ต่อมลูกหมากโต อาการและสาเหตุ มีวิธีการชะลอความเสี่ยงอย่างไร
ต่อมลูกหมากโต ปัญหาสำหรับชายสูงวัย
กว่า 50% ของผู้ชายอายุ 51-60 ปีป่วยเป็นโรคต่อมลูกหมากโต และตัวเลขผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตเพิ่มขึ้นเป็น 70% ของชายอายุ 60-69 ปี และประมาณ 80% ในชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเสี่ยง ทำให้ผู้ชายหลายคนต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมากมากขึ้นเพื่อที่จะชะลอความเสี่ยงในอนาคต และหาวิธีอยู่ร่วมกันโรคต่อมลูกหมากโตให้ได้ แล้วต่อมลูกหมากโต อาการเป็นอย่างไร สาเหตุมากจากอะไร มีวิธีการชะลอความเสี่ยงอย่างไรบ้าง

ต่อมลูกหมากโต คืออะไร?
ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia : BPH) เป็นภาวะอย่างหนึ่งที่เกิดกับต่อมลูกหมายเกิดการขยายใหญ่ขึ้นในผู้ชาย
ต่อมลูกหมากจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเมื่ออายุเริ่มมีมากขึ้น และจะมีโอกาสโตมากขึ้นในวัยสูงอายุ การที่ต่อมลูกหมากโตขึ้น จะเข้าไปกดทับบริเวณท่อปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงและเริ่มปัสสาวะยากขึ้นและทำให้ปัสสาวะค้างอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งส่งผลเสียอย่างมากต่อการขับของเสียออกจากร่างกาย ตามมาด้วยความผิดปกติของการปัสสาวะเมื่อมีอยู่กับอาการของต่อมลูกหมากโตนานขึ้น
ต่อมลูกหมากโต อาการเป็นอย่างไร?
เมื่อต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากจะเข้าไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้อาการของต่อมลูกหมากโตนั้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะเป็นหลัก เช่น
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
- ปัสสาวะเฉียบพลัน และมักจะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ควบคุมได้ยาก
- ปัสสาวะอ่อน เนื่องจากท่อปัสสาวะถูกกดทับจากต่อมลูกหมาก
- กระเพาะปัสสาวะบวม เนื่องจากไม่สามารถปัสสาวะออกได้หมด
- ปัสสาวะลำบาก โดยเฉพาะช่วงต้นของการปัสสาวะ
- ปัสสาวะเล็ด หลังจากปัสสาวะเสร็จ
- ปัสสาวะไม่ออก หากอาการหนักมากก็อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้
- อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI)
- ปัสสาวะเป็นเลือด เมื่ออาการหนัก
- เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
อาการของภาวะต่อมลูกหมากโตในแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป แต่ในอาการที่รุนแรงมากขึ้นก็อาจเกิดความเสียหายต่อไต นิ่วในไต ปัสสาวะเป็นเลือด การติดเชื้อในเลือด หากอาการเริ่มรุนแรง ควรพบแพทย์ทันทีหลังจากมีอาการ
z-z796149681842.webp)
สาเหตุของต่อมลูกหมากโต
สาเหตุของภาวะต่อมลูกหมากโตอาจจะยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดที่สามารถบอกได้โดยตรง แต่ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดต่อมลูกหมากโตจะมีดังนี้
อายุ ปัจจัยความเสี่ยงหลักของต่อมลูกหมากโตมาจากอายุที่มากขึ้น และความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุ 60 ปี กว่า 50% เป็นผู้ป่วยภาวะต่อมลูกหมากโต และเมื่ออายุ 80 ปี ตัวเลขผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตมีมากถึง 90%
น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน อาจมีความเกี่ยวข้องกับภาวะต่อมลูกหมากโตและมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตมากขึ้น เป็นเพราะน้ำหนักเกินอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและเกิดการอักเสบภายในได้ และส่งผลต่อสุขภาพต่อมลูกหมากได้ด้วยเช่นกัน
ปัจจัยทางไลฟ์สไตล์ เช่น การขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อาหารที่มีไขมันเลวสูง ไม่ทานผักหรือผลไม้ สูบบุหรี่ ปัจจัยทางไลฟ์สไตล์เหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตมากยิ่งขึ้น เพราะพฤติกรรมเหล่านี้สามารถทำให้น้ำหนักเกิน อักเสบภายใน และอาจทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโต
ปัจจัยเกี่ยวกับโรค เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะต่อมลูกหมากโตได้
ปัจจัยทางพันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับภาวะต่อมลูกหมากโต ก็อาจทำให้คนอื่นมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตได้ด้วย หากมีผู้ชายเป็นคนใกล้เคียง เช่นพ่อหรือพี่ชาย ก็อาจมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นด้วย
การชะลอความเสี่ยงต่อมลูกหมาก
เนื่องจากปัจจัยหลักของการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตมาจากอายุที่มากขึ้นในผู้ชาย การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะต่อมลูกหมากโตอาจทำได้ยาก แต่สามารถชะลอความเสี่ยงได้ด้วยหลายวิธี เช่น
1 . ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ทานผลไม้ ผัก ธัญพืช โปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ อธิบายง่าย ๆ คือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นประจำ ก็อาจมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพต่อมลูกหมากให้ดีได้ การทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างมะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ชาเขียว เป็นต้น นอกจากนี้ ต่อมลูกหมาก ห้ามกินอะไรบ้าง? ก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อแดง อาหารรสเผ็ดจัด หวานจัดและเค็มจัด เป็นต้น
2 . ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายเป็นประจำ เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยาน กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยดูแลน้ำหนักและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตได้ พยายามออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์
3 . ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
โรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินมาตรฐานอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตมากขึ้น รวมถึงปัญหาต่อมลูกหมากอื่น ๆ ด้วย
4 . ลดการดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
ปริมาณแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนที่มากจนเกินไปอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการระคายเคืองและทำให้ระบบปัสสาวะแย่ลงได้ การลดหรือเลี่ยงดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ก็มีส่วนช่วยทำให้ปัสสาวะไม่เกิดการระคายเคืองได้ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตได้
5 . พยายามไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ จะดีต่อสุขภาพกระเพาะปัสสาวะแต่ท่อปัสสาวะ แต่ไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมากเกินไปก่อนนอนเพราะอาจทำให้ปวดปัสสาวะตอนกลางคืนได้
6 . เลี่ยงการอั้นปัสสาวะ
การอั้นปัสสาวะจะทำให้เกิดแรงกดดันในกระเพาะปัสสาวะ และมีส่วนทำให้ระบบปัสสาวะรวนได้ พยายามปัสสาวะเมื่อมีอาการปวดเล็กน้อย
7 . จัดการกับความเครียด
ความเครียดเรื้อรังอาจมีส่วนทำให้เกิดภาวะต่อมลูกหมากโตได้ การจัดการกับความเครียดเลยเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน
8 . เลิกสูบบุหรี่
เนื่องจากการสูบบุหรี่มีส่วนในการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตและโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เกี่ยวกับต่อมลูกหมาก การเลิกสูบบุหรี่จึงมีส่วนอย่างมากในการป้องกันความเสี่ยง
อยู่ร่วมกับต่อมลูกหมากโตอย่างมีความสุข
ความเข้าใจในอาการ สาเหตุและปัจจัยความเสี่ยง รวมถึงการชะลอความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ชายที่เริ่มมีอายุมากขึ้น เพื่อสามารถอยู่ร่วมกับต่อมลูกหมากโตได้อย่างปลอดภัย สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่อย่างมีความสุขในอนาคต นอกจากนี้ การรับประทานถั่งเช่าแคปซูล ที่มีเบต้ากลูแคน ก็มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต่อลูกหมากโตด้วยเช่นกัน

z-z796149681842.webp)