เมื่อเราเครียด ร่างกายจะขับฮอร์โมนกลูคากอน (Glucagon) และคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ซึ่งมีส่วนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทำให้การลดความเครียดลงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด พยายามหากิจกรรมคลายเครียดใหม่ ๆ ทำ นั่งสมาธิ ออกกำลังกายคลายเครียด หรือวิธีการอื่น ๆ ที่ทำให้เราได้รู้สึกผ่อนคลาย

7 . หมั่นตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือด

นอกจากอาการที่ออกมาแล้ว อะไรบ้างที่จะช่วยให้เรารู้ได้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง? ผู้เขียนเคยช่วยคุณยายเช็คระดับน้ำตาลในเลือด ทั้ง ๆ ที่อาการของเขาปกติดี แต่พอเช็คออกมาแล้วระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้การหมั่นตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำสำคัญอย่างมากเช่นกัน

8 . นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ก็ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเช่นกัน เพราะการหลับนอนไม่เพียงพอ สามารถส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้การตอบสนองต่ออินซูลินแย่ลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและอาการกำเริบได้

สรุป ระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูง ไม่เป็นผลดีแน่ ๆ โดยเฉพาะวัยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานสูงกว่าคนวัยอื่น ทำให้การรู้สึกวิธีลดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งสำคัญ และสามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ แค่การเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเท่านั้น หากอาการเริ่มแย่ลง หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด